ภูมิศาสตร์กายภาพน่ารู้! เมื่อเร็วๆ นี้ ข่าวการเกิดแผ่นดินไหวในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้สร้างความตื่นตระหนกและสงสัยให้กับผู้คนจำนวนมาก หลายคนตั้งคำถามว่า "ภาคใต้ไม่ได้มีแค่ทะเลสวยหรือ?" ทำไมแผ่นดินถึงไหวได้? คำตอบของเรื่องนี้ซ่อนอยู่ลึกลงไปใต้เปลือกโลกที่เราเหยียบยืน ผ่านร่องรอยทางธรณีวิทยาที่เรียกว่า "กลุ่มรอยเลื่อนมีพลัง" (Active Faults)
สำหรับเรื่องดังกล่าว GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ให้ความรู้ว่า ในทางภูมิศาสตร์กายภาพ ภาคใต้ของไทยไม่ได้เป็นเพียงคาบสมุทรที่ยื่นลงไปในทะเลขนาบข้างด้วยอ่าวไทยและอันดามันเท่านั้น แต่หากเราลอกชั้นดินและป่าไม้ออก เราจะพบกับโครงสร้างของ "เทือกเขาหินแกรนิต" ที่วางตัวเป็นแกนกลาง ยืดยาวในแนวเหนือ-ใต้ เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของด้ามขวาน แต่กระดูกสันหลังนี้ไม่ได้ต่อกันสนิท มันมี "รอยร้าว" สำคัญที่พาดผ่านในแนวตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ (NE-SW) ซึ่งเป็นผลพวงจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกมานานนับล้านปี
รอยร้าวที่ว่านี้ คือพระเอก (หรือผู้ร้าย) ของเรื่องราวแผ่นดินไหวในครั้งนี้ ซึ่งมีด้วยกัน 2 รอยเลื่อน ได้แก่ รอยเลื่อนระนอง และ รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย
รอยเลื่อนระนอง (Ranong Fault): พี่ใหญ่แห่งด้ามขวาน นี่คือรอยเลื่อนที่มีขนาดใหญ่และยาวที่สุดในกลุ่มนี้ มีความยาวต่อเนื่องประมาณ 270 กิโลเมตร
เส้นทางพาดผ่าน: เริ่มต้นจากฝั่งทะเลอันดามัน จังหวัดระนอง ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และเลื้อยลงมายังจังหวัดพังงา
พฤติกรรม: รอยเลื่อนนี้เปรียบเสมือนรอยร้าวขนาดใหญ่ที่แบ่งแยกหินคนละยุคออกจากกัน การขยับตัวของมันแม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถส่งแรงสั่นสะเทือนกระจายไปทั่วพื้นที่โดยรอบได้
รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย (Khlong Marui Fault): เส้นทางสู่ไข่มุกอันดามัน รอยเลื่อนนี้วางตัวขนานอยู่ทางทิศใต้ของรอยเลื่อนระนอง มีความยาวประมาณ 150 กิโลเมตร
เส้นทางพาดผ่าน: ตัดผ่านกลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลึกเข้าไปยังจังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา และพาดผ่านไปจนถึงจังหวัดภูเก็ต
ความสำคัญชื่อ "คลองมะรุ่ย" มาจากชื่อคลองในอำเภอทับปุด จังหวัดพังงา ซึ่งแนวร่องน้ำของคลองนี้ก็เกิดขึ้นจากการกัดเซาะตามแนวรอยแตกของเปลือกโลกนั่นเอง นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของ "ภูมิศาสตร์กายภาพ" ที่ธรณีวิทยาเป็นตัวกำหนดภูมิลักษณ์ (Landform) ของแม่น้ำและหุบเขา
ทำไม "สุราษฎร์ธานี" ถึงสั่นสะเทือน?
เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในสุราษฎร์ธานี เป็นหลักฐานยืนยันว่า "รอยเลื่อนเหล่านี้ยังมีชีวิต" (Active) สาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากการชนกันของแผ่นเปลือกโลกโดยตรงที่นี่ แต่เกิดจาก "แรงเค้น" (Stress) ที่สะสมมาจากการขยับตัวของเปลือกโลกในระดับมหภาค (เช่น การชนกันของแผ่นอินเดียกับยูเรเซีย) แรงเหล่านี้ถูกส่งผ่านเนื้อหินมาเรื่อย ๆ จนมาถึงจุดที่รอยเลื่อนเหล่านี้รับแรงไม่ไหว จึงเกิดการ "ปลดปล่อยพลังงาน" ออกมาในรูปแบบของการเลื่อนตัวแบบแนวระนาบเหลื่อมขวา (Right-lateral strike-slip) หรือเหลื่อมซ้ายในอดีต ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนที่เราเรียกว่าแผ่นดินไหวนั่นเอง
ความรุนแรง?
ในทางภูมิศาสตร์ กิจกรรมของรอยเลื่อนในไทยส่วนใหญ่จัดอยู่ในระดับ "ขนาดเล็กถึงปานกลาง" ไม่ได้รุนแรงเหมือนในวงแหวนแห่งไฟ (Ring of Fire) อย่างญี่ปุ่นหรืออินโดนีเซีย แต่ "ความถี่" ที่เกิดขึ้นเป็นการเตือนให้เราตระหนักรู้ การออกแบบอาคารในภาคใต้ปัจจุบันจึงเริ่มมีการคำนึงถึงปัจจัยต้านทานแผ่นดินไหวมากขึ้น
ปรากฏการณ์นี้สอนให้เรารู้ว่า ธรรมชาติมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ภูเขาที่เราเห็น แม่น้ำที่เราใช้ ล้วนก่อกำเนิดมาจากพลังงานใต้พิภพ การเรียนรู้เรื่องรอยเลื่อนระนองและคลองมะรุ่ย จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือการทำความรู้จักกับ "พื้นดิน" ที่เราอาศัยอยู่อย่างแท้จริง เพื่อการเตรียมพร้อมและการอยู่อาศัยอย่างเข้าใจธรรมชาติ
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
แหล่งข้อมูลอ้างอิง : กรมทรัพยากรธรณี, กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech



















