ภาวะ AI Psychosis เป็นอาการหลงผิดที่เกิดจากการใช้งาน AI ทำให้ผู้ใช้รู้สึกสับสนจากการใช้งานอย่างหนัก จนอาจเกิดความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตได้
AI Psychosis เป็นภาวะที่ผู้ใช้งาน AI โดยเฉพาะการสนทนากับแชตบอต จนอาจเกิดอาการหลงผิด เช่น เชื่อว่า AI มีชีวิตหรือมีอารมณ์ความรู้สึกที่ผูกพันกับผู้ใช้งาน ทำให้ผู้ใช้งานเกิดความรู้สึกสับสนระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงกับโลกของ AI จนนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบด้านสุขภาพจิตมากขึ้น
แม้ว่า AI Psychosis จะยังไม่ได้มีการวินิจฉัยให้เป็นโรคทางจิตเภท แต่อาการนี้ก็ได้รับพูดถึงเป็นอย่างมากเกี่ยวกับความเชื่อหลงผิด ความหวาดระแวง หรือจินตนาการที่บิดเบือน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ที่มีประวัติด้านจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้า โรคจิตเภท หรือมีลักษณะทางบุคลิกภาพที่เอื้อต่อความเข้าใจผิด มักเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะนี้
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยเกี่ยวกับ AI Psychosis โดยตรงยังมีจำนวนจำกัด ส่วนใหญ่เป็นเพียงรายงานกรณีศึกษาที่มาจากประสบการณ์จริงที่ถูกรายงานเพิ่มขึ้น จากการศึกษาล่าสุด ได้เผยว่า AI อาจส่งเสริมให้ความเชื่อผิดที่ผู้ใช้มีอยู่ก่อนแล้วรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ใช้รับเอาคำแนะนำจาก AI โดยไม่ตั้งคำถาม หรือเมื่อ AI สนับสนุนเนื้อหาที่สอดคล้องกับความเชื่อเหล่านั้น ก็จะยิ่งทำให้ผู้ใช้งานเกิดความเชื่อหลงผิดได้ง่าย
สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะ AI Psychosis มีหลายปัจจัยหลาย เช่น ความเปราะบางทางจิตใจที่มีมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นโรคจิตเภท โรคซึมเศร้า หรือประวัติภาวะอารมณ์ผิดปกติ ประกอบกับการเปิดรับ AI อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ผู้ใช้รู้สึกโดดเดี่ยว เผชิญความเครียด หรือจำเป็นต้องได้รับการยอมรับในเชิงอารมณ์ เมื่อ AI ทำหน้าที่ “สะท้อน” หรือยืนยันความคิดของผู้ใช้ จึงมีความเสี่ยงที่ AI จะกลายเป็นปัจจัยส่งเสริมความเข้าใจผิดของผู้ใช้โดยไม่ตั้งใจ ทั้งนี้ แม้ AI จะไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของภาวะดังกล่าว แต่ก็อาจเร่งให้เกิดความรุนแรงของอาการในผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงได้
ผลกระทบต่อสุขภาพจิตที่พบในกรณีศึกษาบางรายที่พบว่ามีอาการหลงผิด จะเชื่อว่า AI มีชีวิตจิตใจ สามารถสื่อสารด้วยความรู้สึกที่ผูกพันกับผู้ใช้ เช่น รู้สึกว่าเพื่อน หรือเป็นคนรักในบางกรณี ซึ่งมักจะเกิดจากพฤติกรรมของ AI ที่มักจะตอบคำถามหรือเสนอความคิดเห็นที่คล้อยตามกับผู้ใช้ จึงยิ่งเป็นการตอกย้ำความเชื่อต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดอาการหลงผิด
ความเชื่อนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้อยากแยกตัวออกจากสังคมและคนใกล้ชิด จนทำให้เกิดความสับสนระหว่างโลกแห่งความจริงกับจินตนาการ และในบางครั้งก็ส่งผลให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจิตเวชเพื่อลดอาการดังกล่าว
การรู้จักป้องกันตัวเองจากการใช้เครื่องมือ AI ที่มีประโยชน์ มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อไม่ให้ย้อนกลับมาสร้างผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเรา แม้ว่า AI จะเป็นเพียงตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดภาวะและอาการทางจิต แต่ยังไม่สามารถเรียกว่าเป็น “โรคจิต” ได้อย่างเต็มที่ เพียงแต่ต้องเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการใช้งานมากจนสูญเสียตัวตนและหลุดจากโรคความเป็นจริงจนเกินขอบเขต ผู้ใช้จึงต้องใช้งานอย่างมีสติให้มากขึ้น
นักวิจัยได้พัฒนาแนวทางป้องกันภาวะหลงผิดจาก AI ด้วยการติดตั้งระบบแจ้งเตือนผู้ใช้เมื่อเริ่มตอบสนองต่อ AI ในลักษณะที่เสี่ยงต่อความเข้าใจผิด รวมถึงมาตรการ reality-testing ในระบบ AI เพื่อให้ AI สามารถตั้งคำถามหรือโต้แย้งแนวคิดของผู้ใช้หากพบเนื้อหาที่น่าสงสัย นอกจากนี้ยังควรมีการให้ข้อมูลที่ชัดเจนแก่ผู้ใช้เกี่ยวกับข้อจำกัดของ AI ย้ำเตือนว่า AI ไม่มีจิตสำนึกหรืออารมณ์ ไม่ใช่มนุษย์ และแนะนำให้ผู้ใช้หยุดพักหรือจำกัดเวลาคุยกับ AI โดยเฉพาะในกรณีที่รับรู้ถึงความรู้สึกไม่มั่นคงทางอารมณ์หรือเริ่มมีแนวโน้มที่จะเชื่อในสิ่งที่ผิด
เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร
ที่มาข้อมูล: medicaldevice-network, psychologytoday, news-medical, statnews
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech




















