เครือข่ายพนง.มหาวิทยาลัย เสนอรื้อหลักเกณฑ์
รศ.น.ท.สุมิตร สุวรรณ ประธานเครือข่ายพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา เสนอแนวทางปฏิบัติหรือเกณฑ์กลางในการบริหารงานบุคคลสำหรับการบริหารพนักงานมหาวิทยาลัย ในงานเสวนา "การระดมความคิดเพื่อหาแนวปฏิบัติที่เป็นธรรมต่อพนักงานมหาวิทยาลัย" ว่าสวัสดิการและผลประโยชน์เกื้อกูลต้องไม่น้อยกว่าระบบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยที่เคยได้รับ โดยอาจเปลี่ยนรูปแบบ เช่น ควรมีการประกันสุขภาพกลุ่มเพิ่มเติมจากการประกันสังคม มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พนักงานสะสม ร้อยละ 4 ถึง 8 มหาวิทยาลัยสมทบร้อยละ 8
ส่วนเรื่องโครงสร้างค่าตอบแทนหรืออัตราเงินเดือน 2 ปีแรก ให้จ้างพนักงานสายวิชาการไม่ต่ำกว่า 1.5 เท่าของเงินเดือนข้าราชการแรกบรรจุ และพนักงานสายสนับสนุนวิชาการไม่ต่ำกว่า 1.3 เท่าของเงินเดือนข้าราชการแรกบรรจุ และ 2 ปีถัดมา จะต้องจ้างพนักงานสายวิชาการไม่ต่ำกว่า 1.6 เท่าของเงินเดือนข้าราชการแรกบรรจุ และพนักงานสายสนับสนุนวิชาการไม่ต่ำกว่า 1.4 เท่าของเงินเดือนข้าราชการแรกบรรจุเงินประจำตำแหน่งให้ได้รับเงินเป็น 2 เท่าของเงินประจำตำแหน่ง เช่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ 5,600 บาท บวกเงินค่าตอบแทน อีก 5,600 บาท
ส่วนสัญญาการว่าจ้างจะต้องเป็นสัญญาทดลองงาน 1 ปี หากผ่านการประเมินก็ต้องต่อสัญญาไปจนถึง 60 ปี ทั้งนี้สามารถยกเลิกสัญญาจ้างได้ ถ้าไม่ผ่านการประเมิน 360 องศา หรือไม่ผ่านประเมินจากคณะกรรมการ รวมทั้งพนักงานมหาวิทยาลัยจะต้องสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารงานของสภามหาวิทยาลัยและคณะกรรมการบริหารบุคคลมหาวิทยาลัย
ขณะเดียวกันขอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเป็นค่าจ้างพนักงานมหาวิทยาลัยทั้งคนใหม่และเก่าในอัตรา 1.5 และ 1.7 เท่าของเงินเดือนข้าราชการแรกบรรจุ รวมถึงการแก้ไขกฎหมายระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ฉบับที่ 2 ปี 2551 เป็นกฏหมายระเบียบข้าราชการพลเรือนและพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา
โดยหากยังไม่มีความคืบหน้าทางเครือข่ายก็จะเดินทางไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมจากนายกรัฐมนตรี หลังเคยยื่นเรื่องกับนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แต่ยังไม่มีความคืบหน้า
