ทร.แจงยิบทุกขั้นตอนจัดหา "เรือฟริเกต" ย้ำคัดเลือกตามคุณสมบัติ-TOR

การเมือง
12:24
จำนวนผู้ชม 39
Thai PBS
ทร.แจงยิบทุกขั้นตอนจัดหา "เรือฟริเกต" ย้ำคัดเลือกตามคุณสมบัติ-TOR

วันนี้ (18 ก.ย.2569) พล.ร.อ.กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ในฐานะประธานกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือฟริเกต กล่าวว่า วันนี้จะชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการจัดหาเรือฟริเกต โดยยืนยันว่าคณะกรรมการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างบนพื้นฐานของความต้องการทางยุทธการ ความมั่นคง และการป้องกันประเทศ รวมถึงคำนึงถึงความโปร่งใสและประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ

กระบวนการเริ่มจากการจัดทำความต้องการของกองทัพเรือ โดยมีการจัดทำเอกสารกำหนดความต้องการและภารกิจของเรือ ก่อนเสนอให้คณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งพิจารณา จากนั้นจึงจัดทำร่างขอบเขตของงาน หรือ TOR เพื่อกำหนดคุณสมบัติและเงื่อนไขต่าง ๆ สำหรับผู้ยื่นข้อเสนอในขั้นตอนการพิจารณา มีผู้ประกอบการให้ความสนใจและเข้ายื่นข้อเสนอรวม 6 บริษัท

คณะกรรมการได้ตรวจสอบทั้งด้านคุณสมบัติ เอกสาร และข้อเสนอทางเทคนิคตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ สำหรับปัญหาที่พบในการยื่นข้อเสนอ มีผู้เสนอราคาบางบริษัทไม่ผ่านเกณฑ์ด้านคุณสมบัติ เนื่องจากเอกสารสำคัญไม่ครบถ้วนหรือไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด เช่น เอกสารด้านการเงิน รายการคุณสมบัติของผู้ประกอบการ รวมถึงเอกสารที่ใช้แสดงมูลค่าสุทธิของกิจการ ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้เพื่อคัดกรองผู้ประกอบการที่มีความพร้อมและลดความเสี่ยงในการทำสัญญากับภาครัฐ

นอกจากนี้ ยังพบข้อเสนอของผู้ประกอบการบางบริษัทที่มีเงื่อนไขแตกต่างจากที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา โดยบางบริษัทเสนอว่าจะจัดหาอุปกรณ์หรือดำเนินการบางส่วนให้ภายหลังจากได้รับการคัดเลือกแล้ว

คณะกรรมการไม่สามารถนำข้อเสนอที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดมาพิจารณาหรือแก้ไขภายหลังได้ ในส่วนของรายการอุปกรณ์และระบบต่าง ๆ ที่ผู้ยื่นข้อเสนอระบุไว้ คณะกรรมการจะพิจารณาตามรายละเอียดที่กำหนดในเอกสาร และต้องคำนึงถึงความครบถ้วนของระบบ รวมถึงการป้องกันความเสียหายและความปลอดภัยของเรือเป็นสำคัญ โดยรายละเอียดและเงื่อนไขที่ตกลงกันจะถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนในสัญญา เพื่อให้สามารถตรวจสอบและบังคับใช้ได้

สำหรับข้อกังวลว่า หากมีการยกเลิกกระบวนการจัดหาและเริ่มต้นการประเมินใหม่ จะส่งผลต่อกรอบเวลาของโครงการนั้น คณะกรรมการได้พิจารณาถึงระยะเวลาที่จำเป็น โดยหากต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด อาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นประมาณ 6–7 เดือน ขณะที่โครงการปัจจุบันมีกรอบเวลาที่จำกัด จึงจำเป็นต้องดำเนินการตามกระบวนการที่กฎหมายและระเบียบกำหนด

ส่วนราคาที่เสนอในการจัดหาเรือฟริเกต จากวงเงินประมาณ 17,000 ล้านบาท เหลือ 16,730 ล้านบาท หรือปรับลดลงประมาณ 270 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 1.6% ของวงเงินดังกล่าว

นอกจากการลดราคาจัดหาแล้ว ผู้ชนะการคัดเลือกยังต้องดำเนินการด้านสิทธิประโยชน์ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในประเทศเพิ่มเติมตามเงื่อนไขที่กำหนด รายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และระบบต่าง ๆ ที่จะได้รับเพิ่มเติม จะถูกระบุไว้อย่างชัดเจนในสัญญา

บางรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในขณะนี้ เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนการจัดทำและดำเนินการตามเงื่อนไขของสัญญา

ภายหลังคณะกรรมการจัดจ้างได้รับรายงานผลการพิจารณาและผลการตรวจสอบจากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องแล้ว ได้ตรวจสอบความถูกต้องตามขั้นตอนและระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ก่อนให้ความเห็นชอบผลการจัดจ้างตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมแจ้งผลให้ผู้ยื่นข้อเสนอที่ไม่ได้รับการคัดเลือกทราบในวันเดียวกัน

ขณะนี้มีผู้ยื่นอุทธรณ์ผลการคัดเลือกต่อหน่วยงานที่มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ กองทัพเรือจึงได้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยชะลอการลงนามในสัญญาไว้เป็นการชั่วคราว และจะจัดส่งข้อมูล เอกสาร รวมถึงเหตุผลและความจำเป็นของโครงการให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาอย่างครบถ้วน

ทั้งนี้ กองทัพเรือพร้อมปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามกฎหมาย มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ พร้อมย้ำว่า กองทัพเรือมีความคาดหวังและความตั้งใจอย่างชัดเจนที่จะพัฒนาขีดความสามารถในการต่อเรือรบภายในประเทศ 100% แต่ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดบางประการ และจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือกับภาคอุตสาหกรรมต่อเรือของไทย

ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีการลงพื้นที่และหารือกับอู่ต่อเรือและบริษัทที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบข้อจำกัด รวมถึงประเมินความเป็นไปได้ในการสนับสนุนการต่อเรือรบภายในประเทศ ซึ่งพบว่ายังต้องมีการพัฒนาขีดความสามารถในหลายด้านต่อไป

สำหรับกรอบเวลาที่จะสามารถต่อเรือฟริเกตได้เอง 100% ภายในประเทศนั้น ยังไม่สามารถกำหนดปีที่ชัดเจนได้ เนื่องจากการพัฒนาขีดความสามารถดังกล่าวต้องดำเนินการเป็นลำดับขั้น และอาศัยการสะสมประสบการณ์จากการต่อเรือแต่ละลำ

แนวทางของกองทัพเรือ คือ หากเริ่มดำเนินการต่อเรือลำแรกในประเทศ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาขีดความสามารถ จากนั้นเมื่อมีการต่อเรือลำที่ 2 และลำต่อ ๆ ไป ประสบการณ์ ความชำนาญของช่าง การพัฒนาอู่ต่อเรือ ตลอดจนขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น การไปสู่เป้าหมายการต่อเรือฟริเกตภายในประเทศ 100% จึงต้องเป็นการพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยขึ้นอยู่กับความพร้อมของอู่ต่อเรือ บุคลากร เทคโนโลยี และการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าว :

ทส.เร่งประเมินดินถล่ม "รร.บ้านดอยติ้ว" พื้นที่เสี่ยงสูง-รอยแยกขยายตัว

โฆษกรัฐบาลแย้ม “ไทยช่วยไทย พลัส 2” ให้เงินรวดเดียว 1,000 บาท ใช้ 2 เดือน

ญี่ปุ่นเจ้าภาพ "เอเชียนเกมส์ 2026" เร่งแก้ปัญหาที่พัก หลังนักกีฬาหลายชาติร้องเรียน