จุดตรวจหนังสือเดินทางสนามบินสุวรรณภูมิคล่องตัวขึ้น หลังหลายหน่วยงานแก้ปัญหาร่วมกัน
พ.ต.อ.เอกวิบูลย์ กิตติแสงสุวรรณ ผู้กำกับการกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระบุว่า ขณะนี้การให้บริการตรวจหนังสือเดินทางที่จุดตรวจ 2 และ 3 คล่องตัวมากขึ้น หลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าประจำช่องตรวจ ครบทั้ง 50 ช่องตรวจ และกองร้อยตำรวจหญิง คอยอำนวยความสะดวกจัดคิวผู้โดยสาร รวมถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังส่งเจ้าหน้าที่และผู้ช่วยล่ามแปลคอยอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการกรอกเอกสาร
โดยในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย(ทอท.) เตรียมเสริมกำลังเจ้าหน้าที่อีกครั้งเพื่อให้เพียงพอกับผู้โดยสารที่จะเดินทางมากขึ้น สำหรับผู้โดยสารชาวไทยจะสามารถเข้ารับบริการที่ช่องตรวจอัตโนมัติที่จุดตรวจหนังสือเดินทาง 2 ได้ ในวันที่ 11 เม.ย.นี้ แต่ควรเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนการเช็คอิน การตรวจสอบหนังสือเดินทางและร่างกาย 3 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการตกเครื่อง
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีจุดตรวจค้นผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ทั้งหมด 3 จุด คือ จุดตรวจค้นผู้โดยสารพีเมี่ยมของสายการบินไทย และ จุดตรวจค้นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 2 จุด โดยสามารถตรวจค้นผู้โดยสารได้ 3,840 คนต่อชั่วโมง แต่ด้วยจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นกว่า ร้อยละ 12 หรือ กว่า 120,000 คนต่อวัน ทำให้ทอท. ตัดสินใจปิดพื้นที่บางส่วนของจุดตรวจหนังสือเดินทาง 2 และ 3 ก่อสร้างเป็นชั้นลอย จุดละประมาณ 1600 ตารางเมตร เพื่อติดตั้งเครื่องเอ็กซ์เรย์เพิ่มอีก 14 เครื่อง และ ระบบสมาร์ทคิว ที่จะแสดงจำนวนผู้โดยสารที่เข้าจุดตรวจค้นและจุดตรวจหนังสือเดินทางแบบเรียล ไทม์ (real time) ซึ่งจะทำให้สามารถบริหารกำลังเจ้าหน้าที่ให้สอดคล้องกับผู้โดยสารได้ โดยทั้ง 2จุดจะสามารถตรวจค้นผู้โดยสารได้ประมาณ 6,720 คน ต่อชั่วโมง คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนมิ.ย.นี้
ก่อนหน้านี้ นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า นายกรัฐมนตรี มีแนวคิดที่จะให้สายการบินต้นทุนต่ำ กลับไปให้บริการที่สนามบินดอนเมือง เพื่อลดความแออัดของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอีกทางหนึ่ง
