รฟท.เร่งสำรวจความเสียหายรางรถไฟ จ.แพร่ หลังเกิดเหตุน้ำท่วม เมื่อคืนนี้
หลายพื้นที่ของภาคใต้ที่ถูกน้ำท่วม แม้ระดับน้ำจะลดลงเข้าสู่ภาวะปกติ แต่สำหรับที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งรับน้ำมาจากจังหวัดระนอง ชาวบ้านยังต้องเฝ้าระวังระดับน้ำในคลองที่เพิ่มสูงขึ้น ส่วนที่จังหวัดแพร่ น้ำป่าได้ไหลเข้าท่วมตำบลห้วยไร่ จนการรถไฟต้องหยุดเดินรถซ่อมแซมรางรถไฟที่ถูกน้ำป่าพัดเสียหาย
เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยเข้าสำรวจความเสียหายของรางรถไฟ บริเวณบ้านเขาพลึง ตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ หลังฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้น้ำป่าจากป่าสงวนแห่งชาติห้วยไร่ -เด่นชัย ไหลท่วมรางรถไฟเมื่อคืนนี้ จนรถไฟขบวนที่ 10 เชียงใหม่ - กรุงเทพ ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ พนักงานการรถไฟต้องหยุดรถรอจนถึงเช้า จึงนำรถยนต์มาขนถ่ายผู้โดยสาร
ล่าสุดรถไฟสายเหนือ 2 ขบวนคือ ขบวนที่ 102 และ 12 เส้นทางเชียงใหม่-กรุงเทพมหานครฯ ต้องงดให้บริการ ส่วนขบวนรถไฟในช่วงบ่าย ยังไม่ยืนยันว่า จะสามารถเดินรถได้ตามปกติหรือไม่ เนื่องจากต้องใช้เวลาซ่อมแซมรางรถไฟประมาณ 8 ชั่วโมง
ส่วนบ้านเรือนกว่า 500 หลัง ในตำบลห้วยไร่ และ ตำบลเด่นชัย อำเภอเด่นชัย ถูกน้ำป่าเข้าท่วม บางจุดน้ำสูงกว่า 2 เมตร โรงเรียนอย่างน้อย 4 แห่ง ต้องปิดการเรียนการสอน บางหมู่บ้านมีดินถล่มลงปิดทับเส้นทาง
ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่ฝนที่ตกต่อเนื่อง ทำให้ถนนศรีวิชัย ทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ช่วงกิโลเมตรที่ 9 ทรุดตัวเป็นทางยาวกว่า 30 เมตร เนื่องจากดินใต้ถนนถูกน้ำกัดเซาะ ทางจังหวัดสั่งเตรียมรับมือกับน้ำท่วมดินโคลนถล่มโดยการแบ่งโซนป้องกัน และใช้เครื่องเตือนภัยแบบอัตโนมัติ และเครื่องวัดปริมาณน้ำฝน ซึ่งได้รับงบเร่งด่วนจากรัฐบาล และยังมีทหารประจำจุดเสี่ยงภัยคอยช่วยเหลือชาวบ้าน
ส่วนที่จังหวัดสุโขทัยซึ่งนาข้าวในตำบลไกรนอก และ ตำบลบ้านใหม่สุเกษม อำเภอกงไกรลาศ ถูกน้ำท่วมมากว่า 1 สัปดาห์ ทำให้ชาวนาหลายคนต้องเข้าทลายทำนบคันดินกั้นน้ำยาว 30 เมตร บริเวณคลองก่ำเชื่อมต่อกับแม่น้ำยม ที่เจ้าหน้าที่ทำการปิดกักน้ำไว้เพื่อความสะดวกในการขุดลอกแหล่งน้ำ ตามโครงการบางระกำโมเดล เพื่อเปิดทางน้ำให้ไหลออกจากนาข้าว
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้พบว่า ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่เป็นพื้นที่ทางผ่านของน้ำที่ไหลจากจังหวัดระนอง ระดับน้ำในคลองต่าง ๆ ยังสูงขึ้น โดยเฉพาะในตำบลท่าขนอนที่ถูกน้ำท่วมมาแล้ว 3 วัน ชาวบ้านบางรายต้องทำแพ เตรียมพร้อมหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
หลายจังหวัดที่ถูกน้ำป่าไหลเข้าท่วมก่อนหน้านี้ ระดับน้ำเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งที่พื้นที่หมู่ 4 ตำบลตากแดด อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ที่ชาวบ้านสามารถเข้าสำรวจทรัพย์สินและทำความสะอาดบ้านได้แล้ว
เช่นเดียวกับที่จังหวัดระนอง และกระบี่ ถนนหลายสายที่ก่อนหน้านี้ถูกน้ำท่วมขังสัญจรได้ตามปกติ แต่ผู้ประสบภัยกำลังรอความช่วยเหลือด้านอาหารและน้ำดื่ม ตลอดจนอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน ขณะที่จังหวัดตรังเจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมและดินโคลนถล่ม หลังมีฝนตกหนักหลายวัน
ส่วนทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝนที่ตกติดต่อกันส่งผลให้น้ำในแม่น้ำเลยซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักที่รับน้ำจากลำน้ำสาขามีปริมาณเพิ่มขึ้นและมีสีขุ่นแดง ทางจังหวัดเลยแจ้งเตือนประชาชนใน 4 อำเภอ ที่แม่น้ำเลยไหลผ่าน คืออำเภอภูหลวง วังสะพุง เชียงคาน และอำเภอเมือง ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันน้ำป่าและดินโคล่นถล่ม
ขณะที่จังหวัดกาฬสินธุ์จัดซ้อมแผนช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ บริเวณสวนสาธารณะแกงดอนกลาง อำเภอเมือง เพื่อซักซ้อมการช่วยเหลือ และให้ความรู้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย
ล่าสุดที่จังหวัดพังงา มีรายงานว่า เกิดน้ำป่าไหลเข้าท่วมพื้นที่ตำบลโคกเคียน อำเภอตะกั่วป่า เจ้าหน้าที่ต้องอพยพผู้ป่วยและผู้สูงอายุออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย
