สตง.แจง "กรณีตึกถล่ม" ขออย่าโยงกับกรณี "ตรวจสอบไทยพีบีเอส"

สังคม
14:24
จำนวนผู้ชม 141
Thai PBS
สตง.แจง "กรณีตึกถล่ม" ขออย่าโยงกับกรณี "ตรวจสอบไทยพีบีเอส"

วันนี้ (14 ต.ค.2569) นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะโฆษก สตง. เปิดเผยความคืบหน้าในการดำเนินการเรื่องตึกสตง.ถล่ม เมื่อต้นปี 2568 โดยที่ผ่านมาได้ดำเนินคดีอาญา กับผู้ประกอบวิชาชีพกรณีประมาทเลินเล่อทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ล่าสุดพนักงานอัยการ ยื่นฟ้องผู้เกี่ยวข้องทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบพยาน เอกชนที่เป็นผู้ออกแบบผู้ควบคุมงานผู้ก่อสร้าง โดยมีเจ้าหน้าที่ สตง.เป็นพยานฝ่ายโจทย์

นายสุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า การดำเนินงานที่ 2 คือ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบเรื่องเสนอราคาไม่เป็นธรรม ดำเนินการฟ้องนอมินีแล้ว และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ สตง.ที่ถูกกล่าวหาว่า มีส่วนกระทำผิดทางอาญา ทั้งหมด 10 คณะ 70 คน เป็นอำนาจของป.ป.ช. ส่งเรื่องไปที่ ป.ป.ช.แล้ว รวมทั้งกรณีที่มีผู้ร้องเรียนอดีตผู้ว่าการ สตง.ด้วย ปัจจุบัน ป.ป.ช.รับไต่สวนทั้ง 2 เรื่อง และเอกสารที่ขอมาทางสตง.ส่งให้ครบหมดแล้ว โดยยืนยันว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์

โฆษก สตง. กล่าวว่า ส่วนกรณีการบอกเลิกสัญญากับผู้รับเหมา ล่าสุดบอกเลิกสัญญาไปหมดแล้ว เรื่องแจ้งผู้ทิ้งงานอยู่ระหว่างรับคำอุทธรณ์จากผู้รับจ้าง โดยอยู่ระหว่างพิจารณาเพื่อส่งไปที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เพื่อแจ้งไปยังผู้รับจ้างให้เป็นผู้ทิ้งงาน ผู้ควบคุมงานแจ้งบอกเลิกสัญญาเป็นผู้ทิ้งงาน ผู้ออกแบบก็จะแจ้งบอกเลิกสัญญาเช่นกัน และเชื่อว่าคณะกรรมการที่ทำเรื่องนี้จะต้องฟ้องร้องคู่สัญญาที่ทำผิดสัญญาทั้ง 3 รายเพื่อเรียกเงินค่าจ้างคืน

ส่วนอาคารที่ก่อสร้างด้วยงบประมาณ 2,136 ล้านบาท จ่ายเงินไป 22 งวดเป็นเงิน 966 ล้านบาท เงินล่วงหน้า 320 กว่าล้านบาท และ เงินประกัน 106 ล้านบาท ได้คืนมาหมดแล้วดังนั้นมีเงินที่จ่ายไปหมดประมาณ 500 ล้านกว่าบาท มีการตั้งกรรมการชุดหนึ่งตามกฎหมาย เพื่อดูว่าความเสียหายที่จะเกิดขึ้นตามสัญญาเป็นเท่าไร จะยื่นแจ้งเตือนไปยังผู้รับจ้าง ถ้ายินยอมชดใช้ก็จบ ถ้าไม่ยอมใช้ก็ต้องฟ้องร้อง เพื่อไปสู้กันในชั้นศาล

ส่วนเรื่องการเยียวยาจบไปแล้วทุกหน่วยงานเข้ามาเยียวยาหมด และสำหรับกรณีเช่าที่รถไฟที่มีคำถามว่า ทำไมตึกถล่มแล้วยังไปตั้งงบเช่าที่รถไฟ ชี้แจงว่า สัญญาเช่าที่ 15 ปี ตราบใดที่สัญญาเช่ายังไม่ยุติต้องตั้งงบประมาณ ซึ่งผู้ว่าการ สตง.บอกว่า จะจบที่ปี 2570 จะบอกเลิกสัญญาและคืนพื้นที่ซึ่งทางการรถไฟฯ พร้อมจะโอนสิทธิการเช่าให้หน่วยงานที่จะมาเช่าต่อ

ยืนยันว่า ยกเลิกโครงการก่อสร้างและไม่มีแผนจะสร้างตึกใหม่ จะอยู่ที่สำนักงานในซอยอารีย์ ถ้าเป็นไปได้จะปรับปรุงอาคาร เพราะอนาคตจะทำงานแบบทำงานที่ไหนก็ได้ โดยเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา เปลี่ยนองค์กรเป็นดิจิทัล พยายามใช้เทคโนโลยีเข้ามาทำงาน ส่วนหนึ่งทำงานที่สำนักงานส่วนหนึ่งทำงานที่บ้าน ไม่สร้างและไม่เช่าที่ใหม่

โฆษก สตง. กล่าวอีกว่า ส่วนคำถามเรื่องค่าครุภัณฑ์ที่มีราคาแพง ยืนยันว่ายังไม่ได้จ่ายสักบาท ยังไม่มีการเบิกจ่ายยังไม่มีการซื้อ รวมทั้งคำถามเรื่องเก้าอี้ราคาแพง 2 ตัวทำไมตัวละ 9 หมื่นกว่าบาท เป็นเก้าอี้ของประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ราคาวัสดุตั้งโดยผู้รับจ้างออกแบบแต่เวลาจะก่อสร้างจริงต้องมาปรับ ณ ราคาปัจจุบัน ซึ่งยืนยันว่ายังไม่ได้จ่ายเช่นเดียวกับประเด็นโทรศัพท์ที่ถูกระบุว่า ราคาแพง เป็นโทรศัพท์ที่ใช้แบบต่อเนื่องเชื่อมโยงไม่ใช่แบบสแตนด์อะโลน

เราจ่ายไป 966 ล้านบาท เป็นค่าล่วงหน้า 320 ล้านบาท ที่เหลือเป็นโครงสร้างซึ่งยังไม่ได้ตรวจรับโครงสร้างที่สมบูรณ์ยังสร้างไม่ถึง ของเราถึงงวด 22 ซึ่งมีงวดอยู่ที่ 3 ปี คือ 36 งวด จะบอกว่า เงิน 2 พันล้านไม่หาย เราจ่ายปีต่อปี งบประมาณทำแค่ไหนจ่ายแค่นั้น

โฆษก สตง. กล่าวด้วยว่า ต้องแยกกันระหว่างภารกิจหน้าที่ สตง.ที่ตรวจงานทั่วประเทศ มีมาตรฐานมีกฎระเบียบให้ตรวจ แต่งานสร้างอาคารเป็นตึกใหญ่พิเศษ สตง.ทำเองไม่ได้ ต้องมีผู้มีวิชาชีพมาตรวจสอบ ส่วนความครบถ้วนสามารถดูได้

ขอให้แยกระหว่างหน้าที่ปฏิบัติกับเรื่องตึก ไม่ใช่เอะอะ สตง.ท้วงใครปั๊บสุดท้ายก็ยกตึกมาเทียบ ถ้าเทียบ สตง.จริงๆ ควรดูเรื่องการจัดหาด้วยวิธีเจาะจง ผมเคยบอกแล้วว่าเรื่องตึกถล่มจะเป็นแผล สตง.ตลอดชีวิต เพราะมันไม่ควรถล่ม เพราะเราเป็นคนตรวจเงินแผ่นดิน แต่มันเกิดเราพร้อมหาเหตุผล เราพร้อมรับผิดถ้าเป็นความผิดของเรา เราพร้อมที่จะแก้ไข ให้เอาตึกเราเป็นกรณีศึกษาอย่าให้เกิดเหตุเช่นนี้อีก

นายโสมทัต นิธิตรีรัตน์ ผอ.สำนักตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายที่ 1 กล่าวว่า สิ่งที่ได้รับรู้ตั้งแต่วันที่ตึกถล่ม ผู้ตรวจสอบทุกคนกังวลว่า ประชาชนจะสูญเสียความเชื่อมั่นกับสตง.ไป สตง. ต้องทำหน้าที่ของต่อไป ณ เวลานี้ไม่ได้คาดหวังให้ประชาชนเข้าใจสิ่งที่กำลังทำ เพราะยอมรับว่าความเชื่อมั่นสูญหาย แต่สิ่งที่จะทำต่อไปเพื่อหวังว่าประชาชนและสื่อมวลชนจะกลับมาเชื่อมั่นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งยืนยันว่าไม่เคยท้อถอย

อ่านข่าว :

"เจเศรษฐ์" เผยสายการบิน SV รับผู้แสวงบุญ 200 คน ตกค้างสุวรรณภูมิไปซาอุฯ แล้ว

ชมสด Thai PBS แถลงชี้แจงกรณีการตรวจสอบของ สตง.

สตง.ชี้ตรวจสอบ "ไทยพีบีเอส" ตามขั้นตอนรับร้องเรียน "ความคุ้มค่า-จัดซื้อจัดจ้าง-ใช้รถหลวง"