ดินถล่มในโคลอมเบีย คาดมีคนติดใต้ดิน 50 คน
อิสราเอลสามารถควบคุมไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ไว้ได้แล้ว และกำลังสอบสวนผู้ต้องสงสัย 2 คนที่เชื่อว่าเป็นต้นเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ขณะที่หลายประเทศในอเมริกาใต้เผชิญกับน้ำท่วมและดินถล่มครั้งใหญ่
เกิดดินถล่มในโคลอมเบีย ซึ่งเป็นผลมาจากฝนที่ตกหนักที่สุดในรอบ 40 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยประเมินว่าน่าจะมีคนติดอยู่ใต้ดินถล่มอย่างน้อย 50 คน ตอนนี้ภารกิจเร่งด่วนคือการช่วยผู้รอดชีวิตขึ้นมาให้เร็วที่สุด
นายฮวน มานูเอล ซานโตส ประธานาธิบดีของโคลอมเบีย คาดว่า ภัยธรรมชาติในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อประชาชนมากกว่า 2 ล้านคน และหากยังมีฝนตกหนักอีก อาจจะต้องประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ ทั้งนี้ตลอดปีที่ผ่านมา ในโคลอมเบียมีผู้เสียชีวิตซึ่งมีสาเหตุจากฝนตกหนัก 176 คน และมีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยหลายพันคน
เช่นเดียวกับเวเนซูเอลา ที่ตอนนี้เผชิญกับน้ำท่วมครั้งใหญ่และดินถล่ม เนื่องจากฝนตกหนัก ประชาชนราว 70,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านเพื่อหนีน้ำท่วม รัฐบาลได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงคาราคัสและอีก 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดมิแรนด้า, จังหวัดวาร์กัส และจังหวัดฟัลคอน
ที่อัลแบเนีย โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำต้องปล่อยน้ำออกจากเขื่อนที่กั้นน้ำในแม่น้ำดริน เพื่อลดระดับน้ำ บรรเทาความเสียหายให้กับประชาชนที่อาศัยริมฝั่งแม่น้ำ ขณะเดียวกันทางการได้สั่งอพยพประชาชนราว 10,000 คนที่คาดว่าจะถูกน้ำท่วมหลังการปล่อยน้ำจากเขื่อน ทั้งนี้ รัฐบาลประกาศให้เมืองสโกดร้าเป็นพื้นที่ภัยพิบัติทางธรรมชาติ นอกเหนือจากส่งเจ้าหน้าที่และทหารลงไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ว รัฐบาลยังได้ร้องขอความช่วยเหลือไปยังองค์การนาโต้อีกด้วย
ขณะที่อิสราเอลซึ่งเผชิญกับไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ หน่วยกู้ภัยประกาศว่าตอนนี้สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว โดยยอดผู้เสียชีวิตจากไฟป่าอยู่ที่ 42 คน ส่วนต้นเพลิงตำรวจเชื่อว่าเกิดจากความประมาทของวัยรุ่น 2 คนที่สูบบุหรี่และทิ้งก้นบุหรี่ในป่าจนเป็นสาเหตุให้เกิดไฟไหม้ เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนและแล้งจัด ตอนนี้วัยรุ่นทั้ง 2 คนถูกนำตัวไปสอบสวนแล้ว
