ธปท. ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 3.00% น่ากังวล
** อ่านรายละเอียดในไฟล์ Word
ธปท. มองว่าผลจากวิกฤติน้ำท่วมสร้างความเสียหายมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาทำให้ภาคการผลิตอุตสาหกรรมเสียหายอย่างหนัก โดยตัวเลขดัชนีอุตสาหกรรม (MPI) ในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนหดตัวถึง 35.8% และ 48.6%YOY ในขณะที่การฟื้นตัวของภาคการผลิตก็เป็นไปได้ช้ากว่าที่คาด ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งให้ ธปท. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเพื่อช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวกลับมาได้เร็วขึ้น
ธปท. ให้ความสำคัญกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมากกว่าความเสี่ยงทางด้านเงินเฟ้อ แม้ ธปท. มองว่าความเสี่ยงทางด้านเงินเฟ้อยังคงมีอยู่บ้างแต่เริ่มปรับลดลง ในขณะที่ความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถดถอยของเศรษฐกิจยุโรปอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจไทยผ่านการส่งออกที่ชะลอตัว
อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 3.00% ตามที่เราคาดการณ์ไว้ และหากเป็นไปตามที่ ธปท. ประเมิน การผ่อนคลายดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้จะสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กลับสู่ระดับปกติได้เร็วขึ้น ในขณะที่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อแม้จะมีไม่มากแต่อัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าอัตราดอกเบี้ย ทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงติดลบ ดังนั้น ในระยะต่อไป ปัจจัยในประเทศจึงอาจไม่สนับสนุนให้ต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกมากนัก
จับตาดูความเสี่ยงจากภายนอกประเทศ จากแถลงการณ์ของ ธปท. มีความกังวลค่อนข้างมากต่อปัญหาเศรษฐกิจโลกที่จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งนี้ปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปน่าจะยังคงยืดเยื้อและมีความไม่แน่นอนสูง อีกทั้งเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ถึงแม้จะมีสัญญาณดีขึ้นบ้าง แต่ก็ยังมีความอ่อนแอด้านการคลัง ดังนั้นถ้าหากเศรษฐกิจยุโรปถดถอยรุนแรงจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลกรวมถึงเศรษฐกิจไทยด้วย ทำให้ ธปท. อาจมีความจำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
