กล้องโทรทรรศน์อวกาศ TESS พบว่ากระจุกดาวลูกไก่ หรือ Pleiades นั้นมีขนาดที่ใหญ่กว่าที่คาดคิดไว้ถึงสามเท่าและอาจมีพี่น้องที่พลัดพรากมากกว่าที่คิดไว้ถึงหลายพันดวงทั่วทั้งท้องฟ้า
กล้องโทรทรรศน์อวกาศ TESS (Transiting Exoplanet Survey Satellite) รวมกับหอดูดาวต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลก ได้เก็บรวบรวมข้อมูลลักษณะทางกายภาพของดวงดาวทั่วทั้งท้องฟ้าจนได้ค้นพบความสัมพันธ์อันน่าประหลาดว่า กระจุกดาวลูกไก่ที่เป็นตำนานดวงดาวที่ถูกเล่าขานมามากกว่าพันปีนั้น แท้จริงแล้วมีดาวฤกษ์ที่เป็นพี่น้องร่วมกันกับพวกมันมากกว่าที่เราเคยคาดคิดไว้ถึงสามเท่า

การศึกษาดังกล่าวอาศัยการวิเคราะห์อัตราการหมุน องค์ประกอบทางเคมี และลักษณะวงโคจรรอบดาราจักรทางช้างเผือกของดาวในกลุ่มดาวใกล้เคียงหลายกลุ่ม นักวิจัยพบโครงสร้างต่อเนื่องของดาวมากกว่า 3,000 ดวงทอดตัวเป็นแนวโค้งยาวกว่า 1,900 ปีแสง นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อว่า Greater Pleiades Complex การค้นพบนี้เพิ่มจำนวนดาวที่เกี่ยวข้องกับกระจุกดาวลูกไก่เดิมถึงสามเท่า จากที่เคยคิดว่าดาวฤกษ์จะรวมตัวอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับใจกลางของกระจุกดาวเพียงเท่านั้น แต่ข้อมูลใหม่ทำให้เราทราบว่าพื้นที่ของดาวที่มีต้นกำเนิดเดียวกันนี้กระจายตัวออกไปทั่วทั้งท้องฟ้าที่เรามองเห็น
กระจุกดาวลูกไก่ หรือ Messier 45 เป็นกระจุกดาวเปิดซึ่งเคยประเมินว่ามีสมาชิกประมาณ 1,000 ดวง เกิดขึ้นราว 100 ล้านปีก่อนจากเมฆโมเลกุลขนาดใหญ่ที่มีความหนาแน่นสูง ดาวสว่างในกลุ่มประมาณ 6 ดวงสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในช่วงฤดูหนาวของซีกโลกเหนือ และเป็นที่รู้จักในวัฒนธรรมโบราณมากมายในซีกโลกเหนือที่เล่าขานกันมาอย่างยาวนาน
ในการศึกษาขั้นต้น ทีมวิจัยได้ระบุรายชื่อดาวมากกว่า 10,000 ดวงที่อาจเกี่ยวข้องกับกระจุกดาวลูกไก่โดยอาศัยข้อมูลข้อมูลองค์การอวกาศยุโรป (ESA) จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Gaia ซึ่งวัดลักษณะการเคลื่อนที่ของดาวรอบทางช้างเผือก และต่อมาใช้ข้อมูลอัตราการหมุนของดาวจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ TESS เพื่อจำกัดวงการศึกษาให้แคบลงโดยอาศัยหลักการที่ว่าดาวที่มีอายุใกล้เคียงกันจะมีอัตราการหมุนอยู่ในช่วงเดียวกัน
คุณสมบัติของ TESS คือความสามารถในการตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของแสงดาวที่เปลี่ยนแปลงในอัตราหนึ่งต่อล้านส่วนได้อย่างรวดเร็วเพื่อใช้ในการติดตามการเคลื่อนที่ผ่านหน้าดาวฤกษ์ของดาวเคราะห์ที่อยู่ในวงโคจรได้ ทีมนักวิจัยได้นำมาประยุกต์ใช้ติดตามการหมุนรอบตัวเองของดาวฤกษ์จากปริมาณแสงที่เปลี่ยนแปลงไป

นอกจากนี้ทางทีมวิจัยยังได้ตรวจสอบองค์ประกอบทางเคมีของดาวโดยใช้ข้อมูลจากโครงการสำรวจ Sloan Digital Sky Survey ดาวที่อยู่ในแกนกลางของกระจุกดาวลูกไก่นั้นมีองค์ประกอบของธาตุบางชนิด เช่น แมกนีเซียมและซิลิคอน แตกต่างจากดาวอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเป็นหลักฐานชั้นดีของการจัดให้อยู่ในกระจุกดาวเดียวกัน
นักดาราศาสตร์คาดว่าดาวที่น่าจะเป็นดาวในกลุ่มดาวลูกไก่เพิ่มเติมนั้นอาจจะถือกำเนิดจากบริเวณเดียวกันเมื่อประมาณ 100 ล้านปีก่อน โดยที่มีลักษณะเป็นกลุ่มดาวอัดแน่นคล้ายกลุ่มดาวในบริเวณเนบิวลาของกลุ่มดาวนายพราน ก่อนจะค่อย ๆ กระจายตัวออกภายใต้อิทธิพลของแรงโน้มถ่วงของดาราจักรและเหตุการณ์ระเบิดซูเปอร์โนวาภายใน ทำให้ปัจจุบันปรากฏเป็นแนวดาวยาวทอดข้ามท้องฟ้า
ปัจจุบัน ทีมวิจัยกำลังพัฒนาโครงการ TESS All-Sky Rotation Survey ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลอัตราการหมุนของดาวมากกว่า 8 ล้านดวง เพื่อสนับสนุนการศึกษาความเชื่อมโยงของกลุ่มดาวชนิดกระจายที่อาจซ่อนอยู่และยังไม่เคยได้รับการระบุ
เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล
พิสูจน์อักษร ศุภกิจ พัฒนพิฑูรย์
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : NASA
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









