
Data Center คืออะไร ?
Data Center หรือ ศูนย์ข้อมูล เป็นสถานที่หรือโครงสร้างพื้นฐาน ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จำนวนมหาศาล โดยมีหน้าที่เก็บรักษาและประมวลผลข้อมูล
ภายในประกอบด้วยฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ที่สำคัญ เช่น เซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล และอุปกรณ์เครือข่าย ที่จัดวางเป็นตู้แร็ค ควบคู่ไปกับโครงสร้างพื้นฐานรองที่จำเป็น เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น และระบบรักษาความปลอดภัย
Data center ทำหน้าที่เป็นแกนกลางที่รองรับการทำงานของ cloud computing, AI, เว็บไซต์, แอปพลิเคชันมือถือ, บริการสตรีมมิง และบริการดิจิทัลอื่นๆ ที่ทั้งบุคคล บริษัท และองค์กรต่างๆ ใช้งานในชีวิตประจำวัน
Data Center ในสหรัฐฯ มีมากน้อยแค่ไหน ?
"สหรัฐอเมริกา" เป็นหนึ่งในประเทศที่มี Data Center มากที่สุดในโลก ข้อมูลจาก Aterio ผู้ให้บริการติดตามข้อมูล Data Center พบว่า จำนวนที่เปิดดำเนินการแล้ว 2,084 แห่ง อยู่ระหว่างก่อสร้าง 814 แห่ง ประกาศแผนการสร้าง 4,088 แห่ง รวมทั้งสิ้น 6,986 แห่ง
โดยพบว่า รัฐที่มี Data Center มากที่สุด คือ เท็กซัส 1,353 แห่ง, เวอร์จิเนีย 1,041 แห่ง, จอร์เจีย 480 แห่ง, เพนซิลเวเนีย 386 แห่ง, โอไฮโอ 348 แห่ง
ทำไมคนอเมริกันถึงประท้วงการสร้าง Data Center ?
ผลสำรวจของ Reuters/Ipsos Poll ในเดือน มิ.ย. 2026 ระบุว่า มีเพียงคนอเมริกัน 14% เท่านั้นที่สนับสนุนศูนย์ข้อมูล AI ในชุมชนของตน
ขณะที่ เมื่อเดือน ก.ค. 2026 สำนักข่าว Reuters รายงานว่ากลุ่มผู้ต่อต้านการขยายตัวของ Data Center ได้จัดการประท้วง 142 ครั้ง ใน 42 รัฐทั่วสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นความพยายามระดับประเทศครั้งแรกในการรวมพลังต่อต้านการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เร่งตัวขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมาและสร้างความปั่นป่วนในการเมืองท้องถิ่น
สำหรับประเด็นข้อร้องเรียนหลักของผู้ประท้วงที่มีการพูดถึงมากที่สุดคือ การใช้น้ำในปริมาณมหาศาล โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำอยู่แล้ว เช่น ในกรณีของ Imperial County รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่โครงการ Data Center อาจต้องใช้น้ำจากแม่น้ำโคโลราโดมากถึง 260 ล้านแกลลอนต่อปี
นอกจากเรื่องน้ำแล้ว ความกังวลเรื่องพลังงานไฟฟ้าและผลกระทบต่อค่าไฟของครัวเรือนก็เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการเคลื่อนไหวนี้ เนื่องจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของ Data Center เพื่อรองรับ AI ทำให้เกิดแรงกดดันต่อโครงข่ายไฟฟ้าในพื้นที่ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วภาระนี้จะตกไปอยู่กับผู้บริโภคทั่วไปในรูปของค่าไฟที่สูงขึ้น
อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างชัดเจน คือ ความไม่โปร่งใสในกระบวนการอนุมัติโครงการ ผู้ประท้วงจำนวนมากรู้สึกว่าตนเองไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ บางกรณีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเซ็นข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูลกับผู้พัฒนาโครงการ ทำให้ชุมชนแทบไม่มีโอกาสได้รับรู้หรือคัดค้านก่อนที่โครงการจะได้รับไฟเขียว
กรณีนี้จึงจุดกระแสต่อต้าน Data Center ทั่วสหรัฐฯ และสะท้อนว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาต่อไปได้อย่างยั่งยืน บริษัทเทคโนโลยีต้องเปิดให้ประชาชนตรวจสอบการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติอย่างโปร่งใส
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
Data Center โตตาม AI! โจทย์ท้าทาย..สร้างอย่างไร? ให้ยั่งยืน
Data Center ผุดกลางเมือง จากพระราม 9 ถึงรามคำแหง 28 กับช่องโหว่กฎหมาย ใครกำกับดูแล ?
“Data Center” กระทบสุขภาพ-สิ่งแวดล้อม เมืองไทยจะมีทางออกอย่างไร?
Data Center คืออะไร ?
Data Center หรือ ศูนย์ข้อมูล เป็นสถานที่หรือโครงสร้างพื้นฐาน ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จำนวนมหาศาล โดยมีหน้าที่เก็บรักษาและประมวลผลข้อมูล
ภายในประกอบด้วยฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ที่สำคัญ เช่น เซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล และอุปกรณ์เครือข่าย ที่จัดวางเป็นตู้แร็ค ควบคู่ไปกับโครงสร้างพื้นฐานรองที่จำเป็น เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น และระบบรักษาความปลอดภัย
Data center ทำหน้าที่เป็นแกนกลางที่รองรับการทำงานของ cloud computing, AI, เว็บไซต์, แอปพลิเคชันมือถือ, บริการสตรีมมิง และบริการดิจิทัลอื่นๆ ที่ทั้งบุคคล บริษัท และองค์กรต่างๆ ใช้งานในชีวิตประจำวัน
Data Center ในสหรัฐฯ มีมากน้อยแค่ไหน ?
"สหรัฐอเมริกา" เป็นหนึ่งในประเทศที่มี Data Center มากที่สุดในโลก ข้อมูลจาก Aterio ผู้ให้บริการติดตามข้อมูล Data Center พบว่า จำนวนที่เปิดดำเนินการแล้ว 2,084 แห่ง อยู่ระหว่างก่อสร้าง 814 แห่ง ประกาศแผนการสร้าง 4,088 แห่ง รวมทั้งสิ้น 6,986 แห่ง
โดยพบว่า รัฐที่มี Data Center มากที่สุด คือ เท็กซัส 1,353 แห่ง, เวอร์จิเนีย 1,041 แห่ง, จอร์เจีย 480 แห่ง, เพนซิลเวเนีย 386 แห่ง, โอไฮโอ 348 แห่ง
ทำไมคนอเมริกันถึงประท้วงการสร้าง Data Center ?
ผลสำรวจของ Reuters/Ipsos Poll ในเดือน มิ.ย. 2026 ระบุว่า มีเพียงคนอเมริกัน 14% เท่านั้นที่สนับสนุนศูนย์ข้อมูล AI ในชุมชนของตน
ขณะที่ เมื่อเดือน ก.ค. 2026 สำนักข่าว Reuters รายงานว่ากลุ่มผู้ต่อต้านการขยายตัวของ Data Center ได้จัดการประท้วง 142 ครั้ง ใน 42 รัฐทั่วสหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นความพยายามระดับประเทศครั้งแรกในการรวมพลังต่อต้านการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เร่งตัวขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมาและสร้างความปั่นป่วนในการเมืองท้องถิ่น
สำหรับประเด็นข้อร้องเรียนหลักของผู้ประท้วงที่มีการพูดถึงมากที่สุดคือ การใช้น้ำในปริมาณมหาศาล โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำอยู่แล้ว เช่น ในกรณีของ Imperial County รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่โครงการ Data Center อาจต้องใช้น้ำจากแม่น้ำโคโลราโดมากถึง 260 ล้านแกลลอนต่อปี
นอกจากเรื่องน้ำแล้ว ความกังวลเรื่องพลังงานไฟฟ้าและผลกระทบต่อค่าไฟของครัวเรือนก็เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการเคลื่อนไหวนี้ เนื่องจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของ Data Center เพื่อรองรับ AI ทำให้เกิดแรงกดดันต่อโครงข่ายไฟฟ้าในพื้นที่ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วภาระนี้จะตกไปอยู่กับผู้บริโภคทั่วไปในรูปของค่าไฟที่สูงขึ้น
อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างชัดเจน คือ ความไม่โปร่งใสในกระบวนการอนุมัติโครงการ ผู้ประท้วงจำนวนมากรู้สึกว่าตนเองไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ บางกรณีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเซ็นข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูลกับผู้พัฒนาโครงการ ทำให้ชุมชนแทบไม่มีโอกาสได้รับรู้หรือคัดค้านก่อนที่โครงการจะได้รับไฟเขียว
กรณีนี้จึงจุดกระแสต่อต้าน Data Center ทั่วสหรัฐฯ และสะท้อนว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาต่อไปได้อย่างยั่งยืน บริษัทเทคโนโลยีต้องเปิดให้ประชาชนตรวจสอบการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติอย่างโปร่งใส
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
Data Center โตตาม AI! โจทย์ท้าทาย..สร้างอย่างไร? ให้ยั่งยืน
Data Center ผุดกลางเมือง จากพระราม 9 ถึงรามคำแหง 28 กับช่องโหว่กฎหมาย ใครกำกับดูแล ?
“Data Center” กระทบสุขภาพ-สิ่งแวดล้อม เมืองไทยจะมีทางออกอย่างไร?