“หนามพุงดอ” จากวัชพืชไร้ค่า สู่อาหารพื้นบ้านเลิศรส

“หนามพุงดอ” จากวัชพืชไร้ค่า สู่อาหารพื้นบ้านเลิศรส

แชร์

“หนามพุงดอ” จากวัชพืชไร้ค่า สู่อาหารพื้นบ้านเลิศรส

https://www.thaipbs.or.th/now/content/563174

                        ผักหนามพุงดอ
ปก.png

ปก.png

     หากพูดถึงอาหารยอดนิยมของ จ.สมุทรสงคราม หลายคนน่าจะนึกถึงเมนู “ใบชะคราม”      ผักพื้นบ้านเฉพาะถิ่นที่ขึ้นตามป่าชายเลนและนาเกลือ แต่อยากแนะนำให้ทุกท่านรู้จักผักพื้นบ้านอีกชนิดหนึ่ง ที่ไม่ว่าจะนำไปต้ม ผัด แกง ทอด หรือลวกจิ้มน้ำพริกก็อร่อย และถูกยกย่องว่าเป็น “ผักที่เทวดาเพาะปลูก”

ผักที่เทวดาเพาะปลูก

“ผักอะไรไม่รู้เหม็นเขียว หนามก็แหลม ฟันทิ้งให้หมด !” 

     นี่คือภาพจำในอดีตที่ชาวบ้านมองว่า “หนามพุงดอ” เป็นเพียงวัชพืชที่น่ารำคาญ การกำจัดมันทิ้งน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะหนามที่แหลมคมของมันอันตราย หากทิ่มเข้าผิวหนังต้องรีบบ่งออกทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามเป็นหนอง และหนามที่เกาะเกี่ยวตัวคนตั้งพุงลงไป ทำให้ชาวบ้านใน อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เรียกผักชนิดนี้ว่า “หนามพุงดอ” 
     ปัจจุบัน “หนามพุงดอ” ไม่ใช่วัชพืชอีกต่อไป แต่กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้กับ ชาวบ้านถึงกิโลกรัมละ 200 บาท เพราะมันสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้หลากหลาย เรียกได้ว่าเป็นเมนู “Signature” ที่ผู้มาเยือนอัมพวาต้องชิมให้ได้สักครั้ง
 

2.png

2.png

     ย้อนกลับไปเมื่อปี 2558 รายการภัตตาคารบ้านทุ่ง ได้เดินทางมาที่ ต.แพรกหนามแดง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เพื่อรื้อฟื้นภูมิปัญญาการกิน “ผักหนามพุงดอ” ที่สูญหายมานาน โดยคุณลุงปัญญา โตกทอง ปราชญ์ชาวบ้านเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ พาเก็บ พากิน พาปรุงอาหารจากผักหนามพุงดอ เช่น เมนูแกงอ่อมปูทะเลไข่ใส่ยอดหนามพุงดอ  ต้มยำกะทิกุ้งสดใส่ยอดหนามพุงดอ ซึ่งการถ่ายทำในครั้งนั้นเป็นโอกาสที่ทำให้ชาวบ้านหลายคนได้ลองชิมผักหนามพุงดอเป็นครั้งแรก เพราะที่ผ่านมาไม่คิดว่ามันจะกินได้

1.png

1.png

ยำหนามพุงดอ
10.jpg

10.jpg

แกงคั่วหนามพุงดอกรรเชียงปู

“สมัยก่อนคนเฒ่าคนแก่เก็บผักหนามพุงดอไปทำแกงส้ม แกงใส่ปลาไหล แกงคั่ว จิ้มน้ำพริก แต่คนรุ่นหลังเขาไม่กิน เพราะกว่าจะได้กินต้องเจ็บตัวโดนหนาม ภูมิปัญญาการกินผักหนามพุงดอเลยสูญหายไปเรื่อย ๆ แต่บ้านลุงกินมานาน เพราะเรายกย่องว่ามันเป็น      “ผักที่เทวดาเพาะปลูก” ไม่ต้องใส่ปุ๋ย ไม่ต้องฉีดยา ไม่ต้องรดน้ำ                             ยิ่งเก็บกินมันยิ่งแตกยอด” 


     หนามพุงดอ มีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น หนามแมงดอ หนามรอบตัว หนามเหม็น ปิ๊ดเต๊าะ ขี้แรดในวงษ์ของหนามพุงดอมีสมาชิก 3 สกุล จำนวน 11 ชนิด พบการกระจายพันธุ์ตั้งแต่แอฟริกา ตะวันออกกลางเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ในประเทศไทยพบเพียง 1 สกุล คือหนามพุงดอ Azima พบได้แทบทุกภาค แต่ส่วนใหญ่จะพบตามป่าชายเลนหรือป่าชายหาด บางครั้งพบได้ในป่าเต็งรังผสมต้นสน ต้นหนามพุงดอจัดเป็นพืชชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็นไม้พุ่มเลื้อยเนื้อแข็ง สามารถเลื้อยไปพันต้นไม้ใหญ่ได้
     สรรพคุณ แก้ผดผื่นคัน แก้ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ สร้างเม็ดเลือดขาว 
                                    (อ้างอิงข้อมูล รายการภัตตาคารบ้านทุ่ง ตอน หนามพุงดอ 8 พ.ค. 2558)

6.png

6.png


     

     ลุงปัญญาเปิดเผยเคล็ดลับการนำ “หนามพุงดอ” ไปปรุงเป็นอาหารว่า ต้องเริ่มจากการเด็ดใบจากต้น วิธีเด็ดใบให้เด็ดส่วนใบใกล้ปลายยอด เพราะหนามจะอ่อนนิ่ม คล้ายกับเด็ดยอดชา จากนั้นเล็มหนามที่ปลายใบออก แล้วจึงเล็มหนามรอบข้อ ล้างน้ำให้สะอาดแล้วนำไปต้มในน้ำเดือดเพื่อลดกลิ่นเหม็นเขียว เมื่อต้มแล้วนำไปน็อคน้ำเย็น ผักจะสวยงาม น่ากิน คงความเขียวสด แล้วจึงนำไปปรุงเป็นอาหารได้ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นแกงส้ม แกงคั่ว หรือยำรสเด็ด

เปลี่ยน “วัชพืช” เป็น “รายได้” สร้างเศรษฐกิจชุมชน

     หลังจากรายการภัตตาคารบ้านทุ่งนำเสนอ ตอน หนามพุงดอ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2558  ลุงปัญญาได้แรงบันดาลใจทำร้านอาหารพื้นบ้าน โดยเน้นใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่หาได้ใน อ.อัมพวา และชูเมนูที่ทำจาก “หนามพุงดอ” เป็น Signature 


“ถ้าคนรุ่นเก่าไม่พากิน คนรุ่นใหม่ก็จะไม่รู้จักกิน” 

     ลุงปัญญาเล่าถึงความตั้งใจที่อยากทำให้ “หนามพุงดอ” เป็นผักที่คนรู้จักมากขึ้น
“ช่วงแรก ๆ เราตั้งราคารับซื้อผักหนามพุงดอไว้กิโลกรัมละ 100 บาท ชาวบ้านเก็บมาขายสักพักก็หายไป เลยขยับราคารับซื้อเป็น 150 บาท แต่ก็ยังเหมือนเดิม เลยตัดสินใจเพิ่มราคาเป็นกิโลกรัมละ 200 บาท เพราะเราเข้าใจว่าผักมันเบา กว่าจะเก็บครบหนึ่งกิโลกรัมมันยาก หลังจากปรับราคาชาวบ้านก็เก็บมาขายกันประจำ ผู้สูงอายุเก็บตอนเช้าหนึ่งรอบ ตอนเย็นหนึ่งรอบก็ได้ 400 บาทแล้ว เป็นการสร้างเศรษฐกิจชุมชนไปในตัว ซึ่งผักพวกนี้เก็บได้ตามริมถนนข้างทาง ชาวบ้านได้พึ่งพาตัวเอง เพราะขายผักก็ได้เงิน เก็บไปกินในครอบครัวก็ได้ด้วย สำหรับผักที่รับซื้อจะถูกนำมาปรุงเป็นอาหารเชิงวัฒนธรรมหลายเมนู อย่างแกงอ่อมกรรเชียงปูยอดหนามพุงดอ ยำยอดหนามพุงดอ หนามพุงดอผัดไข่ ยอดหนามพุงดอแกงส้มไข่ปลาริวกิว เมนูเหล่านี้กลายเป็นเมนูที่นักท่องเที่ยวถามถึงและอยากมาชิมที่อัมพวามากที่สุด”

5.png

5.png

8.png

8.png

     นอกจากผักหนามพุงดอแล้ว ลุงปัญญายังอยากรื้อฟื้นภูมิปัญญาการกินพืชผักพื้นบ้านตามป่าชายเลนอีกหลายชนิดเพื่อให้คนรุ่นหลังสืบทอดต่อ อย่างเช่นลูกโหม่งจาก เอามาทำเป็นผลไม้ลอยแก้วกินคลายร้อนได้ดี หรือลูกรำแพน สามารถนำมาตำพริกแบบไม่ง้อมะนาวได้ เพราะมีรสเปรี้ยว แถมยังนำมาทำเป็นขนมหวานได้ด้วย อย่างเช่น แยม ไอศครีม และเค้ก 

13.jpg

13.jpg

ลูกจากลอยแก้ว


     ลุงปัญญาทิ้งท้ายถึงความคิดเห็นที่มีต่อสื่อว่า “ผักพื้นบ้านที่ขึ้นตามธรรมชาติมีความสด        ได้ความหลากหลายตามฤดูกาล กินแล้วได้พลังชีวิต แต่เราต้องช่วยกันดูแลรักษาป่าและสิ่งแวดล้อมด้วยเท่านั้นเอง ตอนนี้คนรุ่นหลังละทิ้งภูมิปัญญาธรรมชาติไปเยอะ “รายการภัตตาคารบ้านทุ่ง” ที่สตังพาไปรู้จักอาหารที่เทวดาเพาะปลูก ทำให้คนไทยได้ความรู้ใหม่ จากที่ไม่มีคนรู้จัก ก็รู้จัก ภูมิใจกับรายการ อยากให้มีไปนาน ๆ เพราะถ้ามีสื่อช่วยนำเสนอ ภูมิปัญญาก็จะไม่สูญหาย คนจะหันมาพึ่งตัวเองมากขึ้น ชีวิตเราก็จะยั่งยืน” 

ผู้เขียน: 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บทความ NOW แนะนำ