กลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันหลังน้ำท่วม เมื่อการเยียวยามาพร้อมเกณฑ์เงื่อนไข แต่ท่ามกลางภาวะวิกฤตการสื่อสารยังคงสับสน Thai PBS รวบรวมข้อสรุป น้ำท่วม – น้ำล้อม 7 วัน เข้าเกณฑ์ไม่เข้าเกณฑ์อย่างไร ?
กระแสข่าว น้ำท่วม – น้ำล้อมไม่เข้าเกณฑ์ เกิดจากอะไร ?
กระแสข่าวในช่วงวิกฤตทำให้การสื่อสารมีความคลาดเคลื่อนได้ง่าย โดยหลังจากมีการประกาศเกี่ยวกับการเยียวยาหลังน้ำท่วม การยื่นขอรับการเยียวยาจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นช่องทางหนึ่งที่เปิดรับการลงทะเบียน และมีประชาชนต้องการการเยียวยาเป็นจำนวนมาก
เกิดเป็นประเด็นการข่าวจากความกังวลของชาวบ้านแฟลตคลองจั่นที่อาจไม่เข้าเกณฑ์การได้รับเงินเยียวยา มีการให้สัมภาษณ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำให้เข้าใจไปว่ากรณีแฟลตคลองจั่นนั้นถือว่าไม่เข้าเกณฑ์ อย่างไรก็ตาม ไม่นานต่อมาก็ได้มีการให้สัมภาษณ์อีกครั้ง และได้พูดคุยอย่างชัดเจนว่า กรณีเข้าเกณฑ์ตามหลักการสามารถเข้ารับการเยียวยาได้เลย ไม่ต้องมีการขออนุมัติเพิ่มเติม
ทั้งนี้ การสื่อสารในภาวะวิกฤตอาจมีความคลาดเคลื่อนไหวเกิดขึ้นได้ การรับข้อมูลในช่วงเวลาเร่งด่วนหรือวิกฤตจึงควรมีการตรวจสอบข้อมูลจากหลายทางทั้งแหล่งข่าว และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งยังควรมีการอัปเดตอยู่เสมอ เพราะข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้อีกด้วย
น้ำท่วม - น้ำล้อม 7 วัน แบบไหนที่เข้าเกณฑ์เยียวยา ?
หลังเหตุน้ำท่วมใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติงบกลาง
ฉุกเฉินวงเงินราว 4,000 ล้านบาท โดยเป็นเงินช่วยเหลืออัตรา 9,000 และ 5,000 บาท มีหลักเกณฑ์ ดังนี้
-กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมไม่เกิน 7 วันและมีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย จะได้รับความช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท
-กรณีน้ำท่วมที่อยู่อาศัยติดต่อกันตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป จะได้รับความช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท
-กรณีบ้านพักอาศัยถูกน้ำล้อมจนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติติดต่อกันตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป จะได้รับความช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาท
นอกจากนี้ในกรณีของอาคารหรือตึกสูง แม้ตัวอาคารจะไม่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม แต่ได้รับผลกระทบจากน้ำที่ล้อมพื้นที่จนไม่สามารถดำรงชีวิตได้ตามปกติ หากเข้าเงื่อนไขตามหลักเกณฑ์ติดต่อกันตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป จะได้รับความช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาท
ดังนั้นกรณีน้ำท่วมที่มีความหมายถึงการที่น้ำท่วมถึงบ้านถือว่าเข้าเงื่อนไขในการเยียวยา แม้ไม่ได้ท่วมถึง 7 วัน และสร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินก็ถือว่าเข้าเงื่อนไขรับเงินเยียวยาเช่นกัน ขณะที่กรณีน้ำท่วมรวมถึงน้ำล้อมจนไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ 7 วันขึ้นไป ก็ยังคงเข้าเกณฑ์ที่ระบุโดยได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาทนั่นเอง
ทั้งนี้ สถานการณ์ปัจจุบันหลายพื้นที่ยังไม่ได้รับเเงินเยียวยา บางพื้นที่ต้องยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ผู้ขอรับการเยียวยาต้องติดตามข้อมูลจากหน่วยงานในพื้นที่เพื่อดำเนินการต่อไป
แบบไหนได้-ไม่ได้ ? เคลียร์ประเด็น เกณฑ์เยียวยา น้ำท่วม - น้ำล้อม 7 วัน
“น้ำท่วม – น้ำล้อม” เงินเยียวยาอื่น ๆ ที่ควรรู้
มาตรการเยียวยาจากเหตุน้ำท่วมนาอกจากเงินช่วยเหลือตามมติ ครม. ยังมีเงินช่วยเหลือจากหลายส่วนอีกด้วย ทั้งนี้ ต่างก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน มีอะไรบ้าง ตามไปดูกัน
เงินค่าเสียหายและซ่อมแซม (กทม.)
เงินช่วยเหลือเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถขอเงินช่วยเหลือ – ค่าซ่อมแซมสำหรับผู้ประสบอุทกภัยได้ ถือเป็นเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ จะอยู่ในอำนาจหน้าของกรุงเทพมหานคร สามารถขอเงินช่วยเหลือผ่าน 2 แหล่งที่มา โดยต้องยื่นคำขอภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เกิดภัยหรือประสบสาธารณภัย ได้แก่
1. เงินช่วยเหลือค่าดำรงชีพ สามารถยื่นเรื่องผ่านแอฟพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือสำนักงานเขตตามทะเบียนบ้านที่ได้รับผลกระบท (วันจันทร์ - ศุกร์ ตามเวลาทำการ)
2. เงินช่วยเหลือค่าเสียหาย ค่าซ่อมแซมตามหลักเกณฑ์ของ กทม. โดยพิจารณาตามความเสียหายจริง และเอกสารประกอบ ยื่นออนไลน์ที่เว็บไซต์ claim.bangkok.go.th หรือสำนักงานเขตตามทะเบียนบ้านที่ได้รับผลกระทบ (วันจันทร์ - ศุกร์ ตามเวลาทำการ)
เงื่อนไขขอ “เงินช่วยเหลือค่าเสียหาย ค่าซ่อมแซมตามหลักเกณฑ์ กทม.” ต้องเป็นบ้าน/ที่อยู่อาศัยประจำที่ได้รับความเสียหายหรือถูกน้ำท่วมถึงพื้นที่พักอาศัย และอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศให้ความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน หากเป็นบ้านเช่า หรือพักอาศัยในบ้านที่ไมมีชื่อในทะเบียนบ้าน ก็สามารถยื่นได้ตามเงื่อนไขและหลักฐานที่กำหนด
อัตราความช่วยเหลือตามประเภทความเสียหาย
ค่าซ่อมแซมบ้าน/ที่พักอาศัย ตามความเสียหายจริง สูงสุดไม่เกิน 88,600 บาท/หลัง (ไม่รวมบ้านเช่า)
ค่าที่พักอาศัยชั่วคราว สูงสุด 3,000 บาท/เดือน (ไม่เกิน 2 เดือน ตามกรณี)
ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ สูงสุดไม่เกิน 13,500 บาท / ครัวเรือน
ค่ารักษาพยาบาล ผู้ป่วยนอกตามจริง ไม่เกิน 2,000 บาท/ราย ผู้ป่วยในตามจริง ไม่เกิน 4,000 บาท/ราย
เงินปลอบขวัญกรณีได้รับบาดเจ็บ 2,300 บาท/ราย
ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต ไม่เกิน 35,700 บาท/ราย และกรณีผู้เสียชีวิตเป็นผู้หารายได้เลี้ยงดูครอบครัว อาจได้รับเงินสงเคราะห์เพิ่มเติม ไม่เกิน 35,700 บาท/ราย
ค่าดำรงชีพเบื้องต้น กรณีเสียหายทั้งหลัง 3,800 บาท และเสียหายบางส่วน 1,900 บาท
เอกสารเบื้องต้นหากยื่นด้วยตัวเองได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หลักฐานความเสียหาย และเอกสารเพิ่มเติมตามประเภทความเสียหาย
เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย
เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ พ.ศ. 2568 เป็นการช่วยเหลือเฉพาะหน้าเร่งด่วน ไม่ใช่การชดใช้ความเสียหายทั้งหมด อยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด โดยเบื้องต้นรายละเอียดการช่วยเหลือด้านการดำรงชีพ และอาจมีการข้อแตกต่างตามแต่ละพื้นที่ ดังนี้
ค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัย สูงสุด 88,600 บาท/หลัง
ค่าซ่อมโรงเรือนเกษตร สูงสุด 6,800 บาท/ครอบครัว
ค่าเช่าบ้าน/ที่พักชั่วคราว 2,500 บาท/เดือน สูงสุด 2 เดือน
ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพหลักที่หาเลี้ยงครอบครัว สูงสุด 13,500 บาท/ครอบครัว
เงินช่วยเหลือกรณีบาดเจ็บสาหัส นอนโรงพยาบาล ตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป 5,000 บาท และกรณีพิการ 16,600 บาท
ค่าจัดการศพ สูงสุด 35,700 บาท/ราย และหากเป็นหัวหน้าครอบครัว เพิ่มอีกไม่เกิน 35,700 บาท
ติดต่อรับความช่วยเหลือ กองช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปภ. 0 2637 3502, 0 2637 3519 หรือติดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่
เงินประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
รัฐบาลเริ่มใช้ระบบ “ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้จัดทำกรมธรรม์เพื่อช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติ โดยใช้งบประมาณรวม 15,500 ล้านบาท เพื่อคุ้มครองความเสียหายจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ทั้งด้านที่อยู่อาศัยและการเสียชีวิต ของคนไทย ราว 30 ล้านครัวเรือน มีผลคุ้มครองตั้งแต่ 1 ต.ค. 69 - 1 ต.ค. 70 (กรณีเหตุเกิดก่อน 1 ต.ค. 69 จะไม่อยู่ในความคุ้มครอง)รายละเอียดเงินเยียวยาส่วนนี้จึงเป็นค่าสินไหมทดแทนซึ่งมีหลายด้านดังนี้
ด้านที่อยู่อาศัย สูงสุด 100,000 บาท/หลัง/ภัย
อุทกภัย/น้ำล้อม: เบื้องต้น 10,000 บาท/ครั้ง + เพิ่มเติมสูงสุด 90,000 บาท
วาตภัย/แผ่นดินไหว: เบื้องต้น 5,000 บาท/ครั้ง + เพิ่มเติมสูงสุด 95,000 บาท
ด้านชีวิตและร่างกาย
เสียชีวิต 2,000,000 บาท/คน
ทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร 200,000 บาท/คน
แจ้งเคลม ได้ 4 ช่องทาง
1. เว็บไซต์ www.ThaiNatCat.Org
2. LINE OA @Thainatcat
3. Call Center 0 2012 5555
4. จุดแจ้งเคลมในพื้นที่
ผู้แจ้งเคลมต้องยืนยันตัวตนผ่าน ThaiD เมื่อเอกสารครบถ้วน จะได้รับการพิจารณาและโอนเงินผ่าน PromptPay ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน หรือบัญชีธนาคาร ภายใน 15 วัน
การเยียวยาประชาชนถือเป็นส่วนสำคัญหลังเกิดเหตุ เพราะหลายความสูญเสียยังคงมีผลกระทบถึงชีวิตที่ยังต้องดำเนินต่อไป
อ้างอิง
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
กรมประชาสัมพันธ์







