กิจกรรมการทำบุญ เที่ยววัด ไหว้พระ คือสิ่งที่สามารถสร้างมงคลเสริมความสุขกายสบายใจให้กับการใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมถึงเป็นกิจกรรมที่ชาวพุทธมักจะทำกันอยู่อย่างเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น ไหว้พระ 9 วัด ไหว้พระธาตุประจำปีเกิด ไหว้พระแก้ชง ก็สุดแท้แต่ความศรัทธาในช่วงนั้น ๆ ของตนเอง
ไทยพีบีเอส มีอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับชาวพุทธ เสริมสิริมงคลด้วยการทำบุญ ไหว้พระ กับวัดประจำรัชกาล 10 รัชกาล
ความหมายของการไหว้พระวัดประจำรัชกาล
วัดประจำรัชกาล โดยความหมายแล้วหมายถึงวัดที่พระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ทรงสถาปนา สร้าง หรือบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นเป็นพิเศษ เป็นการสืบทอดธรรมเนียมปฏิบัติที่มีมาตั้งแต่โบราณ มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ทั้งในด้านการเมืองการปกครองและศาสนา ทำหน้าที่เป็นประจักษ์พยานถึงการเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภกที่ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองสืบเนื่องมาอย่างยาวนาน
ไหว้พระวัดไหน ใครกำหนดวัดประจำรัชกาล
คำถามที่ตามมาก็คือ แล้วใครเป็นคนกำหนดว่าวัดไหนเป็นของรัชกาลอะไร เพราะเรื่องวัดประจำรัชกาลไม่ได้เป็นเรื่องที่มีประกาศออกมาอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด ในกรณีนี้ คุณจุลภัสสร พนมวัน ณ อยุธยา นักวิชาการอิสระด้านศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และการท่องเที่ยว ได้ให้เหตุผลผ่านการสัมภาษณ์ในบทความ “วัดประจำรัชกาลสุดยอดวัดงามแห่งกรุงรัตนโกสินทร์” ทางผู้จัดการออนไลน์ไว้อย่างน่าสนใจว่า
“การประกาศว่าวัดไหนเป็นวัดประจำรัชกาลนี้ ไม่ได้มีการประกาศออกเป็นทางการ เพียงแต่เกิดจากการที่คนพูดกันว่าวัดนี้เป็นวัดประจำรัชกาลนี้ ๆ และดูจากความผูกพันที่พระองค์ท่านทรงมีให้กับวัดนั้นๆ มากกว่า”
แม้จะไม่ได้เป็นเหตุผลอย่างเป็นทางการ แต่ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้เราได้รับทราบเรื่องราวทางประวัติศาสตร์พร้อมกันไปด้วยว่า วัดดังกล่าวมีความผูกพันอย่างไรกับพระมหากษัตริย์ไทยในอดีตและปัจจุบัน

- รัชกาลที่ 1: วัดพระเชตุพวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นวัดพระแก้ว เพราะรัชกาลที่ 1 โปรดให้สร้างวัดพระแก้วขึ้นพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นวัดโพธิ์ ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่เดิมชื่อ วัดโพธาราม รัชกาลที่ 1 โปรดให้บูรณะครั้งใหญ่และเปลี่ยนชื่อใหม่เพื่อใช้เป็นที่สั่งสอนพระปริยัติธรรมให้กับพระภิกษุสามเณร

- รัชกาลที่ 2: วัดอรุณราชวราราม หรือวัดแจ้ง เป็นวัดที่มีความผูกพันกับรัชกาลที่ 2 ตั้งแต่ทรงยังไม่ขึ้นครองราช โดยขณะนั้นทรงประทับอยู่ที่พระราชวังเดิมกรุงธนบุรีซึ่งอยู่ติดกับวัดอรุณ ทำให้พระองค์ทรงอุปถัมภ์วัดอรุณเป็นหลัก และยังทรงลงมือปั้นพระพักตร์พระประธานในพระอุโบสถด้วยพระองค์เองอีกด้วย

- รัชกาลที่ 3: วัดราชโอรส เดิมชื่อวัดจอมทอง พระองค์ทรงบูรณะครั้งใหญ่หลังจากยกทัพกลับจากเมืองกาญจนบุรีเพราะได้ทำพิธีเอาฤกษ์เอาชัยไว้ที่วัดแห่งนี้ วัดราชโอรสมีความโดดเด่นด้วยศิลปะแบบจีนที่ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมไทยอย่างลงตัว ซึ่งสะท้อนถึงพระราชนิยมในขณะนั้น นอกจากนี้พระบรมราชสรีรางคาร (เถ้ากระดูก) ของรัชกาลที่ 3 ยังทรงประดิษฐานอยู่ที่วัดแห่งนี้อีกด้วย

- รัชกาลที่ 4: วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม หรือวัดราชประดิษฐ์ ทรงโปรดให้สร้างขึ้นบนพื้นที่เดิมที่เป็นสวนกาแฟหลวงที่อยู่ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง เพื่อให้เป็นวัดสำหรับนิกายธรรมยุตที่ทรงแต่งตั้งขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ยังไม่ขึ้นครองราชย์ เพื่อความสะดวกในการเสด็จไปทำบุญ

- รัชกาลที่ 5: วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม หรือวัดราชบพิธ เป็นวัดที่รัชกาลที่ 5 โปรดให้สร้างขึ้น อัดแน่นด้วยงานช่างชั้นครู มีจุดเด่นคือพระอุโบสถที่ภายนอกเป็นสถาปัตยกรรมไทยประดับกระเบื้องเบญจรงค์ แต่ภายในตกแต่งแบบโกธิคตามสไตล์ตะวันตก และเป็นสุสานหลวงที่เก็บพระอัฐิของเจ้านายหลายพระองค์

- รัชกาลที่ 6: วัดบวรนิเวศวิหาร รัชกาลที่ 6 ไม่ได้ทรงสร้างวัดประจำรัชกาล แต่ทรงสร้างโรงเรียนวชิราวุฒิวิทยาลัยแทน อย่างไรก็ตาม เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคต ได้มีการอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารมาประดิษฐาน ณ วัดบวรนิเวศวิหาร จึงถือเป็นวัดประจำรัชกาลโดยธรรมเนียม

- รัชกาลที่ 7: วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม หรือวัดราชบพิธ เนื่องจากรัชกาลที่ 7 เสด็จสวรรคตที่ประเทศอังกฤษในเวลาที่บ้านเมืองมีความวุ่นวาย จึงไม่ได้มีการระบุเรื่องการสร้างวัดไว้ ต่อมาเมื่ออัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารกลับมาไทย จึงนำไปประดิษฐานไว้ที่วัดราชบพิธ ร่วมกับรัชกาลที่ 5

- รัชกาลที่ 8: วัดสุทัศนเทพวราราม ในอดีตเมื่อครั้งเสด็จนิวัตพระนคร รัชกาลที่ 8 เคยเสด็จมาที่วัดนี้และทรงปรารภว่าร่มเย็นสงบสุข หากมีโอกาสบวชก็อยากมาบวชที่นี่ ดังนั้นเมื่อสวรรคตจึงมีการอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคารมาประดิษฐาน ณ วัดแห่งนี้ตามความผูกพัน

- รัชกาลที่ 9: วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เป็นวัดพระอารามหลวงที่รัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริให้สร้างขึ้น นอกจากนี้ยังมีวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และวัดบวรนิเวศวิหาร เนื่องจากพระบรมราชสรีรางคารประดิษฐานใน 2 วัดนี้ ทำให้ได้รับการยกให้เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 9 ด้วยเช่นเดียวกัน

- รัชกาลที่ 10: วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร ในสมัยรัชกาลที่ 10 ยังคงไม่มีการพูดถึงวัดประจำรัชกาลอย่างเป็นทางการ แต่ได้มีการคาดการณ์ว่าจะเป็นวัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร เพราะเป็นวัดที่รัชกาลที่ 9 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้รัชกาลที่ 10 ทรงรับไว้ในพระอุปถัมภ์
ไหว้พระเสริมสิริมงคล ย้อนชมประวัติศาสตร์
จากข้อมูลที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าส่วนหนึ่งของธรรมเนียมการกำหนดวัดประจำรัชกาลมักถือเอาวัดที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคาร รวมไปถึงการเป็นองค์อัครศาสนูปถัมภกเป็นสำคัญ วัดแห่งหนึ่งอาจเป็นวัดประจำรัชกาลของพระมหากษัตริย์ได้มากกว่าหนึ่งพระองค์ เช่น วัดราชบพิธ ซึ่งเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 5, 7 และ 9 หรือ วัดบวรนิเวศวิหาร ที่เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 6 และ 9
ดังนั้นการไปเที่ยววัด ไหว้พระ กับวัดประจำทั้ง 10 รัชกาล จึงเปรียบได้กับการไปเยี่ยมชมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่มีความผูกพันกับพระมหากษัตริย์ไทยมาอย่างยาวนาน เสริมสิริมงคลผ่านการทำบุญไหว้พระ เสริมความรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ผ่านการชมวัดประจำรัชกาล
อ้างอิง
- “วัดประจำรัชกาลที่ 1-9” คือแห่งใดบ้าง? l ศิลปวัฒนธรรม
- วัดประจำรัชกาล สุดยอดวัดงามแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ l ผู้จัดการออนไลน์
ติดตามเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับวัด



















