เหตุปะทะในซีเรียครั้งรุนแรงที่สุดภายในกรุงดามัสกัส
เกิดการยิงปะทะระหว่างทหารฝ่ายรัฐบาลกับกองกำลังฝ่ายกบฏภายในเมืองหลวงของซีเรีย โดยผู้อยู่ในเหตุการณ์ระบุว่า เป็นการต่อสู้ครั้งดุเดือดที่สุดนับตั้งแต่เกิดการลุกฮือขึ้นขับไล่รัฐบาล ขณะที่ฝ่ายต่อต้านอ้างว่า กลุ่มควันเกิดจากทหารฝ่ายรัฐบาลยิงปืนใหญ่เข้าใส่พื้นที่ด้านใต้ของกรุงดามัสกัส ซึ่งเริ่มตั้งแต่เมื่อวาน (15 ก.ค.) และขณะนี้ยังมีการยิงปะทะกันอย่างดุเดือด โดยฝ่ายรัฐบาลต้องการเข้ายึดพื้นที่ที่กองทัพซีเรียเสรี ซึ่งเป็นกองกำลังของฝ่ายกบฏควบคุมไว้ แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ
ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ฝ่ายรัฐบาลเคลื่อนรถถังจำนวนมากเข้ามายังพื้นที่ โดยเหตุการณ์นี้นับเป็นการต่อสู้ครั้งดุเดือดที่สุดนับตั้งแต่เกิดการลุกฮือของชาวซีเรียเพื่อขับไล่รัฐบาล ด้านความคืบหน้าของเหตุการณ์สังหารหมู่ประชาชนมากกว่า 200 คนในจังหวัดฮามา ซึ่งตั้งอยู่ภาคกลาง ล่าสุดเมื่อวานนี้ (15 ก.ค.) คณะทหารสังเกตการณ์ของสหประชาชาติได้กลับเข้าไปตรวจสอบอีกครั้ง ซึ่งก็พบแต่ซากความเสียหาย กองเลือด และปลอกกระสุนปืนเป็นจำนวนมาก
ก่อนหน้านี้ทหารสหประชาชาติเผยผลการเข้าตรวจสอบครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ (14 ก.ค.) โดยระบุว่า เป้าหมายของเหตุการณ์นี้จำกัดแต่เฉพาะผู้ที่เคลื่อนไหวเป็นฝ่ายกบฏ ซึ่งก็ขัดแย้งกับการเปิดเผยของผู้รอดชีวิต และเครือข่ายสิทธิมนุษยชนที่ระบุว่า เป็นการเข่นฆ่าอย่างไม่เลือกหน้าแบบสังหารหมู่
ด้านรัฐบาลซีเรีย ระบุถึงเหตุการณ์นี้ว่า ทหารปะทะกับกลุ่มก่อการร้ายและอาวุธร้ายแรงที่สุดที่รัฐบาลใช้ คือ จรวดอาร์พีจี ทั้งนี้สหประชาชาติรายงานว่า รัฐบาลซีเรียใช้ทั้งปืนใหญ่, ปืน ค และยิงปืนกลลงมาจากเฮลิคอปเตอร์
