นิด้าโพลชี้ 69.92% ให้ความสำคัญอิสระสื่อ ค้านเปลี่ยนงบ Thai PBS

การเมือง
08:22
จำนวนผู้ชม 59
Thai PBS
นิด้าโพลชี้ 69.92% ให้ความสำคัญอิสระสื่อ ค้านเปลี่ยนงบ Thai PBS

วันนี้ (1 พ.ย.2569) ศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง "Thai PBS สื่อสาธารณะ?" ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28-30 ต.ค.2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง

เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อการเปลี่ยนแหล่งที่มาของงบประมาณ Thai PBS การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่าง โดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ "นิด้าโพล" สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

นิด้าโพลชี้ 69.92% ให้ความสำคัญอิสระสื่อ ค้านเปลี่ยนงบ Thai PBS

นิด้าโพลชี้ 69.92% ให้ความสำคัญอิสระสื่อ ค้านเปลี่ยนงบ Thai PBS

เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.47 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 18.78 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.71 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.21 มีภูมิลำเนาอยู่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.89 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.94 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก โดยตัวอย่าง ร้อยละ 47.94 เป็นเพศชาย และร้อยละ 52.06 เป็นเพศหญิง

กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 11.98 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.56 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 17.71 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 25.80 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 26.95 อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยตัวอย่าง ร้อยละ 95.11 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.97 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.92 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่น ๆ

กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 37.02 สถานภาพโสด ร้อยละ 61.15 สมรส และร้อยละ 1.83 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ โดยตัวอย่าง ร้อยละ 0.23 ไม่ได้รับการศึกษา ร้อยละ 13.97 จบการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 31.22 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 11.76 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 36.18 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 6.64 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี

ตัวอย่าง ร้อยละ 10.69 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 18.47 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 23.89 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 9.01 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 12.37 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 20.53 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 5.04 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

ตัวอย่าง ร้อยละ 17.86 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 3.44 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 12.37 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 32.37 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 12.90 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 7.71 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 2.75 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001-50,000 บาท ร้อยละ 2.37 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 50,001-60,000 บาท ร้อยละ 0.53 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 60,001-70,000 บาท ร้อยละ 0.15 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 70,001-80,000 บาท ร้อยละ 0.76 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 80,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 6.79 ไม่ระบุรายได้

จากการสำรวจเมื่อถามถึงการรับชมรายการจากช่อง Thai PBS พบว่ากลุ่มตัวอย่าง

  • ร้อยละ 45.80 ระบุว่า ไม่เคยรับชมรายการเลย
  • รองลงมา ร้อยละ 31.76 ระบุว่า รับชมรายการ เป็นบางครั้ง
  • ร้อยละ 12.82 ระบุว่า เคยแค่เปิดผ่าน แต่ไม่ชมรายการจริงจัง
  • ร้อยละ 6.18 ระบุว่า รับชมรายการ บ่อยครั้ง
  • ร้อยละ 3.44 ระบุว่า รับชมรายการ เป็นประจำ

เมื่อสอบถามผู้ที่ระบุว่ารับชมรายการจากช่อง Thai PBS เป็นประจำ บ่อยครั้ง และเป็นบางครั้ง (จำนวน 542 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับความคิดเห็นต่อความเป็นอิสระของการรายงานข่าวและรายการต่างๆ ของ Thai PBS จากการถูกครอบงำทางการเมือง พบว่ากลุ่มตัวอย่าง

  • ร้อยละ 42.99 ระบุว่า ค่อนข้างมีความเป็นอิสระ
  • รองลงมา ร้อยละ 25.46 ระบุว่า ไม่ค่อยมีความเป็นอิสระ
  • ร้อยละ 22.32 ระบุว่า มีความเป็นอิสระมาก
  • ร้อยละ 8.49 ระบุว่า ไม่มีความเป็นอิสระเลย
  • ร้อยละ 0.74 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ

เมื่อสอบถามผู้ที่ระบุว่ารับชมรายการจากช่อง Thai PBS เป็นประจำ บ่อยครั้ง และเป็นบางครั้ง (จำนวน 542 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับความคิดเห็นต่อการเปลี่ยนแหล่งที่มาของงบประมาณ Thai PBS จากภาษีบาปเป็นงบประมาณรายปี ที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร พบว่ากลุ่มตัวอย่าง

  • ร้อยละ 33.03 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงที่มาของงบประมาณ
  • รองลงมา ร้อยละ 24.72 ระบุว่า Thai PBS อาจขาดความเป็นอิสระในการเสนอข่าว/ข้อมูล
  • ร้อยละ 24.54 ระบุว่า Thai PBS อาจถูกครอบงำโดยรัฐบาล และ/หรือ นักการเมือง
  • ร้อยละ 22.14 ระบุว่า เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงที่มาของงบประมาณ
  • ร้อยละ 18.27 ระบุว่า ฝ่ายการเมืองอาจใช้อำนาจแทรกแซง Thai PBS เนื่องจากขาดอิสระทางการเงิน
  • ร้อยละ 16.42 ระบุว่า Thai PBS อาจกลายเป็นสื่อของรัฐ
  • ร้อยละ 16.05 ระบุว่า ช่วยให้เกิดการตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณของ Thai PBS
  • ร้อยละ 14.21 ระบุว่า ทำให้ Thai PBS ต้องพยายามใช้เงินภาษีของประชาชนอย่างคุ้มค่ามากขึ้น
  • ร้อยละ 9.78 ระบุว่า ทำให้ระบบงบประมาณของ Thai PBS จะเหมือนกับองค์กรอื่นๆ ที่ของบประมาณจากรัฐ
  • ร้อยละ 8.86 ระบุว่า ช่วยให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรมกับสื่อช่องอื่นๆ (ที่ไม่ได้รับงบประมาณจากรัฐ)
  • ร้อยละ 7.56 ระบุว่า อาจส่งผลกระทบต่อรายการเพื่อสังคมที่ไม่สร้างผลกำไร
  • ร้อยละ 1.48 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ

เมื่อสอบถามผู้ที่ระบุว่ารับชมรายการจากช่อง Thai PBS เป็นประจำ บ่อยครั้ง และเป็นบางครั้ง (จำนวน 542 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับความคิดเห็นต่อแนวทางการปรับปรุงองค์กร Thai PBS พบว่ากลุ่มตัวอย่าง

  • ร้อยละ 60.33 ระบุว่า เสนอข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นอิสระและเป็นกลาง
  • รองลงมา ร้อยละ 38.38 ระบุว่า ยอมรับการถูกตรวจสอบการใช้งบประมาณ
  • ร้อยละ 38.19 ระบุว่า เปิดเผยการใช้งบประมาณต่อสาธารณะ
  • ร้อยละ 15.13 ระบุว่า บริหารแบบเอกชนมากขึ้น ที่เน้นกำไรและความอยู่รอดขององค์กร
  • ร้อยละ 13.47 ระบุว่า ลดขนาดองค์กรลงเพื่อประหยัดงบประมาณ
  • ร้อยละ 11.81 ระบุว่า เสนอประเด็นด้านสังคมให้มากขึ้นแม้ว่าจะไม่มีผลกำไรตามมา
  • ร้อยละ 10.33 ระบุว่า ลดการพึ่งพางบประมาณจากรัฐ
  • ร้อยละ 3.51 ระบุว่า ให้ความสำคัญกับการแข่งขันเพื่อเป็นที่หนึ่งในวงการสื่อ
  • ร้อยละ 2.95 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
  • ร้อยละ 2.03 ระบุว่า เปลี่ยนไปเป็นสื่อของรัฐ

ด้านความคิดเห็นของประชาชน ต่อความเป็นไปได้ในการมีสื่อสาธารณะของประเทศไทย ที่เป็นอิสระจากการครอบงำของรัฐและ/หรือกลุ่มทุน พบว่ากลุ่มตัวอย่าง

  • ร้อยละ 37.32 ระบุว่า เป็นไปไม่ได้เลย
  • รองลงมา ร้อยละ 24.66 ระบุว่า เป็นไปไม่ค่อยได้
  • ร้อยละ 23.82 ระบุว่า ค่อนข้างเป็นไปได้
  • ร้อยละ 12.75 ระบุว่า เป็นไปได้มาก
  • ร้อยละ 1.45 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ท้ายที่สุดเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชน ต่อความสำคัญระหว่างความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ กับประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณของสื่อสาธารณะ พบว่ากลุ่มตัวอย่าง

  • ร้อยละ 69.92 ระบุว่า ความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ
  • รองลงมา ร้อยละ 27.94 ระบุว่า ประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณของสื่อสาธารณะ
  • ร้อยละ 2.14 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ

อ่านข่าว:

"นายกฯ" ยังไม่เซ็นรับรองร่าง กม. 4 ฉบับ ยกเลิกภาษีบาปอุดหนุน 4 องค์กร

"ไทยพีบีเอส" แจงเหตุผล "โครงสร้างรายได้สำคัญต่อความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ"

กมธ.ฯ เชิญ "ไทยพีบีเอส" ให้ข้อมูลปมแก้ไขแหล่งรายได้-ความเป็นอิสระสื่อ