“เอลนีโญ” เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ลมในมหาสมุทรแปซิฟิก และส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศทั่วโลก โดยในระดับโลก เราเคยเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงมาหลายครั้งในอดีต แต่ไม่มีครั้งใดที่รุนแรงและพัฒนาอย่างรวดเร็วเท่าครั้งนี้
António Guterres เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) กล่าวว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงขึ้นต่อหน้าต่อตาเรา หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันอย่างชัดเจนว่า โลกกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และน้ำทะเลกำลังร้อนขึ้น อุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงขึ้น อุณหภูมิยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และโลกกำลังอยู่ในเขตอันตรายของสภาพอากาศสุดขั้ว
แล้วอะไร? คือสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจทำลายสถิติในครั้งนี้ และมันจะส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศทั่วโลกอย่างไร?

ปรากฏการณ์เอลนีโญ ปี 2026 รุนแรงและแปลกประหลาดมาก
ปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งล่าสุดเริ่มต้นในเดือนมิถุนายน ปี 2026 และทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม อุณหภูมิในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกสูงกว่าปกติ 2.6 องศาเซลเซียส (4.68 องศาฟาเรนไฮต์) ซึ่งสูงกว่าสถิติสูงสุดในปีก่อน ๆ อย่างมาก
จากข้อมูลล่าสุด องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) คาดการณ์ว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงขึ้น และมีโอกาส 100% ที่จะคงอยู่ต่อไปอย่างน้อยจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2027
นักวิทยาศาสตร์ซึ่งได้ติดตามกิจกรรมของปรากฏการณ์เอลนีโญ โดยใช้ข้อมูลอุณหภูมิจากมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนใกล้เส้นศูนย์สูตรในอดีต วิธีการนี้เกี่ยวข้องกับการวัดอุณหภูมิที่สูงหรือต่ำในบริเวณนี้
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์และองค์กรด้านสภาพอากาศ รวมถึงสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของออสเตรเลีย ได้หันมาใช้ดัชนีสัมพัทธ์แทนการวัดอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว โดยดัชนีสัมพัทธ์นี้จะคำนึงถึงภาวะโลกร้อนที่เกิด ขึ้น จากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทำให้ง่ายขึ้นมากสำหรับนักวิทยาศาสตร์ในการระบุความรุนแรงของปรากฏการณ์เอลนีโญในสภาพภูมิอากาศที่ร้อนขึ้น

ปรากฏการณ์เอลนีโญ 2026 มีความโดดเด่นด้วยเหตุผลหลักสองประการ
เร็วเป็นพิเศษ
โดยปกติแล้วปรากฏการณ์เอลนีโญ จะถึงจุดสูงสุดในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม แต่ครั้งนี้อากาศอบอุ่นผิดปกติแม้จะเพิ่งเริ่มต้นฤดูนี้ และยังไม่ถึงจุดสูงสุดในช่วงฤดูร้อนอีกด้วย
ร้อนจัด
ข้อมูลล่าสุด แสดงให้เห็นว่าดัชนีความร้อนสัมพัทธ์ในเดือนสิงหาคม สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2.3 องศาเซลเซียส ซึ่งรุนแรงกว่าปีอื่น ๆ ที่เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ในออสเตรเลีย ปีที่เกิดปรากฏการณ์เอลนีโญมักจะตรงกับสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม เอลนีโญแต่ละครั้งก็แตกต่างกันและอาจส่งผลกระทบที่แตกต่างกันออกไป แต่เอลนีโญครั้งนี้จะนำไปสู่อุณหภูมิโลกที่สูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2027

เอลนีโญ 2026 จะส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศของโลกอย่างไร?
การเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งประวัติศาสตร์นี้ ได้เปลี่ยนแปลงสภาพอากาศทั่วโลกแล้ว โดยจะเห็นผลกระทบโดยตรงและรุนแรงที่สุดในประเทศต่าง ๆ ที่อยู่รอบมหาสมุทรแปซิฟิก เช่น ที่ประเทศอินโดนีเซียเพิ่งเผชิญกับไฟป่าครั้งใหญ่ เมื่อเดือนที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์เข้าใจว่าปรากฏการณ์เอลนีโญในปัจจุบัน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไฟป่าเหล่านี้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ปรากฏการณ์เอลนีโญ กำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบและสถานที่ก่อตัวของพายุไซโคลน ภาพถ่ายจากดาวเทียมเผยให้เห็นว่า ขณะนี้มีพายุไซโคลนเขตร้อนที่กำลังก่อตัวอยู่ 4 ลูกในมหาสมุทรแปซิฟิก ตั้งแต่ใกล้ญี่ปุ่นไปจนถึงฮาวาย ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติอย่างมาก เนื่องจากโดยปกติแล้ว เอลนีโญจะกระตุ้นกิจกรรมของพายุไซโคลนในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกและตอนกลางโดยการพาน้ำอุ่นไปยังบริเวณเหล่านั้น เพียงหนึ่งหรือสองลูกเท่านั้น

แล้วอะไร? ที่อาจรอเราอยู่
ปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทวีความรุนแรงขึ้นมีแนวโน้มที่จะทำให้ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รนแรงขึ้น เมื่อปรากฏการณ์เอลนีโญทวีความรุนแรงขึ้น ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก จะเผชิญกับสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ผู้ที่ด้อยโอกาสจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด คาดว่าประชาชนเกือบ 50 ล้านคนในชุมชนที่เปราะบางจะตกอยู่ในภาวะอดอยากอย่างรุนแรง เกษตรกรทั่วโลกต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่คาดเดาได้ยากขึ้น ตั้งแต่อุทกภัยทำลายพืชผลในอเมริกาใต้ไปจนถึงภัยแล้งรุนแรงในบางส่วนของแอฟริกา
เพื่อปกป้องประชากรและระบบนิเวศของโลก จำเป็นอย่างที่จะต้องมีการวิจัยที่เข้มข้น และการเพิ่มขีดความสามารถในการสร้างแบบจำลองมากขึ้น เพื่อระบุว่าภูมิภาคใดจะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงขึ้นนี้
ปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำลายสถิตินี้ กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น แต่บางทีนี่อาจเป็นตัวเร่งที่จำเป็น เพื่อให้พวกเราทุกคนร่วมมือกันลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลรวมถึงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งทำให้โลกร้อนขึ้นอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม

“เอลนีโญ” ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไร?
ด้วยความที่ “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” มักเกิดขึ้นพร้อมกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นและปริมาณน้ำฝนที่ลดลง สภาพอากาศที่แห้งแล้ง และยังทำให้เกิดไฟป่าได้ โดยเฉพาะในป่าและพื้นที่ที่มีการทำการเกษตรแบบถางป่า ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าควันและมลพิษจำนวนมากอาจนำไปสู่สถานการณ์หมอกควันที่เป็นอันตราย
“ปรากฏการณ์เอลนีโญ” ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ที่อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพของมนุษย์ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า เราจำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง เพื่อปกป้องชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คน
สำหรับผลกระทบต่อสุขภาพที่รู้จักกันดีของปรากฏการณ์เอลนีโญ ได้แก่ โรคที่เกิดจากแมลงเป็นพาหะ เช่น มาลาเรีย ไข้เลือดออก และไข้เหลือง รวมถึงโรคที่เกิดจากน้ำ เช่น อหิวาตกโรค ไข้ไทฟอยด์ และการติดเชื้อที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วง อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องไม่มองข้ามผลกระทบที่ปรากฏการณ์เอลนีโญอาจมีต่อโรคไม่ติดต่อ และเราจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีจัดการหรือลดผลกระทบดังกล่าวให้เหลือน้อยที่สุด
นอกจากนี้ ยังมีผลการวิจัยที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงอย่างชัดเจน ระหว่างความเครียดจากความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและปรากฏการณ์เอลนีโญด้วย
ขณะที่ อุณหภูมิสูงขึ้นจะทำให้สภาพอากาศร้อนและแห้งแล้งมากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคที่เกี่ยวข้องกับความร้อน เช่น โรคฮีตสโตรก ภาวะอ่อนเพลียจากความร้อน ตะคริวจากความร้อน และผื่นจากความร้อน
การสัมผัสกับอุณหภูมิสูงเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น เหงื่อออก สับสน ผิวแห้ง และผื่นขึ้นจากความร้อน และในกรณีร้ายแรงอาจนำไปสู่โรคฮีตสโตรกได้ นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิอย่างฉับพลัน ยังสามารถส่งผลกระทบต่อกระบวนการเผาผลาญของอวัยวะภายใน ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ไตล้มเหลว ปอดล้มเหลว และอวัยวะสำคัญอื่น ๆ ล้มเหลวได้

ในช่วงที่ปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรงที่สุด อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ มีงานวิจัยระบุว่า มลพิษ เช่น ไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และอนุภาคโอโซนสามารถระคายเคืองระบบทางเดินหายใจทำให้เกิดอาการหอบหืดกำเริบ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินหายใจ ทั้งนี้ โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจสามารถลดลงได้ โดยการตรวจสอบดัชนีคุณภาพอากาศและหลีกเลี่ยงการออกไปข้างนอกในช่วงที่คุณภาพอากาศไม่ดี การสวมหน้ากากอนามัยและใช้ยาพ่นแก้หอบก็ช่วยได้ บ้านเรือนสามารถสะอาดปราศจากฝุ่นได้ด้วยเครื่องฟอกอากาศ
การเผชิญกับเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง การพลัดถิ่น และความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและสุขภาพกายของแต่ละบุคคลอีกด้วย
ในช่วงที่ปรากฏการณ์เอลนีโญรุนแรงที่สุด เราสามารถส่งเสริมสุขภาพจิตและสุขภาวะที่ดีได้ โดยการออกกำลังกายในร่ม หรือในช่วงเวลาที่อากาศเย็นกว่า รับประทานอาหารที่สมดุล ฝึกสุขอนามัยการนอนหลับที่ดี ติดต่อสื่อสารกับผู้คน และดูแลตนเองด้วยกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพ
นอกจากการรับมือกับภัยธรรมชาติที่เกิดจากเอลนีโญแล้ว ข้อมูลด้านสุขภาพจะสามารถช่วยรักษาสุขภาพของพวกเราได้โดยการเสริมสร้างศักยภาพให้แต่ละบุคคลสามารถตัดสินใจอย่างรอบรู้ เพื่อรับมือกับผลกระทบด้านสุขภาพจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้เชี่ยวชาญ และประชาชนทั่วไป มีความสำคัญอย่างยิ่งในการลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด
📌อ่าน : อะไร? คือ “ก็อดซิลลา เอลนีโญ” เมื่อสภาพอากาศกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด
📌อ่าน : “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” ส่งผลให้ “แพลงก์ตอนพืช” ในแปซิฟิกลดลง
📌อ่าน : ซูเปอร์เอลนีโญกำลังจะมา ไทยเตรียมรับมือฤดูแล้งยาวนานแล้วหรือยัง?
📌อ่าน : พายุขนาดใหญ่เกิดขึ้นจากโลกร้อน อาจเปลี่ยนแปลงฤดูฝนในเขตร้อนอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
📌อ่าน : ทำไมโลกเผชิญภัยความหนาวเย็นสุดขั้วหนักขึ้น สวนทางกับอุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้น
📌อ่าน : โลกร้อน! อาจเกิด “แผ่นดินไหว” บ่อยขึ้น เหตุระดับน้ำทะเลเปลี่ยนแปลง-ธารน้ำแข็งละลาย
📌อ่าน : ไทยจะจอดหรือรอด? ในวันโลกเดือด ต้องใช้เทคโนโลยีไหนรับมือ
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล: iflscience, time, monash
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech



