เสวนาเจาะ 2 มาตรการคุมเข้มยาสูบ พบมีลักลอบนำเข้าตามชายแดน
ในเวทีเสวนา เจาะ 2 มาตรการคุมเข้มยาสูบ นพ.ณรงค์ศักดิ์ อังคสุวะพลา ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานตามมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า แม้การควบคุมการบริโภคยาสูบของไทยจะได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ ทำให้จำนวนผู้สูบลดลงในช่วง 18 ปีที่ผ่านมา โดยปี 2552 มีผู้เลิกสูบบุหรี่ถึง 4.7 ล้านคน หรือร้อยละ 30ของประชากรที่เคยสูบ แต่ในทางตรงกันข้ามกลับมีนักสูบหน้าใหม่ โดยเฉพาะเยาวชน และผู้หญิงเพิ่มขึ้น จากข้อมูลการสำรวจพบว่า ร้อยละ 8 ของเยาวชนที่ไม่สูบบุหรี่ในปัจจุบัน คิดว่าตัวเองจะเริ่มสูบบุหรี่ในปีหน้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา และมีฐานะยากจน
ขณะที่ นพ.หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย เปิดเผยว่าการลักลอบนำเข้าบุหรี่จากต่างประเทศ เป็นสาเหตุที่ทำให้มีผู้สูบบุหรี่เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากราคาถูกกว่าบุหรี่ในประเทศ ที่ถูกเพิ่มภาษี ขณะที่สถานการณ์ลักลอบการนำเข้าบุหรี่เถื่อนยังมีเป็นจำนวนมาก เพราะการปราบปรามยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร เนื่องจากมีการคอร์รัปชั่นเป็นกระบวนการ เนื่องจากมีผลประโยชน์มหาศาล มูลค่าเม็ดเงินมีกว่า 100-1,000 ล้านบาท
โดยเส้นทางการลักลอบอยู่ที่่ชายแดนภาคตะวันออก ตั้งแต่จังหวัดตราด-จังหวัดชลบุรี และแถบชายแดนภาคใต้ที่จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา ซึ่งจะนำมาสู่แหล่งพักพิงสุดท้ายที่กรุงเทพมหานคร ก่อนการกระจายสู่กลุ่มผู้สูบ โดยวิธีการลักลอบทำในรูปแบบคนเดินขนบุหรี่ครั้งละ 1 หีบ เข้า-ออกชายแดนหลายๆ รอบหรือที่เรียกว่า กองทัพมด และอีกวิธีการหนึ่งคือ การลักลอบแบบเป็นขบวนการที่เจ้าหน้าที่ไทยตรวจจับไม่ได้ บุหรี่ลักลอบนำเข้าส่วนใหญ่ เป็นบุหรี่ปลอมที่มีการปนเปื้อนของสารโลหะหนักและเป็นอันตรายต่อสุขภาพร้อยละ 11 ของบุหรี่ทั้งประเทศ
