อิสราเอลร้องขอนานาชาติช่วยควบคุมไฟป่า
อิสราเอลร้องขอหลายประเทศให้ช่วยเข้าควบคุมไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากการถูกเผาทั้งเป็นถึง 40 คนไฟป่าได้ปะทุขึ้นเมื่อประมาณช่วงเที่ยงวันของวานนี้ (2ธ.ค.)ในบริเวณนี้มีชื่อว่า"คาร์เมล" ซึ่งเรียกตามชื่อของภูเขาลูกหนึ่งทางภาคเหนือของอิสราเอลใกล้เมืองไฮฟ จากนั้นก็ได้ลุกลามออกไปอย่างรวดเร็วจนทางการต้องเข้าอพยพประชาชนกว่า 12,000 คนออกจากพื้นที่เสี่ยงกันแบบฉุกเฉิน แต่ก็ไม่วายเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ขึ้นจนได้ หลังรถบัสของเจ้าหน้าที่เรือนจำจากภาคกลางของอิสราเอล ซึ่งถูกส่งเข้ามาอพยพนักโทษโดยส่วนใหญ่เป็นชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่เกิดเหตุคันหนึ่งเกิดหนีไฟไม่ทันจนถูกเผาไหม้ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เรือนจำถูกเผาทั้งเป็นจนเสียชีวิตไป 40 คน โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเปิดเผยในเวลาต่อมาว่าโอกาสหนีของรถบัสคันนี้ถูกปิดไว้ทั้งหมด เพราะภายในเวลา 3 นาที ไฟจะลุกลามไปได้ไกลถึง 1,500 เมตร
ขณะที่สื่อภายในอิสราเอลรายงานว่าเหตุไฟป่าครั้งนี้ถือเป็นครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติ โดยมีพื้นที่ถูกเผาผลาญไปแล้วกว่า 17,500 ไร่ ขณะที่ “เบนจามิน เนทันยาฮู” นายกรัฐมนตรี ระบุว่าเป็นหายนะที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยล่าสุดมีรายงานว่า กรีซ อิตาลี ไซปรัสและรัสเซียได้ทำตามคำร้องขอด้วยการส่งเครื่องบินเข้ามาช่วยอิสราเอลดับไฟ
ส่วนทวีปยุโรปสภาพอากาศที่มีหิมะตกหนักทางตอนเหนือของทวีปนั้นก็ยังคงทำให้การคมนาคมในหลายประเทศกลายเป็นอัมพาต สนามบินหลายแห่งทั้งในอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ต้องปิดตัวลงชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยนอกจากนี้อากาศหนาวจัดระหว่างลบ 5 ถึง ลบ 10 องศาเซลเซียสก็ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 18 คน ส่วนสภาพอากาศหนาวจัดและหิมะตกหนักผิดปกติในยุโรปครั้งนี้เป็นผลมาจากมวลอากาศเย็นจากไซบีเรียเคลื่อนลงมาผสมโรงกับช่วงฤดูหนาวที่เริ่มขึ้นภายในพื้นที่ ซึ่งในโปแลนด์อุณหภูมิติดลบถึง 26 องศาเซลเซียส
