วันนี้ (1 ต.ค.2569) ช่วงเย็นที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) และมีลูกเห็บตกในเวลาเดียวกัน โดยประชาชนที่อาศัยอยู่ในย่านรัชดาภิเษก จตุจักร ลาดพร้าวและโชคชัย 4 หลายคนได้โพสต์ภาพและคลิปเหตุการณ์ลูกเห็บตกในสื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก
กรมอุตุนิยมวิทยา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ "ลูกเห็บ" ว่า คือหยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมาในลักษณะเป็นก้อน มีเส้นผ่าศูนย์กลางระหว่าง 5-50 มิลลิเมตร หรือ 0.2-2.0 นิ้ว แต่ในบางครั้งอาจมีขนาดโตกว่าและอาจตกลงมาเป็นก้อนๆ หรือเกาะรวมกันเป็นก้อนขรุขระ
นายสมควร ต้นจาน ผอ.กองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา ให้สัมภาษณ์กับ "ไทยพีบีเอสออนไลน์" ว่า ลูกเห็บที่ตกในวันนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในช่วงหน้าฝน เพราะส่วนใหญ่ลูกเห็บจะตกในช่วงหน้าร้อน ที่มักจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นเป็นประจำ
ปัจจัยที่ทำให้เกิดลูกเห็บ มาจากฝนฟ้าคะนอง ซึ่งมีอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดพาความชื้นเข้ามา ทำให้อากาศร้อนและการยกตัวของอากาศดีขึ้น จึงมีการก่อตัวของเมฆฝนฟ้าคะนอง หรือเมฆคิวมูโลนิมบัส (Cumulonimbus) ก่อตัวในแนวดิ่งที่มีความสูงและมีกระแสลมพัดขึ้นลงรุนแรง
เมื่อกระแสลมพัดหยดน้ำขึ้นไปในบรรยากาศชั้นบนที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ทำให้น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง โดยก้อนน้ำแข็งจะตกลงมาและถูกกระแสลมพัดวนขึ้นไปซ้ำหลายรอบ ในระหว่างที่วนขึ้นลง ก้อนน้ำแข็งจะดูดซับความชื้นและพอกตัวหนาขึ้นเรื่อย ๆ จนมีขนาดใหญ่และหนัก เมื่อก้อนลูกเห็บมีน้ำหนักเกินกว่าที่กระแสลมภายในเมฆจะพยุงไว้ได้ ก็จะตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงสู่พื้นโลก
แต่อย่างไรก็ตาม ลูกเห็บที่ตกในช่วงเย็นวันนี้ (1 ต.ค.) หรือตกในช่วงฤดูฝน ซึ่งพบได้ไม่บ่อยนัก ความรุนแรงจะไม่เท่าที่เกิดขึ้นในฤดูร้อน
ผอ.กองอุตุนิยมวิทยาการบิน ยังเตือนว่า ไม่ควรนำลูกเห็บมารับประทาน เพราะในขณะนี้ที่มีการก่อตัวของเมฆฝนฟ้าคะนองในชั้นบรรยากาศ อาจเกิดอานุภาพของฝุ่นหรือสารเคมีบางอย่างเจือปนและไม่สะอาด
ส่วนสถานการณ์ฝน พื้นที่กรุงเทพฯ จะมีฝนตกในช่วงบ่าย จนถึงวันที่ 4 ต.ค. เพราะยังมีลมที่พัดพาเอาความชื้นเข้ามา ซึ่งจะตกในปริมาณน้อยถึงปานกลาง และมีความเป็นไปได้ที่บางจุดจะเจอฝนมากกว่า 35 มิลลิเมตร แต่จะไม่ตกนานและไม่ตกแช่เหมือนในช่วงที่ผ่านมา
อ่านข่าว :
กทม.ฝนตกหนักหลายพื้นที่ รัชดาฯ-ลาดพร้าว-โชคชัย 4 ลูกเห็บตก
กทม.เร่งระบายน้ำฝั่งตะวันออก เตรียมรับมือฝนระลอกใหม่ 8-9 ต.ค.
รู้จัก "เรือผลักดันน้ำ" เครื่องมือกู้วิกฤต ในภารกิจเร่งน้ำออกจากพื้นที่
