สถานการณ์ภัยแล้งในภาคเหนือ และอีสานยังรุนแรง
นาข้าวกว่า 1,500 ไร่ ในตำบลเนินแจง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เริ่มเหี่ยวเฉา หลังน้ำในแม่น้ำแควตากแดดที่ไหลผ่านแห้งขอด ไม่สามารถสูบน้ำขึ้นเลี้ยงต้นข้าวได้ ชาวบ้านจึงร้องเรียนให้ทางจังหวัดเร่งช่วยเหลือ ล่าสุดกรมชลประทานจังหวัด เตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว เช่นเดียวกับเกษตรกรในจังหวัดนครสวรรค์ ที่กำลังประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เนื่องจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่หลายแห่งเริ่มแห้งขอด หลายคนต้องสูบน้ำจากบ่อบาดาลเข้าเลี้ยงต้นข้าวที่เพิ่งลงมือปลูกได้ไม่นาน
สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว อุณหภูมิกว่า 40 องศาเซลเซียส ส่งผลกระทบกับนกกระจอกเทศ ในฟาร์มเลี้ยง ที่อำเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร เจ้าของต้องคอยรดน้ำบริเวณโรงเรือน เพื่อคลายร้อน และดูแลนกกระจอกอย่างใกล้ชิด เพราะอากาศร้อนทำให้นกกินอาหารน้อยลง ขณะที่ชาวบ้านน้ำโค้ง อำเภอเมืองน่าน อาศัยโอกาสช่วงที่อากาศร้อน ตัดใบหญ้าคาแห้งมาผลิตหญ้ามุงหลังคาส่งขาย สร้างรายได้เดือนละ 4,000-5,000 บาท
ส่วนสภาพอากาศร้อนจัด และอุณหภูมิที่สูงขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้หลายพื้นที่ขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค เช่น ที่จังหวัดหนองบัวลำภู สำนักงานประปาส่วนภูมิภาค นำน้ำออกแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน หลังไม่สามารถสูบน้ำใต้ดินมาผลิตน้ำประปาได้ ด้านเกษตรกรที่ปลูกผักคะน้า ในอำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ต้องเพิ่มเวลาการรดน้ำเป็น 3 ช่วง เพื่อไม่ให้ผักเสียหาย เพราะจะส่งผลให้ราคาต่ำ
สถานการณ์ภัยแล้งที่ทวีความรุนแรง ทำให้จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดบึงกาฬ ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยแล้งแล้ว เพื่อเร่งนำงบประมาณเข้าช่วยเหลือ โดยเตรียมดำเนินการก่อสร้างทำนบกั้นน้ำ ขุดลอกคูคลอง และจัดซื้อถังน้ำแจกจ่ายให้ชาวบ้าน
