FIFA ใช้เวลากว่า 8 ปีในการวิจัยสนามหญ้า “ฟุตบอลโลก 2026” ตั้งแต่การเพาะปลูก ขนส่ง ไปจนถึงการใช้แสง LED ในสนามโดม เพื่อให้พื้นสนามทั้ง 16 แห่งใน 3 ประเทศ ได้มาตรฐานเดียวกัน
นับถอยหลังการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่จะเริ่มต้นฟาดแข้งในวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม มีสิ่งสำคัญในการแข่งขันที่น่าสนใจหลายอย่าง โดยในวันนี้จะพาไปส่องความลับใต้ผืนหญ้าของสนามฟุตบอลที่จะใช้ในการแข่งขัน
เมื่อพูดถึง "โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026" ถือเป็นครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะมีแมตช์การแข่งขันรวมกันทั้งหมด 104 นัด โดยเพิ่มเป็น 48 ทีมเป็นครั้งแรก แบ่งเป็นรอบแบ่งกลุ่ม 72 นัด และรอบน็อกเอาต์ 32 นัด (รอบ 32 ทีม, 16 ทีม, 8 ทีม, รองชนะเลิศ และชิงชนะเลิศ) ใน 16 สนาม ทั่วสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก
เครดิต: Nick Schrader/มหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตท
ดังนั้น "สนามหญ้า" ที่จะใช้ในการแข่งขันทั้งหมดมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง เพราะคุณภาพของหญ้าในสนามล้วนส่งผลต่อประสิทธิภาพการเล่นของนักฟุตบอล แต่ด้วยการจัดการแข่งขัน 16 สนาม 3 ประเทศ ซึ่งมีสภาพอากาศที่ทั้งหนาวจัดไปจนถึงร้อน FIFA จะรักษามาตรฐานของพื้นสนามให้เป๊ะเหมือนกันทุกนัด โดยที่หญ้าไม่ตายหรือหลุดไปก่อนได้อย่างไร
เรื่องนี้ FIFA ได้มอบหมายให้ศาสตราจารย์จอห์น โซโรชาน มหาวิทยาลัยเทนเนสซี เป็นผู้ดูแลการปลูกและติดตั้งสนามหญ้าของสนามฟุตบอลทั้ง 16 แห่ง ในการแข่งขันฟุตบอลโลก รวมถึง 5 แห่งที่มีหลังคาโดม
นักวิจัยต้องหาวิธีรักษาสภาพของพื้นหญ้า เพื่อให้มีแรงเด้งและแรงยึดเกาะที่เหมาะสม เครดิต: Nick Schrader/มหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตท
ทีมนักวิทยาศาสตร์ใช้เวลากว่า 8 ปี เพื่อวิจัย ทดสอบสภาพสนามหญ้าในหลายพื้นที่ เพื่อค้นหาสนามหญ้าที่สมบูรณ์แบบ และทดลองให้ปุ๋ย รดน้ำ และบำรุงรักษาพันธุ์หญ้าหลากหลายชนิด และยังได้วัดความยาวของหญ้า เพื่อหาความยาวที่เหมาะสมที่สุดด้วย
กระบวนการเพาะปลูกเริ่มจากการปลูกเมล็ดหญ้า Kentucky Bluegrass และหญ้า Perennial Ryegrass ในทราย ทรายจะช่วยในการระบายน้ำ ในขณะที่หญ้าทั้งสองชนิดสามารถเติบโตได้ในสภาพอากาศเย็นที่มีแสงแดดส่องถึงค่อนข้างน้อย หญ้าเหล่านี้ถูกปลูกบนแผ่นพลาสติกในฟาร์มเพาะเลี้ยง ทำให้รากแผ่ขยายเป็นผืนเดียวกัน และช่วยปกป้องรากและลดความเครียดของต้นหญ้าเมื่อถูกตัด
นักวิจัยได้ทดสอบความยาวที่เหมาะสมของการตัดหญ้าในแต่ละสนาม เพื่อให้แน่ใจว่าเอื้อต่อการเล่นที่ดีที่สุด เครดิต: Nick Schrader/มหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตท
จากนั้นคนงานจะรดน้ำและตัดหญ้า พร้อมเติมสารต่าง ๆ เช่น สารป้องกันเชื้อรา ปุ๋ย สารอินทรีย์ สารสกัดจากสาหร่ายทะเลขนาดใหญ่ อุดมด้วยฮอร์โมนพืช วิตามิน และแร่ธาตุ ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของราก และซิลิกา ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของผนังเซลล์พืช ทำให้ใบหญ้าและลำต้นแข็งแรงทนทานต่อการเหยียบย่ำ
เครื่องจักรที่ใช้ประทับรอยรองเท้าฟุตบอลลงบนสนามหญ้า เครดิต: Nick Schrader/มหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตท
สำหรับสนามกลางแจ้ง จะมีการวางฐานกรวดรองรับทราย แล้วจึงปูหญ้าทับ แต่สำหรับสนามโดมที่วางทับบนพื้นผิวสังเคราะห์ จะใช้ตะแกรงพลาสติกแบบล็อคและแผ่นพลาสติกทอแทน
เมื่อใกล้ถึงช่วงเริ่มการแข่งขัน ทีมงานจะตัดหญ้าเป็นแผ่นกว้าง 1.2 เมตร โดยรอจนพระอาทิตย์ตกเพื่อให้หญ้าแห้ง แล้วจึงม้วน ก่อนส่งผ่านรถบรรทุกที่ควบคุมอุณหภูมิไปยังสนามฟุตบอลต่าง ๆ เพื่อนำไปปูและพร้อมใช้งานได้ในเวลาอันรวดเร็ว
เครดิต: Nick Schrader/มหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตท
หลังจากที่ ปูหญ้าในสนามโดมแล้ว จะมีการใช้แสง LED สีม่วงแดง จากแท่งโลหะสีขาวที่แขวนอยู่เหนือสนามเพียงไม่กี่เมตร เพื่อให้พลังงานแก่หญ้าแทนแสงแดด เทคโนโลยีนี้พัฒนาขึ้นมากนับตั้งแต่ฟุตบอลโลกปี 1994 ที่ Silverdome และทำให้การปลูกหญ้าในที่ร่มทำได้ง่ายกว่าในอดีตมาก
เครดิต: Nick Schrader/มหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตท
ตามรายงานดังกล่าว ฟีฟ่าใช้เงินไปมากกว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (162 ล้านบาท) ในการวิจัยเรื่องหญ้าสำหรับฟุตบอลโลกปี 2026 ซึ่งเป็นเงินจำนวนมากสำหรับสิ่งที่คนส่วนใหญ่แทบไม่นึกถึงเลยขณะชมการแข่งขันฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
ที่มา World Cup history will be made on this grass. These scientists have spent decades perfecting it
และ การวิจัยหญ้าสนามหญ้า สำหรับฟุตบอลโลก
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









