หลังยานสำรวจ MAVEN ของ NASA ขาดการติดต่อบนดาวอังคาร ณ ตอนนี้ความหวังในการกู้ยานกลับมาเหลือน้อยลงเต็มทีจนมีแววว่าเราจะเสียยานอวกาศลำนี้ไป
NASA กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก หลังจากการพยายามติดต่อกับยานอวกาศ MAVEN หรือ Mars Atmosphere and Volatile EvolutioN ที่โคจรรอบดาวอังคารมานานนับทศวรรษประสบความล้มเหลวอย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สัญญาณที่เคยส่งกลับมาอย่างสม่ำเสมอได้เงียบหายไปอย่างสิ้นเชิง นำไปสู่ความกังวลว่านี่อาจเป็นการปิดฉากภารกิจสำรวจบรรยากาศของดาวแดงที่สำคัญที่สุดภารกิจหนึ่งของมนุษยชาติ
ยาน MAVEN ถูกส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศในปี 2013 และเข้าสู่เอกภพของดาวอังคารในปี 2014 โดยมีเป้าหมายหลักในการศึกษาการสูญเสียชั้นบรรยากาศของดาวอังคารสู่อวกาศ เพื่อตอบคำถามสำคัญที่ว่าเหตุใดดาวเคราะห์ที่เคยมีน้ำไหลเวียนลำนี้ถึงกลายเป็นดาวที่แห้งแล้งในปัจจุบัน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยาน MAVEN ได้ทำหน้าที่เป็นเสมือนนักธรณีวิทยาและนักอุตุนิยมวิทยาในเวลาเดียวกัน โดยการเก็บข้อมูลพลาสมาและอนุภาคต่าง ๆ ที่ถูกลมสุริยะพัดพาออกจากชั้นบรรยากาศชั้นบนของดาวอังคาร
ปัญหาเริ่มขึ้นเมื่อระบบคอมพิวเตอร์หลักของยานเข้าสู่สภาวะ Safe Mode หรือโหมดปลอดภัยเนื่องจากความผิดปกติบางอย่างในระบบควบคุมทิศทาง ทว่าในครั้งนี้การกลับมาทำ Routine Communication หรือการสื่อสารตามปกติผ่านเครือข่าย Deep Space Network กลับไม่เกิดขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้ ทีมวิศวกรวิเคราะห์ว่าอาจเกิดจากความล้มเหลวของระบบส่งสัญญาณวิทยุ หรืออาจเป็นปัญหาที่รุนแรงกว่านั้นในระบบพลังงาน Solar Array ที่มีอายุการใช้งานยาวนานกว่าที่ออกแบบไว้ในตอนแรกมาก

การสูญเสียยานทบทวนสัญญาณบนวงโคจรของดาวอังคาร
สิ่งที่ทำให้การสูญเสีย MAVEN รุนแรงกว่าการสูญเสียเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ทั่วไป คือบทบาทในการเป็น Data Relay หรือจุดรับส่งข้อมูลสำคัญระหว่างโลกกับหุ่นยนต์สำรวจบนพื้นผิวดาวอังคารอย่าง Perseverance หรือ Curiosity เนื่องจากยาน MAVEN ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรับสัญญาณจากภาคพื้นดินและยิงกลับมายังโลก หาก MAVEN ขาดการติดต่อถาวร นั่นหมายความว่าขีดความสามารถในการส่งข้อมูลมหาศาลจากพื้นผิวดาวอังคารจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และอาจส่งผลกระทบต่อภารกิจอื่น ๆ ในอนาคตที่กำลังดำเนินอยู่
ในขณะนี้ NASA ยังคงไม่ละทิ้งความพยายาม โดยมีการปรับแผนการใช้เสาอากาศวิทยุความไวสูงทั่วโลกเพื่อคอยรับสัญญาณที่อาจจะเล็ดลอดออกมาเพียงน้อยนิด แม้ความหวังจะริบหรี่ลงทุกขณะ แต่บทเรียนจาก MAVEN ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาได้มอบความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับวิวัฒนาการของดาวเคราะห์ให้แก่เราอย่างมหาศาล และหากนี่คือจุดสิ้นสุดจริง MAVEN ก็จะถูกจดจำในฐานะผู้พิทักษ์ข้อมูลที่ทำหน้าที่จนหยดสุดท้ายในวงโคจรของดาวอังคาร

MAVEN คือหนึ่งในยานอวกาศที่ช่วยเราศึกษาการหายไปของบรรยากาศของดาวอังคาร
หากย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้น ยาน MAVEN คือส่วนหนึ่งของโครงการ Mars Scout Program ที่มุ่งเน้นการไขความลับเรื่อง "ความหายไป" ของน้ำบนดาวอังคาร ตลอดการทำงานที่ผ่านมา ยานลำนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า Solar Wind หรือลมสุริยะ คือตัวการหลักที่ "กัดเซาะ" ชั้นบรรยากาศของดาวอังคารออกไปสู่อวกาศ ข้อมูลจาก MAVEN เผยให้เห็นกระบวนการที่เรียกว่า Atmospheric Escape ซึ่งส่งผลให้ก๊าซออกซิเจนและไฮโดรเจนหลุดลอยออกไป จนทำให้ดาวเคราะห์ที่เคยอาจจะเอื้อต่อการอยู่อาศัยกลายเป็นทะเลทรายที่เยือกเย็นอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้
ความสำเร็จที่โดดเด่นอีกประการหนึ่งคือการค้นพบ Metal Ion หรือไอออนของโลหะในชั้นบรรยากาศชั้นบน ซึ่งเกิดจากการระเหยของดาวตกที่พุ่งชนชั้นบรรยากาศของดาวอังคารอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลนี้ไม่เพียงแต่บอกเราเรื่ององค์ประกอบของสารในบรรยากาศ แต่ยังช่วยให้เราเข้าใจเรื่อง Global Aurora หรือแสงเหนือที่ครอบคลุมไปทั่วทั้งดาวอังคาร ซึ่งต่างจากโลกที่แสงเหนือจะเกิดเฉพาะบริเวณขั้วแม่เหล็ก การค้นพบเหล่านี้เปลี่ยนความเข้าใจพื้นฐานที่เรามีต่อฟิสิกส์ของดาวเคราะห์ไปอย่างสิ้นเชิง
บทสรุปของภารกิจ MAVEN จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสำเร็จหรือความล้มเหลวทางเทคนิค แต่คือการสะท้อนให้เห็นความพยายามของมนุษย์ในการตามหาคำตอบของคำถามที่ยิ่งใหญ่ว่า "เรามาจากไหนและกำลังจะไปที่ใด" ข้อมูลที่ MAVEN ส่งกลับมาตลอดทศวรรษได้กลายเป็นมรดกทางวิทยาศาสตร์ที่จะถูกนำไปใช้ออกแบบยานอวกาศรุ่นต่อไป เพื่อที่วันหนึ่งมนุษยชาติจะสามารถก้าวเท้าลงดาวเคราะห์แดงได้อย่างมั่นคง โดยมีความเข้าใจในประวัติศาสตร์ของดาวดวงนั้นอย่างถ่องแท้
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : NASA
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech




















