น้ำท่วมมาพร้อมความเสียหายหลายด้าน ด้านหนึ่งที่สร้างความกังวลให้หลายฝ่ายโดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่คือผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เมื่อปรากฏภาพน้ำท่วมที่มีคราบเป็นสีรุ้ง ตามมาด้วยปลาที่ตายในแหล่งน้ำใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก
Thai PBS รวบรวมข้อมูล น้ำแบบไหนเป็นอันตรายกับปลา ? มีวิธีสังเกตและป้องกันตัวอย่างไร ?
รู้จักคุณภาพแหล่งน้ำ น้ำมีแบบไหนบ้าง ?
น้ำท่วมถูกจัดให้อยู่ในประเภทหนึ่งของแหล่งน้ำผิวดิน ซึ่งมีการกำหนดมาตรฐานคุณภาพน้ำไว้ โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบหนึ่งในการตรวจสอบคือกรมควบคุมมลพิษ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มีการแบ่งประเภทและมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน ดังนี้
แหล่งน้ำประเภทที่ 1 แหล่งน้ำคุณภาพตามสภาพธรรมชาติ ปราศจากน้ำทิ้ง สามารถใช้ประโยชน์เพื่อ 1. การอุปโภค บริโภค โดยต้องผ่านการฆ่าเชื้อโรคตามปกติก่อน 2. การขยายพันธุ์ตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตระดับพื้นฐาน 3. การอนุรักษ์ระบบนิเวศน์ของแหล่งน้ำ
คุณภาพน้ำมีสภาพตามธรรมชาติและสามารถใช้ประโยชน์ตามรายละเอียดข้างต้น
แหล่งน้ำประเภทที่ 2 แหล่งน้ำที่ได้รับน้ำทิ้งจากกิจกรรมบางประเภท และสามารถเป็นประโยชน์เพื่อ 1. การอุปโภคและบริโภค โดยต้องผ่านการฆ่าเชื้อโรคตามปกติก่อน และผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำทั่วไปก่อน 2. การอนุรักษ์สัตว์น้ำ 3. การประมง 4. การว่ายน้ำและกีฬาทางน้ำ
คุณภาพน้ำมีค่ามาตรฐานกำหนดตัวอย่างเช่น 1. ไม่มีวัตถุหรือสิ่งของที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ซึ่งจะทำให้ สี กลิ่น และรสของน้ำเปลี่ยนไปตามธรรมชาติ 2. อุณหภูมิ (Temperature) ไม่สูงกว่าอุณหภูมิตามธรรมชาติเกิน 3 องศาเซลเซียส 3. ความเป็นกรดและด่าง (pH) มีค่าระหว่าง 5.0 - 9.0 4.ออกซิเจนละลาย (DO) มีค่าไม่น้อยกว่า 6.0 มิลลิกรัม/ลิตร 5. บีโอดี (BOD) มีค่าไม่เกินกว่า 0.5 มิลลิกรัม/ลิตร 6.แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด (Total Coliform Bacteria) มีค่าไม่เกินกว่า 5,000 เอ็ม พี เอ็น./100 มิลลิลิตร 7.แบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์ม (Fecal Coliform Bacteria) มีค่าไม่เกินกว่า 1,000 เอ็ม พี เอ็น./100 มิลลิลิตร นอกจากนี้ยังมีการกำหนดค่าสารอันตรายอื่น ๆ เช่น แอมโมเนีย นิคเกิล ทองแดง ตะกั่ว ปรอทและสังกะสี ไม่ให้เกินกำหนด โดยค่าสารอันตรายเหล่านี้หากเกินกำหนดจะถูกจัดไปอยู่ในกลุ่มแหล่งน้ำประเภทที่ 5 ทันที
แหล่งน้ำประเภทที่ 3 แหล่งน้ำที่ได้รับน้ำทิ้งจากกิจกรรมบางประเภท และสามารถเป็นประโยชน์เพื่อ 1. การอุปโภคและบริโภค โดยต้องผ่านการฆ่าเชื้อโรคตามปกติ และผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำทั่วไปก่อน 2. การเกษตร
คุณภาพน้ำมีค่ามาตรฐานกำหนดเหมือนแหล่งน้ำประเภทที่ 2 ยกเว้น 1. ออกซิเจนละลาย (DO) มีค่าไม่น้อยกว่า 4.0 มิลลิกรัม/ลิตร 2.บีโอดี (BOD) มีค่าไม่เกินกว่า 2.0 มิลลิกรัม/ลิตร 3. แบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด (Total Coliform Bacteria) มีค่าไม่เกินกว่า 20,000 เอ็ม พี เอ็น./100 มิลลิลิตร 4. แบคทีเรียกลุ่มฟีคอลโคลิฟอร์ม (Fecal Coliform Bacteria) มีค่าไม่เกินกว่า 4,000 เอ็ม พี เอ็น./100 มิลลิลิตร
แหล่งน้ำประเภทที่ 4 แหล่งน้ำที่ได้รับน้ำทิ้งจากกิจกรรมบางประเภท และสามารถเป็นประโยชน์เพื่อ 1. การอุปโภคและบริโภค โดยต้องผ่านการฆ่าเชื้อโรคตามปกติ และผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพน้ำเป็นพิเศษก่อน 2. การอุตสาหกรรม
คุณภาพน้ำมีค่ามาตรฐานกำหนดเหมือนแหล่งน้ำประเภทที่ 2 ยกเว้น 1. ออกซิเจนละลาย (DO) มีค่าไม่น้อยกว่า 2.0 มิลลิกรัม/ลิตร 2. บีโอดี (BOD) มีค่าไม่เกินกว่า 4.0 มิลลิกรัม/ลิตร และไม่มีการกำหนดค่าแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มไว้
แหล่งน้ำประเภทที่ 5 แหล่งน้ำที่ได้รับน้ำทิ้งจากกิจกรรมบางประเภท และสามารถเป็นประโยชน์เพื่อการคมนาคม
คุณภาพน้ำ มาตรฐานต่ำกว่าแหล่งน้ำประเภทที่ 4 โดยไม่มีการระบุขอบเขตไว้
ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษได้ออกประกาศกำหนดประเภทของแม่น้ำสายหลักและแหล่งน้ำทั่วประเทศ ทั้งหมดไม่มีการกำหนดแหล่งน้ำประเภทที่ 1 รวมถึงกำหนดแหล่งน้ำประเภทที่ 5 ไว้ และแหล่งน้ำที่หมาะสมไม่เป็นอันตรายต่อปลาคือแหล่งน้ำประเภทที่ 2 ซึ่งมีการกำหนดไว้ 20 แหล่งน้ำด้วยกัน ได้แก่ อิง แม่จาง กก ลี้ เจ้าพระยาตอนบน แควน้อย แควใหญ่ ปราญบุรีเพชรบุรีตอนบน ท่าตีนตอนบน ลำชี ลำปาว อูน เสียว ปราจีนบุรี พังราดตอนล่าง เวฬุ หลังสวนตอนบน ปัตตานีตอนบน และตาปีตอนบน
น้ำแบบไหน ? อันตรายต่อปลา
วิธีสังเกตน้ำแบบไหนอันตรายต่อปลา
แหล่งน้ำตามธรรมชาติ หลังเหตุภัยพิบัติอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงจนเป็นอันตรายต่อปลาในน้ำ รวมถึงคนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงได้ เบื้องต้นเมื่อเกิดการเน่าเสียน้ำจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นสัญญาณเตือนซึ่งสามารถสังเกตเบื้องต้นได้ ดังนี้
สีของน้ำเปลี่ยนไป
น้ำขุ่นผิดปกติ มีสีเขียวจัด น้ำตาลเข้ม หรือสีดำ อาจเกิดจากตะกอน สาหร่าย หรือสารปนเปื้อน
มีกลิ่นผิดปกติ
ได้แก่ กลิ่นเหม็นเน่า กลิ่นไข่เน่า หรือกลิ่นสารเคมี อาจเป็นสัญญาณว่ามีสารอินทรีย์หรือของเสียสะสม
มีฟองจำนวนมากหรือฟองไม่ยุบง่าย
อาจเกี่ยวข้องกับน้ำเสียจากกิจกรรมในชุมชนหรือสารทำความสะอาด
สาหร่ายหรือพืชน้ำเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ
สารอาหารในน้ำที่มากเกินไปอาจกระตุ้นให้สาหร่ายเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และกระทบต่อออกซิเจนในน้ำ
ปลาโผล่มาฮุบอากาศ หรือพบสัตว์น้ำตาย
เป็นหนึ่งในสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะอาจเกิดจากออกซิเจนละลายในน้ำต่ำหรือมีสารปนเปื้อน
มีคราบน้ำมัน ขยะ หรือสิ่งลอยบนผิวน้ำ
นอกจากกระทบทัศนียภาพแล้ว อาจส่งผลต่อคุณภาพน้ำและระบบนิเวศได้
น้ำมีฟองจำนวนมากหรือฟองไม่ยุบง่ายถือเป็นสัญญาณหนึ่งของน้ำที่กำลังจะเน่าเสีย
ทั้งนี้ ผู้ที่พบเห็นแหล่งน้ำที่มีความเสี่ยงจะกลายเป็นน้ำเน่าอันตรายสามารถแจ้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น หน่วยงานในพื้นที่หรือกรมควบคุมมลพิษ เพื่อตรวจสอบดำเนินการตามความเหมาะสม หรือกรณีผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำที่เสี่ยงปนเปื้อนให้งดใช้น้ำอุปโภค - บริโภค งดสัมผัสน้ำโดยตรง หากพบอาการผิดปกติควรพบแพทย์พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสโดยละเอียด
หน่วยงานที่ตรวจวัดคุณภาพน้ำได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมมลพิษ กรมวิทยาศาสตร์บริการ และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ การตรวจวัดคุณภาพน้ำจะมีมาตรฐานการเก็บตัวอย่างและค่าต่าง ๆ ที่วัดอย่างละเอียดเพื่อหาแนวทางป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้
อ้างอิง
- กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข




