ไทยพีบีเอส ได้รับเชิญเข้าร่วมแลกเปลี่ยนในวงเสวนาหัวข้อ “Trust, Verification, AI and the Next Battle for Audience Confidence” ซึ่งเป็นหนึ่งใน 6 หัวข้อเสวนาบนเวทีของ Future of News ที่จัดเป็นครั้งแรกที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ส
ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการแพร่กระจายของข้อมูลบนโลกออนไลน์ อุตสาหกรรมข่าวกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญ ไม่ใช่เพียงการแข่งขันด้านความรวดเร็วในการนำเสนอข่าว แต่รวมถึงการรักษาความถูกต้องและความไว้วางใจจากผู้รับสาร
เวทีนี้เปิดพื้นที่ให้ผู้แทนองค์กรสื่อจากออสเตรเลีย ไทย และ Reuters ซึ่งเป็น 3 องค์กรสื่อที่ทำภารกิจด้านการตรวจสอบข่าวหรือ Fact-Checking มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการตรวจสอบข้อเท็จจริง การใช้ AI ในห้องข่าว และการปรับตัวขององค์กรสื่อเพื่อรับมือกับข้อมูลบิดเบือน
โดยหัวข้อนี้มีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่
- Gavin Fang, Editorial Director, ABC, Australia
- George Sargent, Global Visual Verification & Newsgathering Editor, Reuters
- Kanokporn Prasitphon, Director of Digital Media, Thai Public Broadcasting Service, Thailand
- และดำเนินการเสวนาโดย Stephanie Burnett, Head of Reuters Fact Check
เหล่า Speaker และ Moderator ของงาน Future of News
ประเด็นสำคัญจากการเสวนาสามารถสรุปได้ดังนี้
1. เมื่อผู้รับสารแยกไม่ออกว่าอะไรจริงหรือปลอม องค์กรข่าวจะรักษาความน่าเชื่อถือได้อย่างไร?
หนึ่งในความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมข่าวคือการเพิ่มขึ้นของข้อมูลบิดเบือน โดยเฉพาะเมื่อ AI สามารถสร้างภาพ เสียง และวิดีโอที่มีความสมจริงได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้รับสารยากที่จะแยกแยะระหว่างเหตุการณ์จริงกับเนื้อหาที่ถูกสร้างขึ้น
Gavin จาก ABC Australia อธิบายว่า องค์กรสื่อจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการทำงานมากขึ้น โดยไม่ใช่เพียงรายงานว่าข้อมูลใดถูกต้อง แต่ต้องอธิบายให้ผู้รับสารเข้าใจด้วยว่า นักข่าวใช้วิธีใดในการตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่
แนวทางนี้สอดคล้องกับมุมมองของ Reuters ที่เห็นว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากผู้รับสารไม่เข้าใจหรือไม่รับรู้ถึงกระบวนการตรวจสอบเหล่านั้น
ความท้าทายจึงอยู่ที่การทำให้ประชาชนมองเห็นความแตกต่างระหว่างเนื้อหาที่ผ่านมาตรฐานทางวารสารศาสตร์ กับเนื้อหาที่เผยแพร่บนแพลตฟอร์มออนไลน์โดยไม่ได้รับการตรวจสอบ
2. การตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด ยังเพียงพอที่จะสร้างความเชื่อมั่นหรือไม่?
George Sargent จาก Reuters ยกตัวอย่างการตรวจสอบวิดีโอเหตุการณ์ดินถล่ม ซึ่งทีมงานต้องใช้หลักฐานหลายประเภทประกอบกัน ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด ภาพถ่ายดาวเทียม Google Maps ภาพเหตุการณ์หลังเกิดภัยพิบัติ และข้อมูลด้านเวลาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แม้ทีมงานจะตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของวิดีโออย่างละเอียดแล้ว แต่ยังมีผู้รับสารบางส่วนแสดงความคิดเห็นว่าเนื้อหาดังกล่าวเป็นของปลอม
กรณีนี้สะท้อนปัญหาที่ซับซ้อนขึ้นในยุค AI เพราะผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียอาจพบทั้งวิดีโอจริง วิดีโอเก่า และวิดีโอที่สร้างด้วย AI ปรากฏอยู่บนหน้าฟีดในเวลาเดียวกัน โดยไม่สามารถทราบได้ทันทีว่าเนื้อหาใดผ่านการตรวจสอบแล้ว
Reuters จึงชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการสื่อสารกระบวนการตรวจสอบให้ประชาชนเข้าใจ ไม่ใช่เพียงยืนยันความถูกต้องของข้อมูลกับลูกค้าหรือองค์กรข่าวเท่านั้น
3. AI เป็นโอกาสหรือความเสี่ยงสำหรับงานตรวจสอบข้อเท็จจริง?
ผู้ร่วมเสวนาทั้งสามท่านเห็นว่า AI มีทั้งประโยชน์และข้อจำกัดในการทำงานข่าว
ในด้านโอกาส AI สามารถช่วยลดภาระงานที่ต้องทำซ้ำ เช่น การถอดเสียง การแปลภาษา การสรุปเนื้อหา การวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก รวมถึงการช่วยค้นหาหรือระบุตำแหน่งจากภาพถ่าย
Reuters ยกตัวอย่างการใช้เครื่องมือ AI ช่วยวิเคราะห์องค์ประกอบในภาพ เช่น อาคารหรือสถานที่ เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบตำแหน่งทางภูมิศาสตร์
ขณะที่ กนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล จาก Thai PBS กล่าวถึงการนำ AI มาใช้ในกระบวนการผลิตเนื้อหา การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้รับสาร และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ AI ก็สร้างความท้าทายใหม่ให้กับทีมตรวจสอบข้อเท็จจริงเช่นกัน เพราะเทคโนโลยีสามารถผลิตข้อมูลปลอมได้รวดเร็วกว่ากระบวนการตรวจสอบของมนุษย์มาก
กนกพรยังระบุอีกว่า การตรวจสอบข้อมูลบางเรื่องอาจใช้เวลาถึงหนึ่งวัน หรือมากกว่านั้น ขณะที่ข้อมูลบิดเบือนสามารถแพร่กระจายไปแล้วเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในสถานการณ์วิกฤต เช่น ภัยพิบัติ ซึ่งมักมีข่าวปลอมเผยแพร่จำนวนมาก การตรวจสอบจึงมักทำตามไม่ทันกับการแพร่กระจายสิ่งที่ผิดไปก่อนล่วงหน้า แต่ก็ต้องพยายามใช้กลยุทธ์ทุกวิธี ทุกช่องทาง ทุกรูปแบบเพื่อให้ถูกมองเห็นข้อเท็จจริงให้มากที่สุด
ดังนั้น การใช้ AI จึงต้องคำนึงถึงความสมดุลระหว่างความรวดเร็ว ความถูกต้อง และความไว้วางใจของผู้รับสาร
4. องค์กรสื่อควรปรับตัวอย่างไรเพื่อใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ?
ในฐานะตัวแทนจากสื่อประเทศไทย กนกพร ประสิทธิ์ผล ยังกล่าวถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงจาก AI ทั้งภายในและภายนอกองค์กร
สำหรับความเสี่ยงภายใน ประเด็นสำคัญคือการกำหนดนโยบายการใช้ AI การพัฒนาทักษะบุคลากร และการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับภารกิจและต้นทุนขององค์กร
โดย Thai PBS ได้มีการกำหนดนโยบายด้าน AI ได้แก่ AI Principle เพื่อตอบคำถามว่า “ทำไมสิ่งนี้ถึงสำคัญ?”, AI Policy ตอบคำถามว่า “ต้องทำอะไร?” และ AI Guideline เพื่อตอบว่า “แล้วจะทำอย่างไร?” นอกจากจะออกนโยบายกำกับแล้ว Thai PBS ยังมีการจัดตั้ง AI Standards & Governance Committee ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารและตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อร่วมกันกำกับดูแลมาตรฐานและพัฒนาการใช้ AI ภายในองค์กร
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของบุคลากรทุกฝ่าย ไม่จำกัดเฉพาะนักข่าว เนื่องจาก AI ส่งผลต่อกระบวนการทำงานในหลายส่วนขององค์กร
อีกประเด็นหนึ่งคือการนำเสนอเนื้อหาเฉพาะบุคคล (Personalization) แม้เทคโนโลยีจะช่วยให้ผู้รับสารได้รับเนื้อหาที่ตรงกับความสนใจ แต่ก็อาจทำให้ผู้คนได้รับข้อมูลข่าวสารแตกต่างกัน
โดยเฉพาะข่าวสำคัญ เช่น ผลการเลือกตั้ง องค์กรข่าวยังจำเป็นต้องรักษาบทบาทของกองบรรณาธิการในการตัดสินใจนำเสนอข้อมูล ไม่ปล่อยให้อัลกอริทึมเป็นผู้กำหนดทั้งหมด
5. ทีมตรวจสอบข้อเท็จจริงควรมีทักษะอะไร และเผชิญความท้าทายอย่างไร?
ABC Australia กล่าวถึงการดำเนินงานของทีม ABC Verify ซึ่งรับผิดชอบทั้งการตรวจสอบข่าวด่วนและการทำงานข่าวเชิงลึก
ความท้าทายสำคัญคือการจัดสรรทรัพยากรและการคัดเลือกบุคลากรที่มีทักษะเหมาะสม โดยต้องผสมผสานความรู้ด้านวารสารศาสตร์เข้ากับทักษะด้านข้อมูลและเทคโนโลยี
ในอนาคต เมื่อ AI สามารถช่วยตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นได้มากขึ้น องค์กรข่าวอาจต้องพิจารณาว่าควรให้บุคลากรใช้เวลาไปกับงานประเภทใด เพื่อสร้างคุณค่าให้กับผู้รับสารมากที่สุด
ด้าน Thai PBS เห็นว่านักตรวจสอบข้อเท็จจริงจำเป็นต้องมีทักษะหลากหลาย ทั้งทักษะนักข่าวสืบสวนสอบสวน การสื่อสาร การใช้เทคโนโลยี และความเข้าใจพฤติกรรมผู้รับสาร
นอกจากนี้ การเผยแพร่ผลการตรวจสอบควรแสดงรายละเอียดของวิธีการ เครื่องมือ และแหล่งข้อมูลที่ใช้ เพื่อให้ผู้รับสารสามารถเข้าใจกระบวนการตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส นี่คืออีกหนึ่งจุดสำคัญที่ทำให้ Thai PBS Verify แตกต่างและแสดงถึงความโปร่งใสในการตรวจสอบข่าวแต่ละเรื่อง
6. จะทำให้เนื้อหาตรวจสอบข้อเท็จจริงเข้าถึงผู้รับสารยุคใหม่ได้อย่างไร?
คำถามจากผู้เข้าร่วมเสวนาสะท้อนความท้าทายของการนำเสนอเนื้อหาตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งมักมีรายละเอียดมากและเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางเทคนิค ขณะที่ผู้รับสารในปัจจุบันนิยมเนื้อหาสั้นและใช้เวลารับข้อมูลน้อยลง
ABC Australia มองว่า กระบวนการตรวจสอบข้อมูลสามารถนำมาเล่าเรื่องให้น่าสนใจได้ เช่น การแสดงภาพถ่ายดาวเทียม การสาธิตเครื่องมือ หรือการให้นักข่าวอธิบายขั้นตอนการตรวจสอบผ่านวิดีโอ
ขณะที่ Thai PBS เน้นการปรับรูปแบบเนื้อหาให้เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์ม เช่น วิดีโอสั้นบน TikTok เนื้อหาแบบยาวสำหรับการอธิบายรายละเอียด และการเชื่อมโยงกับทุกแพลตฟอร์ม รวมถึงรายการโทรทัศน์ที่สามารถนำเสนอข้อมูลเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ผ่าน QR Code ได้
Thai PBS ให้ความเห็นว่า งานตรวจสอบข้อเท็จจริงจะเป็นเนื้อหาที่จริงจังและต้องอาศัยรายละเอียด การออกแบบรูปแบบการนำเสนอที่หลากหลายมีความสำคัญ จะสามารถช่วยให้ผู้รับสารเข้าถึงและทำความเข้าใจข้อมูลได้ง่ายขึ้น จึงมีการผลิตในหลายรูปแบบมีเดีย ให้เหมาะสมกับช่องทางและกลุ่มผู้ชมผู้ฟัง
นอกจากนี้ Thai PBS ยังให้ความสำคัญกับความร่วมมือหรือ Collaborative มีกิจกรรมส่งเสริมความรู้เท่าทันสื่อ ผ่านการอบรมและกิจกรรมสำหรับนักเรียน ครู หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรต่าง ๆ การร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เป็นโอกาสที่จะเน้นย้ำให้งาน Fact-Checking เข้าถึง เป็นที่รู้จักในกลุ่มต่าง ๆ ที่อาจไม่เคยติดตามเรา และทำให้สังคมเห็นถึงความจริงจังของการทำหน้าที่ตรวจสอบข่าวของหน่วยงานของคุณมากขึ้น
7. ผู้รับสารควรมีบทบาทอย่างไรในกระบวนการตรวจสอบข่าว?
ABC Australia ยกตัวอย่างการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น การประท้วง เพื่อช่วยให้นักข่าวได้รับมุมมองและหลักฐานเพิ่มเติมจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จริง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ได้รับจากประชาชนจะไม่ถูกนำไปเผยแพร่โดยทันที แต่ยังต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบตามมาตรฐานทางวารสารศาสตร์
แนวทางดังกล่าวสะท้อนบทบาทสำคัญของมนุษย์ในงานข่าว โดยเฉพาะการทำความเข้าใจประสบการณ์ของผู้คนและปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน ซึ่งเป็นคุณค่าที่เทคโนโลยี AI ยังไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมด
บทสรุป: อนาคตของข่าวไม่ได้ขึ้นอยู่กับ AI เพียงอย่างเดียว
การเสวนาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความท้าทายของอุตสาหกรรมข่าวในยุค AI ไม่ได้อยู่ที่การนำเทคโนโลยีมาใช้ให้รวดเร็วที่สุดเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การรักษาความถูกต้อง ความโปร่งใส และความไว้วางใจของผู้รับสาร
คณะผู้ร่วมงาน Future of News
แม้ AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของห้องข่าว แต่การตัดสินใจทางบรรณาธิการ การตรวจสอบข้อเท็จจริง และความรับผิดชอบต่อสาธารณะยังคงต้องอาศัยบทบาทของมนุษย์
สิ่งสำคัญสำหรับองค์กรข่าวจึงไม่ใช่เพียงการบอกผู้รับสารว่า “ข้อมูลนี้เป็นความจริง” แต่ต้องสามารถอธิบายได้ด้วยว่า “เรารู้ได้อย่างไรว่าข้อมูลนี้เป็นความจริง”
เพราะในยุคที่ใครก็สามารถสร้างเนื้อหาได้ ความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสในกระบวนการทำข่าวจะยิ่งมีความสำคัญต่ออนาคตของสื่อมวลชน...
อ่านเพิ่มเติมในรูปแบบบล็อก
อ่านเนื้อหาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ







