มันไม่ใช่เรื่องปกติแน่ ๆ เมื่อกิจวัตรทุกเช้าของเราต้องเริ่มต้นด้วยการตรวจเช็กสภาพอากาศว่ามันพอจะหายใจได้ไหม ค่าฝุ่นควันอยู่ในระดับไหน ควรใส่หน้ากากออกจากบ้านหรือไม่ หรือว่ามันร้ายแรงถึงขั้นควรกักตัวอยู่ในห้องแล้วเปิดเครื่องฟอกอากาศเบอร์แรงสุดให้ทั่วบ้านไปเลยดีกว่า?
สภาพการณ์เช่นนี้นี่แหละ ราหุล เชน ได้พบกับตัวเองเมื่อเดินทางจากสหรัฐอเมริกากลับสู่เมืองเดลี ประเทศอินเดีย ก่อนจะต้องตกใจซ้ำสองเมื่อพบด้วยว่า ผู้คนรอบตัวเขาต้องใช้ชีวิตทุกวันท่ามกลางความไม่ปกตินี้ราวกับมันเป็นเรื่องปกติที่สุด
ราหุลเกิดที่เดลี จบการศึกษาด้านภาพยนตร์จากสหรัฐฯ และสร้างชื่อจากผลงานเรื่อง Machines (2016) สารคดีแนวสังเกตการณ์ที่ติดตามชีวิตคนงานในโรงงานทอผ้า เมื่อเขากลับมาบ้านเกิดเพื่อเตรียมทำหนังเรื่องใหม่ บรรยากาศอันมืดหม่นอบอวลไปด้วยหมอกควันของเดลีที่สวนทางสิ้นเชิงกับความรุ่งโรจน์ทางเศรษฐกิจ ก็ทำให้เขาเกิดคำถามขึ้นทันทีว่า เหตุใดเมืองนี้จึงกลายเป็นที่ที่มนุษย์ ‘หายใจยากขึ้นทุกปี’
เขาให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ผมเป็นคนเดลี และแน่นอนว่ามีความรู้สึกผูกพันบางอย่างกับสถานที่แห่งนี้ ซึ่งความรู้สึกเหล่านี้ทำให้ผมยิ่งเกิดคำถามและความเจ็บปวดเมื่อได้เห็นว่าเมืองบ้านเกิดเปลี่ยนไปถึงจุดที่บรรดานกตัวเล็ก ๆ ที่ผมเคยโตมาด้วยนั้นหายไปหมดแล้ว สิ่งมีชีวิตทุกชนิดรวมถึงมนุษย์กำลังถูกผลักไปจนถึงขีดจำกัดของสรีรวิทยาแล้ว”


เดลีนั้นเผชิญมลพิษมานาน และในหลายฤดูกาลระดับ PM2.5 ก็พุ่งเกินมาตรฐาน WHO ไปหลายสิบเท่า (AQI บางวันแตะระดับ 400–500 จนถูกจัดอยู่ในหมวด ‘อันตรายร้ายแรง’) มีรายงานจาก Lancet Commission และ State of Global Air ระบุด้วยว่า เมื่อปี ค.ศ. 2019 มลพิษทางอากาศเป็นหนึ่งในสาเหตุที่เชื่อมโยงกับการเสียชีวิตของประชาชนกว่า 1.7 ล้านคน จนทำให้สภาพอากาศกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพหลักของประเทศอินเดีย
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้ตอบคำถามของราหุลสักเท่าไหร่ เขาไม่ได้อยากทำสารคดีที่เต็มไปด้วยกราฟ อินโฟกราฟิก หรือคำบรรยาย แต่อยากถ่ายทอดผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง ๆ ในระดับชีวิตประจำวันของคนเมือง โจทย์นี้จึงเป็นเหตุผลที่เขาตัดสินใจเลือกตามถ่ายกลุ่มคนธรรมดาสามัญผู้ต้องทนอยู่กลางมลพิษอย่างไร้ทางหนี โดยเฉพาะคนทำงานกลางแจ้ง แรงงานรายวัน และคนไร้บ้าน ซึ่งต้องอยู่ในพื้นที่เปิดโล่งตลอดทั้งวัน และได้รับผลกระทบทางร่างกายมากกว่าประชากรกลุ่มอื่น ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนั้น ความที่หนังต้องการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับผู้คน ราหุลกับทีมงานจึงวางกติกาชัดเจนด้วยว่า กล้องต้องอยู่ระดับสายตาของคน ไม่มีการใช้โดรนถ่ายภาพบ้านเมืองจากมุมสูง (ซึ่งเขาบอกว่าจะทำให้คนดูเห็นเมืองในมุมห่างไกลซึ่งไม่มีทางเห็นในชีวิตจริง จนไม่เกิดความรู้สึกร่วมกับสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องล่าง) และตั้งกล้องเก็บตั้งแต่ภาพชีวิตประจำวันของคนไปจนถึงภาพที่ชวนหวาดหวั่น เช่น ภาพฝุ่นหนาทึบที่บดบังท้องฟ้า ภาพน้ำเสียที่เต็มไปด้วยฟองฟอดของสารเคมี หรือภาพกองขยะที่สูงเท่าตึกหลายชั้น
เช่นเดียวกับงานเสียงที่ก็แทบไม่มีการใช้ดนตรีประกอบเลย แต่เน้นการบันทึกเสียงของเมือง ทั้งเสียงเครื่องยนต์ การจราจรแออัด เสียงกระแอมไอของคนบนถนน ฯลฯ ซึ่งช่วยอธิบายสภาพสิ่งแวดล้อมได้อย่างดีโดยไม่ต้องมีคำบรรยายรูปแบบใดเพิ่มเติม


Invisible Demons เป็นงานร่วมทุนระหว่างอินเดีย ฟินแลนด์ และเยอรมนี ทำให้ราหุลได้ทำงานกับช่างภาพและผู้ออกแบบเสียงจากยุโรปที่มีประสบการณ์ในงานสารคดีเชิงศิลปะ เขาเล่าว่า การมีสายตาคนนอกมาเสริมทัพช่วยให้ได้เห็นสิ่งที่อาจจะมองข้ามไปไม่ทันสังเกต เช่น รูปทรงของกองขยะพลาสติกที่จับตัวแน่นริมคลอง หรือสีของแสงที่เพี้ยนไปจากปกติในบางช่วงของวัน รายละเอียดเหล่านี้ปรากฏอยู่ในหลายฉาก และช่วยให้เราเห็นความเปลี่ยนแปลงของเมืองชัดเจนยิ่งขึ้น
ด้วยเรื่องราวทั้งหมดนี้ ว่าทำให้ Invisible Demons มักจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มสารคดีสิ่งแวดล้อม แต่ราหุลให้สัมภาษณ์ว่าเขามองประเด็นดังกล่าวผ่านเรื่องราวของ ‘คน’ ก่อน เพราะเวลาที่เราพูดกันถึงสภาพภูมิอากาศในระดับโลก คนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบโดยตรงทุกวันมักถูกทำให้หายไป ทั้งที่คนกลุ่มนี้ไม่ได้มีอำนาจกำหนดทิศทางการพัฒนาเมือง แต่กลับต้องใช้ชีวิตร่วมกับผลลัพธ์ทุกอย่าง
“เราอาจจะซื้อเครื่องฟอกอากาศและเครื่องปรับอากาศทั้งหมดในโลกได้ แต่ถ้าเราไม่สามารถออกไปเดินเล่นตอนเช้าง่าย ๆ ได้ แล้วจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร” เขาถาม “ชีวิตเรากำลังมีสภาพเหมือนติดอยู่ในกรงมากขึ้นเรื่อย ๆ และหนังเรื่องนี้คือความพยายามของผมที่จะเขย่ากรงนั้น ผมไม่ได้ต้องการชี้เป้าไปที่ใคร มันไม่ใช่วาระของผมในฐานะศิลปิน ผมไม่ใช่นักกิจกรรม ผมแค่เป็นคนคนหนึ่งที่กังวลในสิ่งที่เกิดขึ้น และผมอยากจะทำให้ทุกคนหันมามองแล้วเกิดความรู้สึกว่า นี่คืออะไรกัน มันมีอะไรบางอย่างไม่ถูกต้องในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น”

▶ ติดตามสารคดี Invisible Demons พาเราไปสำรวจเมืองเดลี มหานครที่วิกฤตโลกร้อนไม่ใช่เรื่องอนาคต แต่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าจากผลกระทบอันรุนแรงของเศรษฐกิจอินเดียที่กำลังเติบโต "ราหุล" ถ่ายทอดเรื่องราวด้วยงานภาพงดงาม ผสมสานกับเรื่องเล่าจากปากคนธรรมดาที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอด ผลที่ได้คือมุมมองใหม่ต่อประเด็นวิกฤตโลกร้อน และมลพิษ
รับชมได้ทาง www.VIPA.me และ VIPA Application



















