ฟิลิปปินส์ร่วมซ้อมรบกับกองทัพสหรัฐหลังมีเหตุพิพาททะเลจีนใต้

ต่างประเทศ
15:35
จำนวนผู้ชม 28
Thai PBS
ฟิลิปปินส์ร่วมซ้อมรบกับกองทัพสหรัฐหลังมีเหตุพิพาททะเลจีนใต้

ความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น หลังช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีการเผชิญหน้าระหว่างเรือของฟิลิปปินส์กับเรือของจีน ล่าสุดจีนส่งเรือลาดตระเวนที่ทันสมัยที่สุด เข้าปฏิบัติหน้าที่ดูแลเรือประมงในทะเลจีนใต้

เรือลาดตระเวนด้านการประมง 310 ความยาว 108 เมตร กว้าง 14 เมตร ติดตั้งอุปกรณ์ไฮเทคครบครัน และสามารถรับการลงจอดของเฮลิคอปเตอร์ได้ เป็นเรือลาดตระเวนด้านการประมงที่ทันสมัยที่สุดของจีนและแล่นได้เร็วที่สุด ถูกส่งเข้าปฏิบัติการดูแลเรือประมงจีนในทะเลจีนใต้

การส่งเรือลาดตระเวนด้านการประมงเข้าเพิ่มเติมในทะเลจีนใต้ เกิดขึ้นหลังจากมีการประจันหน้าระหว่างเรือรบและเรือยามฝั่งของฟิลิปปินส์และเรือลาดตระเวนด้านการประมงของจีนเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนขณะที่ฟิลิปปินส์พยายามจับกุมเรือประมงจีน ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายต่างประท้วงว่ามีการละเมิดน่านน้ำของตนเอง ซึ่งการส่งเรือลาดตระเวนเพิ่มครั้งนี้ มีแนวโน้มว่าจะทำให้ความตึงเครียดเพิ่มสูงอีก
ความไม่พอใจต่อจีนภายในฟิลิปปินส์เกี่ยวกับข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ยังคงคุกรุ่น วันนี้ (19 เม.ย.) กลุ่มนักเคลื่อนไหวกว่า 10 คน รวมตัวประท้วงที่หน้าสถานทูตจีนในกรุงมะนิลา และเรียกร้องให้จีนถอนเรือทั้งหมดออกจากน่านน้ำพิพาท และยุติการขยายความขัดแย้งด้วยการเพิ่มเรือลาดตระเวนเข้าในพื้นที่พิพาท กลุ่มผู้ประท้วงพยายามจะพ่นสีสเปรย์บริเวณบันไดหน้าสถานทูต ทำให้ปะทะกับเจ้าหน้าที่ที่มาดูแลความปลอดภัย
ขณะเดียวกันวันนี้ (18 เม.ย.) มีการจัดการซ้อมรบร่วมระหว่างทหารฟิลิปปินส์กับสหรัฐ ที่ จ.เซวิเต้ เป็นการซ้อมรบในระยะประชิดและการบุกจู่โจม ซึ่งฟิลิปปินส์ยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับความตึงเครียดในทะเลจีนใต้
ก่อนหน้านี้ ในช่วงที่เริ่มมีความตึงเครียดในทะเลจีนใต้ ฟิลิปปินส์หันหน้าเข้าหาสหรัฐเพื่อใช้คานอำนาจกับจีน และเพิ่มความร่วมมือทางการทหารทั้งการสั่งซื้ออาวุธเพื่อยกระดับกองทัพ และจัดการซ้อมรบร่วมกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์
นอกจากการซ้อมรบของฟิลิปปินส์แล้ว วันนี้ (18 เม.ย.) กองทัพไต้หวันได้จัดการซ้อมรบเสมือนจริง โดยจำลองสถานการณ์กรณีถูกจีนแผ่นดินใหญ่โจมตีทางอากาศ ทั้งนี้เพื่อเพื่อเตรียมความพร้อมแก่ทหารไต้หวัน โดยมีรัฐมนตรีคมนาคมร่วมชมการฝึกซ้อม ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่ประธานาธิบดีหม่า อิง จิ่ว ไม่ได้ร่วมชมการซ้อมรบ เนื่องจากติดภารกิจเยือนแอฟริกา ซึ่งพรรคฝ่ายค้านไต้หวันมองว่าทำให้ทหารขาดขวัญและกำลังใจ