วันนี้ (23 ก.ย.2569) พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ขณะนี้มีการกำหนดระดับสถานการณ์ไว้ 5 ระดับ ตั้งแต่สีเขียว เหลือง ส้ม แดงและแดงเข้ม โดยสีแดงเข้มถือเป็นระดับสูงสุดหากเกิดเหตุปะทะ
ปัจจุบันการประเมินสถานการณ์อยู่ระหว่างสีเขียว กับสีเหลือง หมายถึงมีการเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังมากกว่าปกติ เนื่องจากสถานการณ์บริเวณชายแดนยังต้องติดตาม โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการรุกล้ำพื้นที่ และอยู่ระหว่างการเจรจาแก้ไขปัญหาแนวเขตแดน
โฆษกกระทรวงกลาโหม ย้ำว่า กองทัพมีความพร้อมตรวจการณ์และเฝ้าระวังตามแนวชายแดน รวมถึงเตรียมความพร้อมทั้งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น หากมีการนำกำลังเข้าประชิดชายแดนหรือล้ำเข้ามาในเขตไทย จะดำเนินการตามลำดับขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก โดยเริ่มจากการพูดคุยและเจรจา หากยังไม่ยุติ จะพิจารณาใช้มาตรการตามกฎการใช้กำลัง ซึ่งอาจมีทั้งการยิงเตือนและมาตรการที่สูงขึ้นตามสถานการณ์
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะขณะนี้สถานการณ์โดยรวมยังสงบเรียบร้อยและเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ รวมทั้งพร้อมปฏิบัติภารกิจดูแลพื้นที่ตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง
"ชายแดนใต้" เฝ้าระวังช่วงเปลี่ยนผ่าน-ปรับกำลังในพื้นที่
พล.ร.ต.สุรสันต์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า มีการหารือถึงช่วงเปลี่ยนผ่านและการปรับเปลี่ยนกำลังในพื้นที่ โดยจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการและติดตามสถานการณ์ รวมถึงเตรียมแนวทางการดำเนินงานต่อภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ขณะที่ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ เป็นประธานฯ จะลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในวันที่ 24 ก.ย.นี้ เพื่อประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ โดยเฉพาะ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ศอ.บต.
พร้อมทั้งผลักดันศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ เพื่อนำไปสู่การโอนถ่ายอำนาจให้หน่วยงานในพื้นที่แก้ไขปัญหา โดยจะให้อำเภอมีอำนาจการตัดสินใจในระดับหนึ่ง ไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง เพื่อให้การแก้ปัญหามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สภากลาโหมสั่งคุมเข้ม "โดรน" ชายแดน สกัดชิ้นส่วนประกอบ
ด้าน น.ท.ณัฐนัย จันทร์เปล่ง รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงข่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมสภากลาโหม ว่า ที่ประชุมสั่งให้เพิ่มความเข้มงวดเฝ้าระวังโดรน รวมถึงชิ้นส่วนประกอบโดรนตามแนวชายแดน
ก่อนหน้านี้ ทหารในพื้นที่รายงานว่า มีการใช้โดรนจากฝั่งตรงข้ามบินเข้ามาสอดแนม เนื่องจากต้องการลดความเสี่ยงและลดการประกอบโดรน DIY ในหลายพื้นที่ที่ทหารไทยตรึงกำลังไว้
น.ท.ณัฐนัย กล่าวอีกว่า จะมีการประสานหน่วยงานความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบและสกัดกั้นอุปกรณ์ที่อาจนำไปใช้ในวัตถุประสงค์ด้านการทหาร หรือการสนับสนุนการรบ พร้อมให้รวบรวมข้อมูลการนำเข้า ทั้งเรื่องจำนวน ประเภท แหล่งที่มาและวัตถุประสงค์ของการใช้งานอย่างเป็นระบบ รวมถึงประเทศที่เป็นผู้ส่งวัสดุต่างๆ
อ่านข่าว
ค้นหา 5 คนลูกเรือ "ส.กาญจนาวารี 888" อับปางทะเลแสมสาร
“สนธิ” เตรียมยื่นหนังสือ กกต.ตรวจสอบคดี “ฮั้ว สว.” 25 ก.ย.นี้
สปส.ตอบปมจดโพยเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เลี่ยงนำกระดาษเข้าคูหา
