เหนือ-ใต้ ยังเผชิญสถานการณ์อุทกภัย
ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่เข้าสำรวจความเสียหายบ้านเรือนประชาชนในเขตอำเภอลอง จังหวัดแพร่ หลังเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม เบื้องต้นสำรวจพบมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 6 ตำบล 1 เทศบาล จำนวน 310 หลังคาเรือน นอกจากนั้น สัตว์เลี้ยง และพืชผลทางการเกษตรยังเสียหายอีกกว่า 1,000 ไร่
ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ ฝนที่ตกหนักตลอด 5-6 วันที่ผ่านมา ทำให้ดินจากเขาเลื่อนไหลลงมาทับเส้นทางบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 11 บ้านหนองหงส์ ตำบลเขาใหญ่ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นถนนสายกระบี่-สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเข้าไปเกลี่ยดินเพื่อให้รถผ่านสัญจรไปมาได้ตามปกติ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้เร่งซ่อมสะพานที่บ้านจา หมู่ที่ 2 ตำบลปลายพระยา ในอำเภออ่าวลึกที่ถูกน้ำพัดเสียหายเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน เนื่อจากชาวบ้านกว่า 50 ครัวเรือนที่ใช้เส้นทางนี้ผ่านสัญจรไปมาต้องได้รับความเดือดร้อน โดยทางเจ้าหน้าที่เร่งทำทางเบี่ยงให้ชาวบ้านใช้ชั่วคราวจนกว่าจะซ่อมสะพานเสร็จ
ส่วนที่จังหวัดตรังได้เกิดพายุฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ส่งผลให้หลายพื้นที่มีบ้านเรือน และพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมส่วนในอำเภอสิเกา บริเวณหาดปากเมง หมู่ที่ 4 ตำบลไม้ฝาด ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเกิดพายุคลื่นลมแรงในทะเลกัดเซาะชายฝั่งลึกประมาณ 50 เซนติเมตร ต้นสนถูกน้ำกัดเซาะโค่นล้มหลายต้น
ขณะที่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดพายุลมกรรโชกอย่างรุนแรง ในตำบลท่างิ้ว ส่งผลให้ต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นหลายจุดบ้านเรือนประชาชนพังเสียหายหลายหลังเมื่อช่วงเย็นวานนี้ ชาวบ้านต้องเร่งน้ำไม้ที่หักโค่นออกจากตัวอาคารบ้าน และเร่งซ่อมแซมหลังคาที่เสียหาย
เช่นเดียวกับที่จังหวัดระนอง เจ้าหน้าที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่ 3 ปราจีนบุรี เร่งประกอบสะพานแบริ่งเพื่อติดตั้งให้ประชาชนชาวบ้านทองหลาง และบ้านทรัพย์สมบูรณ์ อำเภอกะเปอร์ หลังสะพานถูกน้ำพัดพังเสียหาย ชาวบ้านกว่า 300 ครัวเรือน ที่สัญจรไปมาไม่สะดวก
ขณะที่ในพื้นที่อำเภอเมืองพังงาก็เกิดน้ำจากที่สูงไหลลงสู่ที่ต่ำเพื่อระบายลงสู่ลำครอง ทำให้เกิดขึ้นท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านแล้วเช่นกัน ทางจังหวัดได้สำรวจชาวบ้านที่ประสบภัยเบื้องต้นพบว่าบ้านเรือนราษฎรถูกน้ำท่วมแล้วกว่า 30 หลังคาเรือน โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 3 ชาวบ้านต้องนำเต็นท์ไปกางบนถนนเพื่อใช้เป็นที่อาศัยชั่วคราว
ด้าน น.อ.สอง เอกมหาชัย ผู้อำนวยการกลุ่มงานเตือนภัยและเผยแพร่ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดเข้าสู่ภาคใต้มีกำลังอ่อนลง แต่ในวันที่ 11 มิถุนายน ไปจนถึงวันที่ 14 มิถุนายน จะมีฝนเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากร่องมรสุมเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านบริเวณประเทศพม่า และลาว
ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน มีฝนตกชุกและมีฝนตกหนักบางแห่งอีกครั้ง ควรจะต้องเฝ้าระวังต่อ เพราะว่าปริมาณน้ำสะสมยังคงมีอยู่ปริมาณมาก ซึ่งทำให้เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มได้
