เอแบคโพลเผย ทัศนคติเยาวชนไทยยอมรับได้กับรัฐบาลที่ทุจริตคอรัปชั่น

สังคม
04:41
จำนวนผู้ชม 101
เอแบคโพลเผย ทัศนคติเยาวชนไทยยอมรับได้กับรัฐบาลที่ทุจริตคอรัปชั่น

เอแบคโพลเผยผลสำรวจล่าสุดเกี่ยวกับความเห็นของประชาชนที่มีต่อการทุจริตคอรัปชั่น พบว่า กลุ่มเยาวชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.2 ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี และร้อยละ 66.4 ที่มีอายุระหว่าง 20-29 ปี มีทัศนคติยอมรับได้กับรัฐบาลที่ทุจริตคอรัปชัน แต่ขอให้ตนเองได้ประโยชน์ด้วย

เอแบคโพลเผยผลสำรวจล่าสุดเกี่ยวกับความเห็นของประชาชนที่มีต่อการทุจริตคอรัปชั่น พบว่า ร้อยละ 63.4 ยอมรับได้กับการทุจริตคอรัปชั่น หากตนเองได้รับประโยชน์ด้วย ซึ่งเป็นอัตราร้อยละที่ไม่มีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ และไม่เปลี่ยนแปลงจากการสำรวจก่อนหน้านี้มากนัก ทั้งนี้กลุ่มสำรวจซึ่งเป็นผู้ชาย ยอมรับในรัฐบาลที่ทุจริตคอรัปชันมากกว่ากลุ่มผู้หญิงร้อยละ 66.0 ส่วนกลุ่มผู้หญิงยอมรับร้อยละ 62.5 และเมื่อเจาะลึกลงไปพบว่า กลุ่มเยาวชนส่วนใหญ่หรือร้อยละ 68.2 ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี และร้อยละ 66.4 ที่มีอายุระหว่าง 20-29 ปี มีทัศนคติยอมรับได้กับรัฐบาลที่ทุจริตคอรัปชัน แต่ขอให้ตนเองได้ประโยชน์ด้วย และเมื่อแยกเป็นกลุ่มอาชีพพบว่า กลุ่มพ่อค้าส่วนใหญ่ร้อยละ 66.7 มีทัศนคติอันตรายมากที่สุด รองลงมาคือกลุ่มนักเรียนนักศึกษาร้อยละ 67.1

นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ระบุว่า ผลสำรวจระดับความวางใจต่อรัฐบาลชุดปัจจุบันพบว่า ร้อยละ 51.8 วางใจค่อนข้างมากถึงมากที่สุด ที่รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะไม่มีการทุจริตคอรัปชั่น เพราะ เชื่อมั่นในตัวนายกรัฐมนตรีว่าจะไม่ยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้น รวมถึงรัฐบาลกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย และ ยังไม่เห็นความผิดปกติชัดเจน

ขณะที่ ร้อยละ 48.2 วางใจค่อนข้างน้อยถึงไม่วางใจเลย เพราะ รัฐบาลยังไม่มีระบบแจกแจงความโปร่งใสในการใช้งบประมาณที่ชัดเจน ไม่เปิดโอกาสให้แกะรอยตรวจสอบรัฐบาลได้ บรรดารัฐมนตรี คณะที่ปรึกษารัฐมนตรี ผู้ติดตาม กลุ่มคนใกล้ชิดมักแสวงหาผลประโยชน์จากตำแหน่งและอำนาจ ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันก็ไม่ต่างจากรัฐบาลก่อนหน้านี้ ทุกรัฐบาล

พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) เปิดเผยว่าหลังจัดตั้ง ป.ป.ท.มา 4 ปี มีการร้องเรียนการทุจริตคอรัปชั่นมากถึง 5,000 เรื่อง ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการทุจริตทั้งในระดับท้องถิ่นเช่น จัดประมูลไม่เป็นธรรม และข้าราชการในสังกัดต่างๆ รวมทั้งนักการเมือง นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องทั่วไปในหน่วยงานภาครัฐ

ทั้งนี้ ป.ป.ท. จะเน้นทำงานเชิงรุก โดยกำหนดกรอบการทำงานที่ชัดเจนออกมา 3 เรื่อง เรื่องแรกคือ การโกงทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องที่ 2 คือ การโกงภาษีอากร ซึ่งจะรวมทั้งภาษีรถยนต์นำเข้า และภาษีสินค้า และเรื่องที่ 3 คือการโกงงบประมาณโครงการต่างๆ เช่น การรับจำนำข้าว งบประมูลงานโครงการ

ขณะเดียวกันรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) เผยผลสำรวจกระบวนงานของ 77 หน่วยงานในสังกัด 16 กระทรวง พบว่ามีความเสี่ยงทุจริตคอร์รัปชันถึง 98 กระบวนงาน และหลายกระบวนงานเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดว่าจะมีการทุจริต เช่น การพัฒนาระบบการถวายความปลอดภัยในการเดินทางของกรมราชองครักษ์ กระบวนงานเบิกจ่ายสวัสดิการศิลปินแห่งชาติและผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระบวนงานการวิเคราะห์โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นต้น