วันนี้ (19 ต.ค.2569) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เดินหน้าขับเคลื่อนแผนพัฒนาองค์กร ด้วยการเตรียมจัดทำโครงการเช่ารถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้า (EV) เพิ่มเติมจำนวน 800 คัน คิดเป็นมูลค่าวงเงินลงทุนรวมทั้งสิ้นกว่า 8,139 ล้านบาท
โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อนำมาให้บริการทดแทนกลุ่มรถโดยสารปรับอากาศเครื่องยนต์ดีเซลเดิม ที่ปัจจุบันมีอายุการใช้งานยาวนาน สะสมค่อนข้างมากประมาณ 30 ปี ซึ่งประสบปัญหาเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ส่งผลให้มีต้นทุนในมิติการบริหารจัดการซ่อมบำรุงที่สูง และเริ่มประสบภาวะหาอะไหล่ทดแทนได้ยากในตลาดปัจจุบัน
นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. ระบุรายละเอียดว่า โครงการจัดหารถไฟฟ้าจำนวน 800 คันนี้ ถือเป็นโครงการระยะต่อเนื่องจากการเช่ารถโดยสาร EV ในล็อตแรกจำนวน 1,520 คัน ซึ่งเมื่อนำมารวมกับรถโดยสาร ที่ใช้พลังงานก๊าซธรรมชาติ (NGV) ที่ทางหน่วยงานมีประจำการอยู่อีกประมาณ 700-800 คัน
จะส่งผลให้ ขสมก. มีปริมาณรถโดยสารวิ่งให้บริการรวมกันมากกว่า 3,000 คัน ซึ่งประเมินแล้วว่าจะเพียงพอต่อปริมาณความต้องการ และสัดส่วนผู้ใช้บริการในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยาวนานไปอีก 7-10 ปีข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตมีการปฏิรูปเส้นทางเดินรถ หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบโครงสร้างการให้บริการคมนาคม ก็จะต้องมีการประเมินตัวเลขความต้องการรถโดยสารใหม่อีกครั้ง ตามความเหมาะสม
สำหรับลำดับขั้นตอนในกระบวนการอนุมัติโครงการ ขสมก. จำเป็นต้องนำรายละเอียดและเงื่อนไขทั้งหมด เสนอให้คณะกรรมการบริหารกิจการ ขสมก. (บอร์ด ขสมก.) พิจารณาเห็นชอบ ก่อนจะส่งต่อเรื่องไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป
ปัจจุบันโครงการยังคงอยู่ในขั้นตอนการรอความชัดเจน เรื่องการแต่งตั้งบอร์ด ขสมก.ชุดใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีการแต่งตั้งแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย.2569 ระหว่างนี้ทาง ขสมก. จึงเร่งศึกษารวบรวมข้อมูล จัดทำเอกสารข้อกำหนด เพื่อให้สามารถยื่นเสนอต่อบอร์ดชุดใหม่พิจารณาได้ทันทีเมื่อเข้าปฏิบัติหน้าที่
โดยวางกรอบเวลาในการลงนามสัญญาจ้างไว้ในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค.2570 และมีการกำหนดเงื่อนไขชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศ (Local Content) ไว้ที่สัดส่วนประมาณร้อยละ 40 เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการประกอบยานยนต์ภายในประเทศ
ขสมก. เตรียมเช่ารถเมล์ EV เพิ่ม 800 คัน ดึง "ข้อตกลงคุณธรรม" สกัดทุจริต
นอกจากนี้ ทาง ขสมก. ยังได้ตอบรับข้อเสนอเชิงนโยบาย เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงยามเกิดภัยพิบัติ โดยตัดสินใจที่จะสงวนรักษารถโดยสารธรรมดา (รถเมล์ร้อน) เครื่องยนต์ดีเซลสีครีม-แดงบางส่วนเอาไว้ ไม่นำไปปลดระวางทั้งหมด เพื่อใช้ทำหน้าที่เป็นรถโดยสารเฉพาะกิจ ช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์อุทกภัย
เนื่องจากข้อเท็จจริงทางเทคนิค ระบุว่า รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า EV มีข้อจำกัดสูงในด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และตำแหน่งติดตั้งแบตเตอรี่ ซึ่งไม่เหมาะสมกับการนำไปขับเคลื่อนลุยผ่านพื้นที่น้ำท่วมขังในระดับลึก เพราะอาจก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงต่อระบบส่งกำลัง และมีค่าใช้จ่ายในการบูรณะซ่อมแซมที่สูงมาก
ในส่วนของมาตรการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน โครงการนี้ได้รับการบรรจุเข้าสู่ระบบบริหารจัดการโครงการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม (ITMS) ของกรมบัญชีกลาง เนื่องจากเป็นโครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท
โดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลงคุณธรรมร่วมกัน 3 ฝ่าย ประกอบด้วย หน่วยงานรัฐ เจ้าของโครงการ และคณะผู้สังเกตการณ์อิสระจำนวน 3 คน ซึ่งนำทีมโดย นางสุภาภรณ์ ศิริกุล เข้ามาร่วมตรวจสอบการดำเนินงานอย่างเป็นอิสระ สามารถเรียกขอข้อมูล เอกสาร และเข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมได้ทุกครั้ง ตั้งแต่ขั้นตอนการร่างขอบเขตของงาน (TOR) ไปจนกระทั่งถึงกระบวนการตรวจรับและเบิกจ่ายเงินงวดสุดท้าย
ผู้สังเกตการณ์จะจัดทำรายงานรายงานผลเป็นรายเดือน หากมีข้อสงสัยหรือข้อสังเกต ทาง ขสมก. จะต้องทำหนังสือชี้แจงกลับภายในระยะเวลา 15 วัน เพื่อสร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสร้างความมั่นใจให้แก่สาธารณชนต่อการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินในครั้งนี้
อ่านข่าว :
สรุปดรามาจดเครื่องหมายการค้า "NENE ROYAL" จากวันแรกจนถึงวันถอนคำขอ
มติรักษาการบอร์ดประกันสังคม เห็นชอบเร่งสรรหาที่ปรึกษา 7 คน
"วราวุธ" รับหนังสือ จี้เร่งแก้ไข-เยียวยาจากกรณี "น้ำสีรุ้ง" พร้อมตรวจสอบโรงงานนอมินี
