เปิดไทม์ไลน์ เจ็ต Learjet 60 ดิ่งชนถนนในฟลอริดา สูญเสีย 9 ชีวิต

ต่างประเทศ
07:40
จำนวนผู้ชม 107
Thai PBS
เปิดไทม์ไลน์ เจ็ต Learjet 60 ดิ่งชนถนนในฟลอริดา สูญเสีย 9 ชีวิต

วันนี้ (4 พ.ย.2569) CNN รายงาน เที่ยวบินเจ็ตส่วนตัวจากเมืองออสติน รัฐเท็กซัส สหรัฐฯ มุ่งหน้าไปยังบาฮามาส กลายเป็นโศกนาฏกรรม เมื่อเครื่องบิน Learjet 60 ดิ่งลงจากท้องฟ้ากระแทกถนนสายมิลิทารี เทรล ในเขตปาล์มบีช รัฐฟลอริดา เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา

ส่งผลให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตทั้งหมด 9 คน หลังจากนักบินพยายามแจ้งเหตุฉุกเฉินต่อเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ แต่ไม่สามารถนำเครื่องบินกลับมาควบคุมได้

ข้อมูลจากการสื่อสารทางวิทยุเผยให้เห็นช่วงเวลาสุดท้ายของเที่ยวบิน ซึ่งเริ่มต้นจากการรายงานสภาพอากาศและน้ำแข็งเกาะเครื่องบิน ก่อนสถานการณ์จะเลวร้ายลงอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง 2 นาที

นักบินรายงานว่าเครื่องบินกำลังลดระดับด้วยความเร็วสูงถึง 20,000 ฟุต/นาที และส่งสัญญาณ "Mayday Mayday" หลายครั้ง ก่อนแจ้งว่าเครื่องบินกำลังจะตก และกล่าวเป็นข้อความสุดท้ายว่า "เราไม่มีเวลาแล้ว"

ไทม์ไลน์รายงานน้ำแข็งเกาะสู่สัญญาณฉุกเฉิน

เครื่องบินออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติออสติน-เบิร์กสตรอม รัฐเท็กซัส เมื่อเวลา 09.37 น. ตามเวลาสหรัฐฯ จากนั้นเมื่อเวลา 12.47 น. เครื่องบินบินอยู่เหนือเขตปาล์มบีช รัฐฟลอริดา และกำลังเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าไปยังเมืองฟรีพอร์ต ประเทศบาฮามาส

ในช่วงดังกล่าว นักบินรายงานอุณหภูมิภายนอกเครื่องบินอยู่ที่ -47 องศาเซลเซียส พร้อมแจ้งว่ามีน้ำแข็งใสเกาะเครื่องบินในระดับที่ยังจัดการได้ และเผชิญความปั่นป่วนปานกลาง ซึ่งทำให้เครื่องบินกระเด้งขึ้นลงได้สูงถึงประมาณ 700 ฟุต

  • เวลา 12.48 น. นักบินรายงานว่ากำลังบินผ่านบริเวณที่มีฝนตก และขออนุญาตเพิ่มระดับความสูงจากเดิมขึ้นไปที่ 37,000 ฟุต โดยเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศอนุญาตให้ดำเนินการได้ แต่เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากนั้น สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
  • เวลา 12.48.28 น. นักบินส่งสัญญาณฉุกเฉิน "Mayday, mayday" พร้อมแจ้งว่าเครื่องบินกำลังลดระดับด้วยความเร็ว 8,000 ฟุต/นาที ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ฟุต/นาที
  • เวลา 12.48.36 น. ความเร็วในการดิ่งเพิ่มสูงถึง 20,000 ฟุต/นาที หรือประมาณ 333 ฟุต/วินาที ซึ่งนักบินระบุว่าเกินขีดจำกัดของเครื่องบิน
  • เวลา 12.48.54 น. นักบินแจ้งว่าเครื่องบินกำลังจะพุ่งชนพื้นดิน
  • ก่อนรายงานอีกครั้งในเวลา 12.49.01 น. ว่าเครื่องบินกำลังดิ่งด้วยความเร็ว 22,000 ฟุต/นาที
  • การติดต่อครั้งสุดท้ายเมื่อเวลา 12.49.17 น. นักบินกล่าวว่า "เราไม่มีเวลาแล้ว"

ข้อมูลติดตามเที่ยวบินจาก ADS-B Exchange ระบุว่า เครื่องบินสูญเสียระดับความสูงประมาณ 27,000 ฟุตภายในเวลาเพียง 1 นาที ก่อนสัญญาณติดตามจะขาดหายไป และเครื่องบินตกลงบนถนนมิลิทารี เทรล ก่อนเกิดเพลิงไหม้และกลุ่มควันดำขนาดใหญ่

ภาพจากกล้องหน้ารถแสดงให้เห็นเครื่องบินพุ่งชนพื้นถนนในลักษณะหัวปักลงมาอย่างรุนแรง จนเกิดหลุมขนาดใหญ่และทำให้พื้นผิวถนนแตกร้าวเสียหาย

สำนักงานนายอำเภอเขตปาล์มบีชระบุว่า เครื่องบินตกก่อนเวลา 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บบนพื้นดิน 1 คน เป็นอาการบาดเจ็บที่ขา แม้ในช่วงแรกเจ้าหน้าที่จะรายงานว่ายังไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บภาคพื้นดินก็ตาม

พบชิ้นส่วนเครื่องบินหลุดก่อนถึงพื้น

คณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NTSB กำลังตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุ โดยมีประเด็นสำคัญคือการพบว่าชิ้นส่วนบางส่วนของเครื่องบินแยกออกจากตัวลำก่อนเกิดแรงกระแทกกับพื้นดิน

ทอม แชปแมน กรรมการ NTSB เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 พ.ย.2569 ว่า เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนแพนหางระดับด้านซ้ายของเครื่องบินจำนวน 3 ชิ้น กระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1.3–3.8 ไมล์ หรือราว 2.1–6.1 กม. โดยชิ้นส่วนทั้งหมดถูกเก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการตรวจวิเคราะห์

"แพนหางระดับ" เป็นส่วนสำคัญของระบบควบคุมเครื่องบิน ทำหน้าที่ควบคุมการก้มและเงยของหัวเครื่องบิน การพบชิ้นส่วนดังกล่าวในระยะห่างจากจุดตกจึงเป็นหลักฐานสำคัญที่นักสอบสวนต้องนำไปพิจารณาว่า เครื่องบินเริ่มแตกออกจากกันกลางอากาศจนทำให้สูญเสียการควบคุม หรือชิ้นส่วนหลุดออกจากตัวเครื่องภายหลังเกิดเหตุการณ์ผิดปกติระหว่างการดิ่งลง

แชปแมนระบุว่า การค้นหาซากเครื่องบินยังดำเนินต่อไป โดยมีชิ้นส่วนสำคัญจำนวนหนึ่งอยู่ภายในหลุมที่เกิดจากแรงกระแทกบนถนน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการกู้ซาก เนื่องจากหลุมมีน้ำขุ่นขังอยู่และสภาพอากาศที่มีฝนตกทำให้การทำงานยากขึ้น เจ้าหน้าที่คาดว่าจะพบชิ้นส่วนสำคัญเพิ่มเติมภายในบริเวณดังกล่าว

ทีมสอบสวนประมาณ 20 คนเข้าตรวจสอบพื้นที่ตั้งแต่วันเกิดเหตุ และมีเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมเข้าร่วมภายหลัง โดย NTSB ต้องบันทึกตำแหน่งและสภาพของซากเครื่องบินอย่างละเอียด ก่อนนำชิ้นส่วนไปตรวจวิเคราะห์เพื่อประกอบลำดับเหตุการณ์

อีกประเด็นที่อยู่ระหว่างตรวจสอบคือ เครื่องบินยังมีเครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบิน หรือ Cockpit Voice Recorder ติดตั้งอยู่หรือไม่ แม้เอกสารบำรุงรักษาจะระบุว่าเคยมีการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าว แต่ยังไม่ชัดเจนว่าอุปกรณ์ยังอยู่บนเครื่องบินในวันที่เกิดเหตุหรือไม่

แชปแมนระบุว่า หากสามารถกู้เครื่องบันทึกเสียงได้จะเป็นประโยชน์อย่างมาก แต่แม้ไม่พบอุปกรณ์ นักสอบสวนก็ยังสามารถใช้หลักฐานอื่นเพื่อสร้างลำดับเหตุการณ์ได้

น้ำแข็งเกาะและพายุ ประเด็นสำคัญ

สภาพอากาศเป็นอีกปัจจัยที่ NTSB ให้ความสำคัญ เนื่องจากก่อนเกิดเหตุเครื่องบินบินอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 35,000 ฟุต และนักบินรายงานว่ามีน้ำแข็งเกาะบนตัวเครื่อง รวมถึงความปั่นป่วนจากสภาพอากาศในบริเวณดังกล่าว

ขณะเกิดเหตุมีพายุฝนฟ้าคะนองกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ และเครื่องบินบินผ่านกลุ่มเมฆฝนที่มีความรุนแรงก่อนเริ่มลดระดับอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ยืนยันว่าพายุเป็นสาเหตุโดยตรงของอุบัติเหตุหรือไม่ แต่ระบุว่าจะนำข้อมูลสภาพอากาศมาประกอบการสอบสวน

น้ำแข็งเกาะระหว่างบิน เป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญของการเดินทางทางอากาศ เพราะอาจทำให้น้ำหนักเครื่องบินเพิ่มขึ้น แรงยกของปีกลดลง แรงขับลดลง และแรงต้านอากาศเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เครื่องบินสูญเสียประสิทธิภาพในการบินและอาจควบคุมได้ยากขึ้น

สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ FAA ระบุว่า เมฆที่อยู่ในระดับความสูงซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งสามารถทำให้เกิดน้ำแข็งเกาะบนเครื่องบินได้ และปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้ทุกฤดูกาลหากมีสภาพแวดล้อมเหมาะสม

แม้อุณหภูมิภายนอกเครื่องบินที่นักบินรายงานจะอยู่ที่ -47 องศาเซลเซียส ซึ่งต่ำกว่าระดับที่น้ำในอากาศโดยทั่วไปจะแข็งตัว แต่พายุฝนฟ้าคะนองสามารถสร้างกระแสลมยกตัวรุนแรง พัดพาหยดน้ำที่ยังคงสถานะของเหลว แม้อยู่ในอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งขึ้นไปในชั้นบรรยากาศ หยดน้ำที่เรียกว่า Supercooled Water สามารถแข็งตัวทันทีเมื่อสัมผัสกับพื้นผิวเครื่องบิน ทำให้เกิดน้ำแข็งเกาะอย่างรวดเร็ว

NTSB เคยเผยแพร่คำเตือนด้านความปลอดภัย เกี่ยวกับอันตรายจากน้ำแข็งเกาะ ระหว่างบินเมื่อเดือน ม.ค.2567 โดยระบุว่าสภาพดังกล่าว อาจทำให้นักบินสูญเสียการควบคุมเครื่องบินได้

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่จึงต้องตรวจสอบ ทั้งข้อมูลสภาพอากาศ เส้นทางการบิน และสภาพของชิ้นส่วนที่พบ เพื่อพิจารณาว่าน้ำแข็งเกาะ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสูญเสียการควบคุมหรือการแตกออกของเครื่องบินหรือไม่

เปิดรายชื่อผู้เสียชีวิต 9 คน

สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 9 คน ประกอบด้วย อดัม โรบินสัน นักธุรกิจเทคโนโลยี ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Retention.com บริษัทด้านเทคโนโลยี และภรรยา เฮเลน ชาร์ป ศิลปินเซรามิก พร้อมด้วยลูกน้อย 2 คนคือ เอ็มมา วัย 4 ขวบ และ ชาร์ลี วัย 2 ขวบ ร่วมด้วย อนิตา มาเรีย เซตินา ผู้ดูแลเด็กประจำครอบครัว

เรเชล รีด, ชาร์มี เฟห์, เจฟฟ์ เกรกอรี นักบินผู้มากประสบการณ์ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวที่มีภรรยาและลูกสาว และ นาตาเลีย กาเดลยา ฟิลเกรา นักบินผู้ช่วยชาวบราซิล-อเมริกัน วัย 20 ปี ผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ ซึ่งได้รับใบอนุญาตนักบินตั้งแต่อายุ 17 ปี และมีชั่วโมงบินมากกว่า 1,300 ชั่วโมง จากโรงเรียนการบิน American Flyers

โดยเที่ยวบินดังกล่าวบริหารจัดการโดยบริษัท Upper Jets ซึ่งยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ เหตุการณ์เครื่องบินตกยังส่งผลกระทบต่อชุมชนในพื้นที่ เนื่องจากจุดเกิดเหตุได้ปิดขวางทางเข้าออกของหมู่บ้านรถบ้าน ทำให้ประชาชนหลายร้อยคนไม่สามารถเข้าบ้านหรือนำยานพาหนะออกมาทำงานได้ ต้องไปพักอาศัยที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวหรือบ้านญาติ

ผู้บริหารปาล์มบีชเคาน์ตี ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อดึงงบประมาณช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงเยียวยาธุรกิจในบริเวณใกล้เคียงที่ต้องปิดทำการชั่วคราวขณะที่เจ้าหน้าที่ NTSB เร่งเคลียร์พื้นที่จุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุด

อ่านข่าว :

เฮลิคอปเตอร์ 2 ลำชนสนั่นเอเวอเรสต์ นักท่องเที่ยวดับ 1

ปิดหีบเลือกตั้งกลางเทอม "เดโมแครต" ลุ้นทวงคืนเสียงข้างมากสภาคองเกรส

หนุ่มป่วยฝีดาษวานร ตรวจ 4 ครั้งกว่าจะพบเชื้อ คาดติดจากใช้แก้วดื่มน้ำร่วมกับคนอื่น