รัฐเร่งเชื่อมข้อมูล 58 รายการผ่าน GDX เดินหน้า "ไม่เรียกสำเนาเอกสาร" ติดต่อราชการ

สังคม
15:48
จำนวนผู้ชม 25
Thai PBS
รัฐเร่งเชื่อมข้อมูล 58 รายการผ่าน GDX เดินหน้า "ไม่เรียกสำเนาเอกสาร" ติดต่อราชการ

วันนี้ (15 ก.ย.2569) น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าลดภาระประชาชนในการติดต่อราชการ โดยผลักดันแนวทาง "ไม่เรียกเอกสารจากประชาชน" สำหรับเอกสารสำคัญ 58 รายการ ผ่านศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกลางภาครัฐ หรือ Government Data Exchange (GDX) เพื่อให้หน่วยงานของรัฐสามารถตรวจสอบและใช้ข้อมูลระหว่างกันแทนการขอสำเนาเอกสารจากประชาชน

ข้อเสนอดังกล่าวครอบคลุมเอกสารที่ประชาชนใช้บ่อย เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส ทะเบียนหย่า สูติบัตร ใบมรณบัตร เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หนังสือรับรองนิติบุคคล และใบอนุญาตขับรถ โดยตั้งเป้าเชื่อมโยงข้อมูลให้ครบภายใน 1 ปีนับจากวันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ

การดำเนินการจะแบ่งเป็น 2 ระยะ โดยเอกสาร 31 รายการที่มีข้อมูลพร้อมผ่าน GDX แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งเชื่อมโยงและนำข้อมูลไปใช้แทนการเรียกเอกสารจากประชาชนภายในกรอบ 6 เดือนถึง 1 ปี ส่วนอีก 27 รายการที่ยังไม่มีข้อมูลพร้อมให้บริการผ่าน GDX จะเร่งเชื่อมโยงให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี

น.ส.ลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลยังเตรียมให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) และกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง เร่งเชื่อมโยง GDX กับระบบ Linkage Center เพื่อให้หน่วยงานรัฐสามารถเข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎรผ่านช่องทางเดียว ลดความซ้ำซ้อนและความสับสนในการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน

สำหรับการขับเคลื่อนมาตรการ จะให้ส่วนราชการ 163 หน่วยงานสำรวจความพร้อม ทบทวนกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำหนดให้เจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการ ใช้ระบบดิจิทัลตรวจสอบข้อมูลแทนการเรียกเอกสารจากประชาชน และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจน

หากหน่วยงานใดยังเรียกเอกสารที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้แล้ว สำนักงาน ก.พ.ร. จะประสานให้แก้ไขภายใน 15 วัน และติดตามต่อเนื่อง โดยหากยังไม่ดำเนินการภายในกรอบที่กำหนด อาจนำไปประกอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการของหัวหน้าส่วนราชการ และกรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีโดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจมีประเด็นความรับผิดทางวินัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เป้าหมายคือประชาชนไม่ควรต้องถือสำเนาเอกสารที่รัฐมีข้อมูลอยู่แล้วไปยื่นให้รัฐอีก การเชื่อมข้อมูลให้หน่วยงานใช้ร่วมกัน จะช่วยลดทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย และขั้นตอนการติดต่อราชการ พร้อมทำให้บริการภาครัฐสะดวกและเป็นดิจิทัลมากขึ้น

ทั้งนี้ การเชื่อมโยงข้อมูลจะต้องดำเนินการภายใต้มาตรฐานกลางของภาครัฐ โดยคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลควบคู่กันไป เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น