ประกาศยกเลิก INNA โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนในทะเลทรายอาตากามา


แชร์

ประกาศยกเลิก INNA โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนในทะเลทรายอาตากามา

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3727

ประกาศยกเลิก INNA โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนในทะเลทรายอาตากามา

หลังจากเป็นข่าวใหญ่เมื่อหลายปีก่อนที่ทางรัฐบาลชิลีอนุมัติโครงการ INNA โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนของบริษัท AES Andes ซึ่งตำแหน่งที่ตั้งของโรงไฟฟ้านั้นใกล้กับบริเวณของหอดูดาวปารานัลของ ESO ในตอนนี้ทางบริษัทยอมถอยและยกเลิกเมกะโปรเจกต์นี้ลงแล้ว

Integrated Energy Infrastructure Project for the Generation of Hydrogen and Green Ammonia (INNA) เป็นโครงการผลิตไฮโดรเจนและแอมโมเนียสีเขียวโดยบริษัท AES Andes ในเครือ AES Corporation นับเป็นเมกะโปรเจกต์บริเวณชายฝั่งตะวันตกของทะเลทรายอาตากามา ซึ่งรัฐบาลชิลีตั้งเป้าที่จะผลักดันตัวเองสู่ศูนย์กลางของแหล่งพลังงานสีเขียวในภูมิภาคลาตินอเมริกาผ่านโครงการนี้ ทั้งฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์และลม ระบบกักเก็บพลังงาน โรงกลั่นน้ำทะเล และท่าเรืออุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกไฮโดรเจนและแอมโมเนียสีเขียว แต่โครงการดังกล่าวถูกต่อต้านอย่างหนักจากนักดาราศาสตร์ในพื้นที่

โครงสร้างพื้นฐานทางดาราศาสตร์ในบริเวณยอดเขาปารานัล ภาพจาก ESO

บริเวณที่ตั้งของโครงการนั้นใกล้กับใกล้กับหอดูดาวปารานัล (Paranal Observatory) ซึ่งได้ติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Very Large Telescope (VLT) เอาไว้ โดยที่มีหอดูดาวซีกฟ้าใต้แห่งยุโรป (European Southern Observatory หรือ ESO) เป็นผู้ดูแล จากการศึกษาผลกระทบโดยกลุ่มนักดาราศาสตร์พบว่า การก่อสร้างและการดำเนินการของโรงไฟฟ้าจะทำลายสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ ซึ่งเป็นความเสียหายที่ร้ายแรงและไม่สามารถย้อนกลับคืนได้หากการก่อสร้างเสร็จสิ้น ทั้งในด้านของการอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดและความสามารถในการปฏิบัติงานของอุปกรณ์ทางดาราศาสตร์ที่อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพบรรยากาศสูง

ผลการศึกษาโดย ESO ระบุว่าการก่อสร้างโครงการ INNA จะเพิ่มมลภาวะทางแสงอย่างน้อยร้อยละ 35 ในพื้นที่ของหอดูดาวปารานัล และมลภาวะทางแสงสามารถสูงขึ้นได้ถึงร้อยละ 55 ในพื้นที่ของหอดูดาวเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์แสงเชเรนคอฟซีกฟ้าใต้  (Cherenkov Telescope Array Observatory South หรือ CTAO-South) ซึ่งอยู่ห่างจาก VLT ไปประมาณ 11 กิโลเมตร และการดำเนินงานผลิตพลังงานไฟฟ้าจากลมและแสงอาทิตย์นั้นก็ยังสร้างความปั่นป่วนกับชั้นอากาศโดยรอบบริเวณของโรงไฟฟ้าอีกด้วย ส่งผลให้สภาพการมองเห็นทางดาราศาสตร์ (Seeing Conditions) ซึ่งเป็นจุดเด่นของหอดูดาวตามแนวเทือกเขาเซร์โรปารานัล (Cerro Paranal) ลดลงถึงร้อยละ 40 อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากแรงสั่นสะเทือนระดับจุลภาค (Micro-Seismic Vibration) ที่อาจกระทบต่อเครื่องมือวัดการแทรกสอดของแสง (Interferometer) ใน VLT และกล้องโทรทรรศน์ Extremely Large Telescope (ELT) ซึ่งต้องอาศัยความเสถียรระดับสูงมากในการทำงาน

แม้ ESO และกลุ่มนักดาราศาสตร์จะสนับสนุนนโยบายพลังงานสะอาด แต่โครงการ INNA ในตำแหน่งที่ตั้งดังกล่าวนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เพราะจะบั่นทอนศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของอาตากามา จนนำไปสู่การเรียกร้องให้มีการทบทวนและยุติโครงการ

ภาพถ่ายทางช้างเผือกในยามค่ำคืนเหนือยอดเขาปารานัล ภาพจาก ESO

ท้ายสุดแล้ว จากรายงานของ ESO เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาทางบริษัท AES Andes ได้ส่งหนังสือขอถอนโครงการ INNA ออกจากการประเมิน ซึ่งเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะไม่ดำเนินงานโครงการนี้ต่อ นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับวงการดาราศาสตร์ที่ภาครัฐและภาคประชาสังคมเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์พื้นที่ท้องฟ้ามืดทางดาราศาสตร์และส่งเสียงสนับสนุนถึงการอนุรักษ์เขตท้องฟ้าเพื่อการศึกษาทางดาราศาสตร์นี้อีกด้วย

ทะเลทรายอาตากามานับเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมกับการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ในย่านแสงที่ตามองเห็น (Optical Astronomy) ที่ดีที่สุดในโลกจนยากจะหาพื้นที่ใดเปรียบเทียบได้ ปัจจัยหลักมาจากความแห้งแล้งอย่างสุดขั้ว ซึ่งเป็นผลมาจากปรากฏการณ์เงาฝน (Rain Shadow) โดยมีเทือกเขาแอนดีสทอดตัวยาวขวางกั้นความชื้นจากฝั่งตะวันออก และมีเทือกเขาชายฝั่งขวางกั้นมวลอากาศชื้นจากมหาสมุทรแปซิฟิกทางทิศตะวันตก ส่งผลให้ปราศจากความชื้นในอากาศ เพราะแทบไม่มีฝนตกเลย

นอกจากความแห้งแล้งแล้ว การที่ทะเลทรายอาตากามาตั้งอยู่บนพื้นที่สูงของเทือกเขาแอนดีส ซึ่งมีความสูงตั้งแต่หลายร้อยจนถึงหลายพันเมตรเหนือระดับน้ำทะเล ยังช่วยให้ชั้นอากาศเบาบางและมีเมฆน้อยมาก ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ที่นี่เป็นทำเลในอุดมคติสำหรับการก่อสร้างหอสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ขนาดใหญ่ เนื่องจากความคุ้มค่าของจำนวนวันฟ้าเปิดที่มากที่สุดในโลก พร้อมทั้งมีโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุม จึงไม่น่าแปลกใจที่นอกจากหอดูดาวของยุโรป (ESO) แล้ว ยังมีอีกหลายประเทศเข้ามาตั้งฐานปฏิบัติการ เช่น หอดูดาวเจมินิ (Gemini Observatory) ของสหรัฐอเมริกา และหอดูดาวอาตากามาแห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว (University of Tokyo Atacama Observatory หรือ TAO) ของญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นหอดูดาวที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลกในปัจจุบัน

ทาง ESO เน้นย้ำว่าจะยังคงเพิ่มความพยายามเพื่อให้แน่ใจว่าท้องฟ้าอันบริสุทธิ์ของยอดเขาปารานัลจะยังคงเป็นหน้าต่างที่ดีที่สุดของโลกในการสังเกตเอกภพ และยังมุ่งมั่นในการต่อสู้กับมลภาวะทางแสงและการรบกวนจากดาวเทียมในวงกว้าง เพื่อช่วยรักษาจดหมายเหตุทางธรรมชาติของท้องฟ้าที่มืดมิดและเงียบสงบทั่วโลกไว้ให้คนรุ่นหลังสืบไป

เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

ที่มาข้อมูล : eso

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หอดูดาวปารานัลParanal ObservatoryINNAโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทะเลทรายอาตากามาหอดูดาวซีกฟ้าใต้แห่งยุโรปEuropean Southern ObservatoryESOกล้องโทรทรรศน์ใหญ่ที่สุดในโลกกล้องโทรทรรศน์ Very Large TelescopeVery Large TelescopeVLTดาราศาสตร์หอดูดาวทางดาราศาสตร์นักดาราศาสตร์หอดูดาวThai PBS Sci And Tech Thai PBS Sci & Tech Astronomy
Thai PBS Sci & Tech

ผู้เขียน: Thai PBS Sci & Tech

🌎 "รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก" ไปกับ Thai PBS Sci & Tech • วิทยาศาสตร์ • เทคโนโลยี นวัตกรรม • ดาราศาสตร์ • Media Literacy • Cyber Security • Tips & Tricks • Trends

บทความ NOW แนะนำ