นอกจากดับไฟได้แล้ว ต้องหาวิธีที่จะไม่ส่งผลกระทบกับแหล่งน้ำในอนาคตด้วย จากการศึกษาระดับโลกที่นำโดย มหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย (The University of British Columbia : UBC) พบว่า น้ำดื่มของประเทศแคนาดาอาจยังคงมีความเสี่ยงอยู่แม้ “ไฟป่า” จะดับลงไปนานแล้ว โดยผลกระทบต่อ “คุณภาพน้ำ” มักปรากฏให้เห็นในอีกหลายเดือนหรือหลายปีต่อมา ไม่ใช่แค่ทันทีหลังไฟป่าดับลง
โดยนักวิจัยได้วิเคราะห์การศึกษา 23 ชิ้น จาก 28 ลุ่มน้ำทั่วโลก เปรียบเทียบระดับตะกอน สารอาหาร โลหะ คาร์บอนอินทรีย์ ไอออน และสารเคมีที่ใช้ในการดับไฟป่าก่อน-หลังเกิดไฟป่า พบว่าในสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกัน การปนเปื้อนมักจะทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพายุหรือหิมะละลายพัดพาเถ้าและเศษซากต่าง ๆ ที่สะสมอยู่ลงสู่แม่น้ำ

Raúl de León Rábago หนึ่งในผู้เขียนงานวิจัย เปิดเผยว่า งานวิจัยนี้มุ่งเน้นไปที่การศึกษาที่ติดตามคุณภาพน้ำเป็นระยะเวลาอย่างน้อยหกเดือน เพื่อพิจารณาว่าผลกระทบจะลดลงหรือเพิ่มขึ้น โดยพบว่า รูปแบบการปนเปื้อนที่เกิดขึ้นล่าช้าแบบเดียวกันปรากฏขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ด้าน Dr. Qingshi Tu ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำคณะวนศาสตร์และการจัดการสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ลองนึกภาพการเทเถ้าถ่านหนึ่งถังลงในอ่างอาบน้ำ เมื่อน้ำถูกกวน เถ้าถ่านก็จะลอยขึ้นมาอีกครั้ง นั่นคือสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในลุ่มน้ำหลังจากเกิดไฟป่าครั้งใหญ่

ควันและสารเคมีดับไฟป่ายิ่งเพิ่มความเสี่ยง
จากการศึกษาวิจัยต่าง ๆ พบว่า “ไฟป่า” ทำให้ปริมาณตะกอน สารอาหาร โลหะหนัก และโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons : PAHs สารเคมีที่เกิดขึ้นเมื่อพืชพรรณและวัสดุอื่น ๆ ถูกเผาไหม้) เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ควันยังสามารถพัดพาสารปนเปื้อนไปยังแหล่งน้ำที่ไม่ได้ถูกไฟไหม้ได้อีกด้วย
อย่างใน “แคนาดา” ซึ่งพึ่งพาอย่างมากกับสารหน่วงไฟระยะยาว เช่น Phos-Chek ในรัฐบริติชโคลัมเบียและอัลเบอร์ตา สารเหล่านี้มีสารอาหารและโลหะหนักที่สามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของสาหร่ายและเพิ่มต้นทุนการบำบัด หลังจากเหตุการณ์ไฟป่าที่ Fort McMurray จำเป็นต้องใช้สารเคมีในปริมาณที่สูงขึ้นเพื่อบำบัดน้ำที่ได้รับผลกระทบจากไฟป่า

การปกป้องชุมชนผ่านการติดตามตรวจสอบระยะยาว
นักวิจัยได้ตั้งข้อสังเกตว่า ความสามารถของหน่วยงานด้านการประปา ในการรับมือกับเหตุไฟไหม้ขึ้นอยู่กับความรุนแรง ระยะเวลา ขนาดของไฟ สิ่งที่ถูกเผา สภาพอากาศ หรือการออกแบบระบบบำบัดน้ำ ซึ่งไม่ใช่ทุกระบบจะมีศักยภาพในการปรับตัวเท่าเทียมกัน และชุมชนหรือหน่วยงานขนาดเล็กที่มีงบประมาณจำกัดจะเผชิญกับความเสี่ยงที่มากขึ้นจากผลกระทบระยะยาวหลังไฟไหม้
ทีมวิจัยกำลังพัฒนารูปแบบที่เชื่อมโยงพฤติกรรมของไฟป่า ควัน และระบบแม่น้ำ เพื่อช่วยให้หน่วยงานด้านสาธารณูปโภคของแคนาดา คาดการณ์ความเสี่ยงในระยะหลายปีได้ เช่น ในจังหวัดที่มีแนวโน้มเกิดไฟป่าสูงอย่าง บริติชโคลัมเบียและอัลเบอร์ตา จำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำและการวางแผนเตรียมความพร้อมในระยะยาวอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไฟป่าเกิดขึ้นใกล้แหล่งน้ำดื่ม
Dr. Loretta Li ผู้เขียนวิจัยหลัก อาจารย์จากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย อธิบายว่า แคนาดากำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของความเสี่ยงจากไฟป่า หากต้องการปกป้องแหล่งน้ำดื่ม ต้องมองผลกระทบจากไฟป่าในระยะยาว ไม่ใช่ระยะสั้น
“ไทย” ในฐานะประเทศที่เกิด “ไฟป่า” อยู่บ่อยครั้ง ก็ควรมองถึงผลกระทบเรื่องนี้ในระยะยาวเช่นเดียวกัน
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : phys
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









