"เอกนิติ" ดันไทยสู่ Second Take-off รับมือ 5 คลื่นมรสุมโลก เร่งอุดรอยรั่วเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจ
18:14
จำนวนผู้ชม 39
Thai PBS
"เอกนิติ" ดันไทยสู่ Second Take-off  รับมือ 5 คลื่นมรสุมโลก เร่งอุดรอยรั่วเศรษฐกิจ

วันนี้ (22 ต.ค.2569) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Thailand Next Economy 2027: อนาคตเศรษฐกิจไทย” ในงาน CEO Econmass Awards 2026 ระบุว่า การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ จัดการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group Annual Meetings 2026) สะท้อนศักยภาพและบทบาทของไทยบนเวทีโลก โดยได้รับความสนใจจากนานาประเทศ ทั้งด้านการจัดงาน วัฒนธรรม และโอกาสการลงทุน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง

โดยกางยุทธศาสตร์ Thailand Next Economy 2027 มุ่งผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่ Second Take-off หรือการทะยานขึ้นรอบใหม่ ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก 5 ด้าน ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า ต้นทุนทางการเงินสูง การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี AI และความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ พร้อมเร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง รักษาวินัยการคลัง ช่วยเหลือประชาชนตรงกลุ่ม เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และลงทุนพัฒนาทักษะแรงงาน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

รมว.คลัง กล่าวต่อว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนสูง โดยมี 5 ความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ 1.ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า 2.อัตราดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงินที่อยู่ในระดับสูง 3.แรงกดดันต่อฐานะการคลังและต้นทุนการกู้ยืมของประเทศ 4.การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI และ 5.ความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ ซึ่งล้วนส่งผลต่อเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนทั่วโลก

“เอกนิติ” ดันไทยสู่ Second Take-off  รับมือ 5 คลื่นมรสุมโลก เร่งอุดรอยรั่วเศรษฐกิจ

“เอกนิติ” ดันไทยสู่ Second Take-off รับมือ 5 คลื่นมรสุมโลก เร่งอุดรอยรั่วเศรษฐกิจ

สำหรับไทยต้องเร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน เปรียบเสมือนเรือที่ต้องอุดรอยรั่ว ก่อนเผชิญคลื่นลมแรง ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะ และข้อจำกัดด้านทรัพยากรภาครัฐ พร้อมใช้เครื่องมือประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า และจัดสรรงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยรักษาวินัยการคลังอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อตลาดเงิน ตลาดทุน และนักลงทุน

ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกผันผวน ประเทศไทยเปรียบเสมือนเรือลำเล็ก ที่ต้องเผชิญคลื่นลมแรง จึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า และต้องอุดรอยรั่วจากปัญหาที่สะสมมาในอดีต โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะ

“เอกนิติ” ดันไทยสู่ Second Take-off  รับมือ 5 คลื่นมรสุมโลก เร่งอุดรอยรั่วเศรษฐกิจ

“เอกนิติ” ดันไทยสู่ Second Take-off รับมือ 5 คลื่นมรสุมโลก เร่งอุดรอยรั่วเศรษฐกิจ

ชูช่วยเหลือตรงกลุ่ม ใช้ AI เพิ่มโอกาสคนตัวเล็ก

นายเอกนิติ กล่าวว่า การช่วยเหลือประชาชนต้องเน้นกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย ซึ่งได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางเศรษฐกิจมากกว่ากลุ่มอื่น เนื่องจากงบประมาณภาครัฐมีจำกัด จึงไม่สามารถใช้มาตรการเดียวกันช่วยเหลือทุกกลุ่มได้ แต่ต้องใช้นโยบายแบบมุ่งเป้า (Targeted Policy) ควบคู่กับการสร้างโอกาสเพิ่มรายได้ในระยะยาว

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการนำ AI มาใช้ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยเฉพาะเครื่องมือ "นกกระซิบ" ที่ช่วยวิเคราะห์ยอดขายและรายได้ย้อนหลัง 4–5 เดือน เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าวางแผนธุรกิจได้ดีขึ้น และใช้ข้อมูลประกอบการขอสินเชื่อ จากสถาบันการเงิน สอดคล้องกับแนวคิด Small AI ที่เน้นเทคโนโลยีเข้าถึงง่าย ไม่ต้องลงทุนสูง แต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ธุรกิจขนาดเล็กได้จริง

สำหรับความเสี่ยงด้านพลังงาน นายเอกนิติ ระบุว่า ไทยยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนสูง ทำให้ได้รับผลกระทบโดยตรง เมื่อราคาพลังงานโลกเพิ่มขึ้น รัฐบาลจึงต้องเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด แทนการพึ่งพามาตรการอุดหนุนราคาเพียงอย่างเดียว

“เอกนิติ” ดันไทยสู่ Second Take-off  รับมือ 5 คลื่นมรสุมโลก เร่งอุดรอยรั่วเศรษฐกิจ

“เอกนิติ” ดันไทยสู่ Second Take-off รับมือ 5 คลื่นมรสุมโลก เร่งอุดรอยรั่วเศรษฐกิจ

รัฐบาลเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณามาตรการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในวันที่ 26 ต.ค.2569 เพื่อให้ครัวเรือนผลิตไฟฟ้าใช้เอง ลดภาระค่าไฟฟ้า และต่อยอดการขายไฟฟ้าส่วนเกินให้การไฟฟ้า โดยเบื้องต้นวางกรอบระยะเวลาไว้ 20 ปี พร้อมให้สถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ สนับสนุนแหล่งเงินทุนแก่ประชาชนที่มีข้อจำกัดด้านเงินลงทุน ควบคู่กับการพัฒนาระบบสายส่ง และสมาร์ทมิเตอร์รองรับการใช้พลังงานสะอาด

ลงทุนคน–ดึงทุนต่างชาติ ปูทางเศรษฐกิจรอบใหม่

นายเอกนิติ กล่าวว่า การลงทุนด้านการศึกษาและการพัฒนาทักษะแรงงาน เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างเศรษฐกิจรอบใหม่ เพราะช่วยเพิ่มผลิตภาพและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยไทยยังมีโอกาสดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ จากจุดแข็งด้านความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ และโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่

“เอกนิติ” ดันไทยสู่ Second Take-off  รับมือ 5 คลื่นมรสุมโลก เร่งอุดรอยรั่วเศรษฐกิจ

“เอกนิติ” ดันไทยสู่ Second Take-off รับมือ 5 คลื่นมรสุมโลก เร่งอุดรอยรั่วเศรษฐกิจ

ยกตัวอย่างการลงทุนในอุตสาหกรรมอาหารมูลค่า 23,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนศักยภาพของไทยในการเป็นฐานการผลิตอาหาร โดยรัฐบาลประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเพื่อฝึกอบรมแรงงาน ให้ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ ผ่านแนวทาง Skill Bridge ที่เชื่อมโยงการศึกษาเข้ากับตลาดแรงงาน แม้แรงงานบางส่วนอาจย้ายไปทำงานกับบริษัทอื่นหลังผ่านการฝึกอบรม แต่ถือเป็นการยกระดับทักษะแรงงานไทยโดยรวม และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

“เอกนิติ” ดันไทยสู่ Second Take-off  รับมือ 5 คลื่นมรสุมโลก เร่งอุดรอยรั่วเศรษฐกิจ

“เอกนิติ” ดันไทยสู่ Second Take-off รับมือ 5 คลื่นมรสุมโลก เร่งอุดรอยรั่วเศรษฐกิจ

ทั้งนี้การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IMF–World Bank ในปี 2534 เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของการทะยานขึ้นทางเศรษฐกิจครั้งแรก หรือ First Take-off ก่อนที่ไทยจะเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 การกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในปี 2569 จึงเป็นโอกาสสำคัญในการสร้าง Second Take-off โดยต้องเปลี่ยนความเชื่อมั่นจากเวทีโลกให้เป็นการลงทุนจริง พร้อมขับเคลื่อนการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง รักษาวินัยการคลัง ลงทุนในคน และเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

อ่านข่าว:

เอกชนชี้เศรษฐกิจไทยโตแบบ K-Shape จี้รัฐเร่งปฏิรูป ปราบโกง–สร้างเสถียรภาพ

หอการค้าฯ ชี้เวที IMF–World Bank ดึงเงินลงทุนหมื่นล้าน ยกระดับ MSME–ทักษะแรงงาน

"ส่งออก" ยังเป็นพระเอกดันเศรษฐกิจ มั่นใจ ปีนี้โต 17.8% แรงหนุนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์