วันนี้ (14 ก.ย.2569) กรมทรัพยากรธรณี เปิดเผยผลการลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุแผ่นดินถล่มบริเวณโรงเรียนบ้านดอยติ้ว ต.ศรีภูมิ อ.ท่าวังผา จ.น่าน เมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ พร้อมเสนอแนวทางป้องกันและลดความเสี่ยงจากแผ่นดินถล่ม
ผลการตรวจสอบ พบร่องรอยแผ่นดินถล่มหลายแห่งภายในบริเวณโรงเรียน โดยพื้นที่เริ่มเกิดแผ่นดินถล่มตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค. 2568 และขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากเดิมประมาณ 2 เมตร เป็น 100 เมตร อีกทั้งยังพบการถล่มต่อเนื่องในช่วงฤดูฝน รวมถึงมีรอยแตกและรอยแยกในพื้นที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ยังพบรอยแตกและรอยร้าวบริเวณอาคารเรียนและสิ่งปลูกสร้างหลายแห่งในโรงเรียน สะท้อนถึงการเคลื่อนตัวของมวลดินในพื้นที่บริเวณดังกล่าว
กรมธรณีฯ ลงพื้นที่ตรวจแผ่นดินถล่ม รร.บ้านดอยติ้ว จ.น่าน พบการถล่มขยายตัวเพิ่ม
กรมทรัพยากรธรณีระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพธรณีวิทยาเป็นหินทรายแป้งและหินดินดานสีน้ำตาลแดง โดยหินมีอัตราการผุพังค่อนข้างสูง ส่งผลให้เกิดชั้นตะกอนดินเหนียวหนาปกคลุมอยู่ด้านบน
ขณะที่ข้อมูลแผนที่พื้นที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินถล่มของกรมทรัพยากรธรณี พบว่า บริเวณที่เกิดแผ่นดินผล่มตั้งอยู่ในพื้นที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินถล่มระดับปานกลางถึงสูงมาก
ส่วนสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการเกิดแผ่นดินถล่ม ได้แก่ 1.พื้นที่มีความลาดชันสูงและทางน้ำไหลผ่าน โรงเรียนบ้านดอยติ้วมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อน มีลำห้วยและทางน้ำไหลผ่านหลายสาย โดยมีความลาดชันประมาณ 40–60 องศา 2. ชั้นดินหนาจากการผุพังของหิน พื้นที่รองรับด้วยหินตะกอนประกอบด้วยหินดินดานและหินทรายแป้ง ซึ่งมีอัตราการผุพังสูงทำให้เกิดการสะสมของชั้นตะกอนดินเหนียวหนา
และ 3. เมื่อมีฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วงฤดูฝน ทำให้ชั้นดินอุ้มน้ำจนมีสภาวะอิ่มตัว ทำให้ลาดดินสูญเสียเสถียรภาพและเกิดการพังถล่มลงมา ส่งผลกระทบต่ออาคารเรียน และสิ่งปลูกสร้างภายในโรงเรียนบ้านดอยติ้ว ตลอดจนก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน
กรมธรณีฯ ลงพื้นที่ตรวจแผ่นดินถล่ม รร.บ้านดอยติ้ว จ.น่าน พบการถล่มขยายตัวเพิ่ม
กรมทรัพยากรธรณีเสนอให้กำหนดและกั้นพื้นที่อันตราย พร้อมทั้งติดป้ายแจ้งเตือนและควบคุมการเข้าใช้พื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณที่พบรอยแตก รอยแยก เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลหรือสัตว์เลี้ยงเข้าใกล้บริเวณดังกล่าว รวมทั้งปรับปรุงระบบระบายน้ำบริเวณลาดเขา เพื่อควบคุมทิศทางและปริมาณการไหลของน้ำไม่ให้ไหลลงสู่บริเวณลาดดินโดยตรง ลดการกัดเซาะและการชะล้างพังทลายของดิน
นอกจากนี้ เสนอให้พิจารณาอพยพหรือย้ายโรงเรียนไปยังบริเวณที่มีความปลอดภัย เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิตและความเสียหายต่อทรัพย์สินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เนื่องจากบริเวณโรงเรียนเป็นพื้นที่ไหลผ่านของทางน้ำ ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินถล่มได้ง่าย
พร้อมแจ้งเตือนนักเรียน บุคลากร ประชาชน และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้เฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์แผ่นดินถล่ม โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักหรือฝนตกต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินถล่ม
ส่วนส่วนอาคารเรียนและสิ่งปลูกสร้าง ควรได้รับการตรวจสอบและประเมินความเสียหายโดยละเอียด เพื่อประเมินความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยในการใช้งาน
อ่านข่าว
ศาลเมลเบิร์นเลื่อนพิจารณาคดี "แอร์มีนา" นัดอีกครั้ง 12 ต.ค.
ก.เกษตรฯ ตั้งศูนย์แก้ปัญหา "ปลาหมอคางดำ" ในจังหวัดที่พบระบาด
