เนปาลเตรียมฟื้นประเทศหลังมหาอุทกภัย คาดค่าฟื้นฟูทะลุ 5 พันล้านดอลลาร์

ต่างประเทศ
13:45
จำนวนผู้ชม 7
Thai PBS
เนปาลเตรียมฟื้นประเทศหลังมหาอุทกภัย คาดค่าฟื้นฟูทะลุ 5 พันล้านดอลลาร์

วันนี้ (11 ก.ย.2569) CNN รายงานว่า เนปาลเริ่มฟื้นฟูเส้นทางการค้าและคมนาคมที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยฉับพลันครั้งรุนแรง โดยกองทัพเนปาลสร้างสะพานข้ามแม่น้ำทาดี หรือ Tadi River แห่งใหม่ที่เรียกว่า "สะพานแห่งความหวัง" เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางที่ถูกตัดขาดและช่วยให้การเดินทางรวมถึงการขนส่งสินค้าเริ่มกลับมาได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างสะพานเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจหลังภัยพิบัติ รัฐบาลเนปาลประเมินว่าค่าใช้จ่ายเพื่อการบูรณะโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียวจะสูงอย่างน้อย 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 160,000 ล้านบาท

แต่ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ครอบคลุมผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดตามมา จากการสูญเสียถนน สะพาน เส้นทางการค้า พื้นที่เกษตร โรงไฟฟ้า และระบบขนส่งสินค้าซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ

นิชัล ดุนเกล นักวิจัยจากสถาบัน Nepal Institute for Policy Research ระบุว่า เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ไม่ใช่ภัยพิบัติที่กระทบเพียงภาคส่วนเดียว แต่ส่งผลต่อเนื่องตั้งแต่ภาคเกษตร พลังงาน เส้นทางการค้า การท่องเที่ยว ธุรกิจ ประกันภัย ไปจนถึงรายได้ของครัวเรือนและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระดับประเทศ

แม้สหรัฐฯ จีน และอินเดีย จะให้คำมั่นสนับสนุนด้านมนุษยธรรมและการเงินแก่เนปาลแล้ว แต่รัฐบาลเนปาลยังเรียกร้องความช่วยเหลือจากประชาคมโลกเพิ่มเติม เนื่องจากกังวลว่าอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นจะทำให้ธารน้ำแข็งและพื้นที่ภูเขาที่เยือกแข็งในเทือกเขาหิมาลัยมีความไม่มั่นคงมากขึ้น และเพิ่มโอกาสเกิดน้ำท่วมรุนแรงในอนาคต

เนปาลชี้ปล่อยคาร์บอนน้อย แต่ต้องจ่ายราคาหนัก

ผู้เชี่ยวชาญยังอยู่ระหว่างตรวจสอบบทบาทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อเหตุภัยพิบัติครั้งล่าสุด อย่างไรก็ดี มีการประเมินว่าเหตุการณ์อาจเริ่มจากการพังทลายของมวลธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ จนก่อให้เกิดดินถล่มและน้ำหลากตามมา ขณะที่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ชี้ว่าอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นกำลังทำให้ธารน้ำแข็งและชั้นดินเยือกแข็งบนภูเขาของเนปาลเปราะบางขึ้น

ผู้นำเนปาลระบุอย่างชัดเจนว่า ประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณสูงควรมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น เนปาลมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงประมาณร้อยละ 0.1 ของทั้งโลก แต่กลับเป็นหนึ่งในประเทศที่เผชิญผลกระทบหนักจากสภาพอากาศสุดขั้ว

ชีศีร์ ขานาล รมต.ต่างประเทศเนปาล ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า เนปาลมีส่วนต่อการปล่อยมลพิษต่ำมาก แต่ต้องเผชิญผลจากปัญหาที่เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศอื่น จึงต้องผลักดันประเด็นนี้ในฐานะเรื่องของความเป็นธรรมในเวทีระหว่างประเทศ

รัฐบาลเนปาลได้ยื่นขอเงินชดเชย 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากกองทุนภายใต้สหประชาชาติที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาซึ่งได้รับผลกระทบจากความสูญเสียและความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ขณะเดียวกัน ธนาคารโลกประเมินว่า หากภาวะโลกร้อนยังดำเนินต่อไปในอัตราปัจจุบัน เนปาลอาจสูญเสียผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ราว ร้อยละ 4 ภายในปี 2593

โซนิยา ริจาล นักวิจัยหลังปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ซึ่งศึกษาการรับมือของชุมชนต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว ระบุว่า ขณะนี้เกิดความรู้สึกอย่างเข้มข้นในสังคมเนปาลว่า ประเทศกำลังจ่ายราคาจากวิกฤตภูมิอากาศที่ตนเองแทบไม่ได้เป็นผู้ก่อ

เนปาลเตรียมฟื้นประเทศหลังมหาอุทกภัย คาดค่าฟื้นฟูทะลุ 5 พันล้านดอลลาร์

เนปาลเตรียมฟื้นประเทศหลังมหาอุทกภัย คาดค่าฟื้นฟูทะลุ 5 พันล้านดอลลาร์

ราคาสินค้า-การค้า-ท่องเที่ยว สะเทือนทั่วประเทศ

ผลกระทบทางเศรษฐกิจเริ่มปรากฏไกลจากพื้นที่น้ำท่วม โดย ภาจู ชาวกรุงกาฐมาณฑุ เปิดเผยว่า ราคาสินค้าจำเป็น โดยเฉพาะผักและผลไม้ เพิ่มขึ้นแล้วประมาณร้อยละ 5-8 ขณะที่ราคาเชื้อเพลิงนอกช่องทางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพิ่มขึ้นได้ถึงร้อยละ 36 ในช่วงที่สินค้าหาได้ยาก

ภาจูระบุว่า หากรัฐบาลไม่สามารถรับประกันการส่งก๊าซหุงต้มให้โรงแรมและร้านอาหารได้เพียงพอ อาจนำไปสู่ตลาดมืด และสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่ค่าเดินทาง ต้นทุนการขนส่ง ไปจนถึงราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน

สำหรับภาคธุรกิจ น้ำท่วมครั้งนี้ยิ่งซ้ำเติมบาดแผลจากเหตุเศรษฐกิจและภัยพิบัติที่ผ่านมา หลังแผ่นดินไหวปี 2558 คร่าชีวิตประชาชนราว 9,000 คน และสร้างความเสียหายประมาณ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนจุดผ่านแดนสำคัญระหว่างเนปาลกับจีนต้องปิดตัว กิจกรรมการค้าส่วนใหญ่จึงย้ายไปยังด่านราซูวากาดี ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักจากน้ำท่วมครั้งล่าสุด

เหตุการณ์เมื่อเดือน ส.ค. นับเป็นครั้งที่ 2 ในเวลาไม่ถึง 2 ปี ที่ราซูวากาดีเผชิญน้ำท่วมซึ่งเชื่อมโยงกับสภาพอากาศแปรปรวน ซาโลนี เซเทีย กรรมการผู้จัดการบริษัท Vie Tec ผู้จำหน่ายระบบอาคารและวัสดุก่อสร้างในกรุงกาฐมาณฑุ ระบุว่า ธุรกิจของเธอได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้ง 2 ครั้ง

เมื่อเส้นทางการค้าสู่จีนมีข้อจำกัด ต้นทุนจ้างคนขับรถขนส่งสินค้าผ่านด่านโคราลาเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า อีกทั้งระยะเวลารอคอยยังไม่แน่นอนและมีแนวโน้มยาวนานขึ้น ส่วนการเปลี่ยนไปใช้ขนส่งทางเรือจากเมืองกว่างโจวของจีน ทำให้ระยะเวลาส่งมอบสินค้านานขึ้นอีกประมาณ 3 สัปดาห์

เซเทียชี้ว่า ความไม่แน่นอนเองก็เป็นต้นทุน เพราะผู้ประกอบการหรือผู้บริโภคต้องร่วมกันรับภาระ ไม่ว่าจะผ่านกำไรของผู้นำเข้าที่ลดลง หรือราคาสินค้าที่สูงขึ้น โดยส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นพร้อมกันทั้ง 2 ด้าน

ภาคการท่องเที่ยวยังมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบ เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจลังเลที่จะเดินทางมายังเนปาล ทั้งที่อุตสาหกรรมนี้คิดเป็นสัดส่วนราวร้อยละ 7 ของ GDP และสร้างการจ้างงานมากกว่า 1,000,000 ตำแหน่ง

ข้อมูลจาก Nepal Economic Forum ระบุว่า หลังแผ่นดินไหวปี 2558 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงร้อยละ 26 ขณะที่การประท้วงของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในปี 2568 ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงร้อยละ 18

เหตุอุทกภัยครั้งนี้จึงสะท้อนว่า ความเสียหายของเส้นทางคมนาคมเพียงจุดเดียวสามารถขยายเป็นปัญหาระดับประเทศได้ เพราะแม้ธุรกิจบางแห่งจะไม่ได้อยู่ใกล้พื้นที่น้ำท่วม แต่ยังต้องแบกรับภาระจากต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้น สินค้าล่าช้า การท่องเที่ยวชะลอตัว และกำลังซื้อที่ลดลง ซึ่งเป็นความเสียหายที่ไม่อาจบันทึกไว้ได้ครบถ้วนในตัวเลขงบประมาณฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน

อ่านข่าว :

บรรยากาศก่อนรวมตัวคัดค้านจัดงานปีใหม่ยิวที่ “ชาบัดเฮาส์” จ.ภูเก็ต

อุดช่องโหว่? ระบบ "บริหารจัดการเงิน-ทรัพย์สินของวัด"

ปปง. จ่อรับสำนวนคดี "อติโชติ" ลุยเช็กเส้นทางการเงินบัญชีส่วนตัว-มูลนิธิ