วันนี้ (4 พ.ย.2569) น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการรักษาความต่อเนื่องของบริการสาธารณสุข โดยล่าสุดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ข้อยุติแนวทางบริหารงบประมาณร่วมกัน เพื่อเร่งจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ที่ชะลอไว้จำนวน 2,812.21 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 894 แห่ง พร้อมวางแนวทางบริหารเงินโอนล่วงหน้าอีก 4,299 ล้านบาท โดยคำนึงถึงสภาพคล่องของโรงพยาบาลเป็นสำคัญ
น.ส.ลลิดากล่าวว่า ภายหลังทั้งสองหน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและหารือร่วมกัน ได้ปรับแนวทางดำเนินงานให้สอดคล้องกับมติคณะกรรมการร่วมบริหารการเงินการคลัง โดย สปสช. จะเร่งประมวลผลจ่ายชดเชยค่าบริการ 3 รายการ ได้แก่ ค่าบริการกรณีเฉพาะ (CR) ค่าบริการผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง และค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (PP Fee Schedule) ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขจะติดตามการจ่ายเงินอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โรงพยาบาลได้รับเงินโดยเร็วที่สุด
สำหรับเงินโอนล่วงหน้า 4,299 ล้านบาท ซึ่งเป็นคนละส่วนกับค่าบริการที่อยู่ระหว่างเร่งจ่าย ทั้งสองหน่วยงานมีแนวทางนำงบกองทุนผู้ป่วยใน (IP) ปีงบประมาณ 2569 ที่รอการจัดสรร จำนวน 3,172.56 ล้านบาท มาช่วยบริหารภาระดังกล่าว หากยังมีส่วนต่างคงเหลือประมาณ 1,000 ล้านบาท จะร่วมกันกำหนดแนวทางหักชำระจากค่าบริการในปีงบประมาณ 2570 โดยคำนึงถึงสภาพคล่องและหารือทำความเข้าใจกับโรงพยาบาลก่อนดำเนินการ
นอกจากนี้ หากงบค่าบริการกรณีเฉพาะ (CR) ปีงบประมาณ 2569 ไม่เพียงพอ จะดำเนินการตามแนวทางที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด โดยนำงบประมาณปี 2570 มารองรับภาระค่าบริการ เพื่อให้การจ่ายชดเชยแก่โรงพยาบาลเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
"รัฐบาลให้ความสำคัญกับสภาพคล่องของโรงพยาบาล เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับความพร้อมในการดูแลผู้ป่วย การที่ สธ. และ สปสช. ได้ข้อยุติร่วมกันถือเป็นความคืบหน้าสำคัญ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งกระบวนการจ่ายเงิน ไม่ใช่การยืนยันว่าโอนครบแล้วทุกแห่ง รัฐบาลจะติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โรงพยาบาลมีความพร้อมในการให้บริการ และประชาชนได้รับการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง" น.ส.ลลิดากล่าว
อ่านข่าว :
เริ่ม 1 ธ.ค.ให้ รพ.เอกชนยื่นรับรองการเกิด ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
หนุ่มป่วยฝีดาษวานร ตรวจ 4 ครั้งกว่าจะพบเชื้อ คาดติดจากใช้แก้วดื่มน้ำร่วมกับคนอื่น
เร่งฟื้น "สวนสยาม" กลับมาเปิด 19 พ.ย.นี้ หลังเสียหายเหตุน้ำท่วม
