วันนี้ (26 ก.ย.2569) ดร.เสรี ศุภราทิตย์ จาก ศูนย์ภูมิอากาศ และภัยพิบัติ ม.รังสิต และมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ประเมินสถานการณ์ฝนในพื้นที่กรุงเทพมหานครตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 26 ก.ย. พบว่า จากการคาดการณ์ล่าสุดรายชั่วโมงของปริมาณฝนค่ำคืนนี้จนถึงเช้าตรู่วันพรุ่งนี้ (26-27 ก.ย.) มีแนวโน้มเบาลงตามลำดับ ขอให้ชาวกทม. และปริมณฑล ได้พักผ่อนอย่างสบายใจว่าจะไม่มีน้ำจากฟ้าฝนเติมอีก แต่ความยากลำบากในการใช้ชีวิต การเดินทางยังคงมีอยู่ขึ้นอยู่กับท้องถิ่นต่างๆ ที่จะต้องเร่งรัดฟื้นฟูให้กลับมาโดยเร็ว
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนตัวของหย่อมกำลังแรงไปทางภาคตะวันตกจะทำให้ลมมรสุมสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ดังนั้นจังหวัดในพื้นที่ฝั่งตะวันตก รวมทั้งพื้นที่ภาคตะวันออก (จ.ตราด และจันทบุรี) จึงยังมีความเสี่ยงฝนตกหนักต่อไปในวันที่ 27 ก.ย. จึงต้องติดตามการคาดการณ์ในวันพรุ่งนี้ด้วย
ส่วนการถกเถียงกันเรื่อง “มหาอุทกภัย” สามารถอธิบายด้วยปริมาณน้ำหลากสะสมผ่าน จ.นครสวรรค์ ณ เวลาเดียวกัน ปริมาณน้ำหลากผ่าน จ. นครสวรรค์ในปี 2569 มีประมาณ 4,300 ล้าน ลบ.ม.ในขณะที่ในปี 2554 มีปริมาณน้ำหลาก 15,000 ล้าน ลบ.ม. ต่างกันประมาณ 3 เท่า
อย่างไรก็ตามการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลาง กทม.ครั้งนี้ เกือบทุกพื้นที่ทำให้มีการประกาศขยายพื้นที่ประสบภัยสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต การขาดแคลนสินค้าในห้างสะดวกซื้อ ความกังวลจนถึงขั้นตระหนก และโกลาหลของประชาชน จึงเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ธรรมดา หรือเราอาจจะเรียกว่า “มหาอุทกภัย” ก็ได้ แล้วแต่บางคนจะนิยาม
อ่านข่าว :
กทม.สั่งปิดโรงเรียนเนื่องจากเหตุพิเศษ 28 ก.ย.หลังฝนตกหนัก-น้ำท่วมขัง
อุตุฯ เตือนฉบับ 12 "ฝนยังไม่หยุด" กทม.-ภาคตะวันออก ระวังน้ำท่วมขัง
รับมือน้ำท่วม ตั้ง Single Command เร่งกระจายสินค้า-คุมราคา เปิด 1569 ตลอด 24 ชม.
ผู้เชี่ยวชาญ คาดสถานการณ์ฝนในกรุงเทพฯ เริ่มทรงตัว หลังจากนี้ภาคตะวันตกเตรียมรับมือฝนหนัก
