ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

Data Center ผุดกลางเมือง จากพระราม 9 ถึงรามคำแหง 28 กับช่องโหว่กฎหมาย ใครกำกับดูแล ?

01 ก.ย. 698 นาที01 ก.ย. 69

ชวนอ่านปรากฏการณ์ Data Center ศูนย์ข้อมูลใหญ่ ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุง ท่ามกลางการตั้งคำถามของสังคม เรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมและช่องโหว่กฎหมาย

ขนาดตัวอักษร

Thai PBS สรุปให้อ่าน ! ปรากฏการณ์ Data Center ผุดกลางเมือง ทั้งย่านพระราม 9 และรามคำแหง 28 ท่ามกลางการตั้งคำถามของสังคม เรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของชุมชน และช่องโหว่กฎหมาย ซึ่งทำให้ Data Center เกิดขึ้นอย่างกระจัดกระจาย และไร้การควบคุมจัดการดูแล
 

ปูพื้นฐาน Data Center คืออะไร ?

Data Center หมายถึง ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับเซิร์ฟเวอร์และระบบคอมพิวเตอร์จำนวนมากไว้ด้วยกัน รวมกันเป็นศูนย์กลางหนึ่งเดียว

หน้าที่ของ Data Center คือการจัดเก็บ จัดการ และประมวลผลข้อมูลทั้งหมด ซึ่งอยู่เบื้องหลังบริการดิจิทัลที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

Data Center ของ Amazon AWS IAD ในเมืองสเตอร์ลิง รัฐเวอร์จิเนีย ในประเทศสหรัฐอเมริกา (Photo by Anna Moneymaker/AFP)

ทุกครั้งที่เราเปิดแอปฯ ธนาคารเพื่อโอนเงิน, กดสั่งซื้อของออนไลน์ หรือเปิดดูหนังผ่านสตรีมมิ่ง ทุกการใช้งานและทุกช่วงเวลาของเรา ล้วนเกี่ยวข้องกับ Data Center แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในหลายประเทศ รวมถึงไทยเอง จึงมีความพยายามที่จะสร้าง Data Center ศูนย์กลางข้อมูลขนาดใหญ่หลายๆ แห่ง เพื่อรองรับการใช้งานของประชาชนที่มีจำนวนมหาศาล ไม่ต่างจาก “ข้อมูล” จำนวนมากที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศ

ผุดสัญญาณ Data Center ใหม่ ใจกลางพระราม 9

ล่าสุด มีการสร้าง Data Center ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง บริเวณย่านพระราม 9 กินเนื้อที่ประมาณ 19,000 ตารางเมตร และใช้กำลังไฟรวม 20 เมกะวัตต์ โดยแบ่งออกเป็น 2 อาคาร และเตรียมตัวเปิดเฟสแรกในปีนี้

ผลตอบรับของโครงการนี้ไม่สู้ดีนัก เพราะสร้างอยู่ใกล้โรงพยาบาลพระราม 9 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ แถมยังอยู่ใกล้กับแหล่งชุมชน ทำให้ชาวบ้านรู้สึกกังวลว่าจะเกิดการแย่งใช้ทรัพยากรร่วมกัน

Data Center ผุดกลางเมือง จากพระราม 9 ถึงรามคำแหง 28 กับช่องโหว่กฎหมาย ใครกำกับดูแล ?

เพราะการดูแลระบบภายใน Data Center ต้องใช้ไฟฟ้าและน้ำปริมาณมหาศาล หากเกิดปัญหาไฟตกหรือแรงดันน้ำประปาลด ก็อาจส่งผลกระทบต่อชุมชน และความปลอดภัยของผู้ป่วยในโรงพยาบาล

ไม่นับรวมปัญหาคลื่นความร้อน จากการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แม้จะมีการระบายความร้อนออกมาตลอดเวลา แต่ชาวบ้านมองว่า ไม่ว่ายังไงก็กระทบกับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่แน่นอน

ทางสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ออกมาชี้แจงว่า โครงการ Data Center ย่านพระราม 9 ได้แจ้งขอก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมาย ในรูปแบบอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินตามกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 เพื่อใช้เป็นคลังสินค้า ศูนย์เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และสำนักงานเท่านั้น

ดังนั้น อาคารดังกล่าว จึงไม่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เกิดอะไรขึ้นที่ “รามคำแหง 28” ?

ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส. กทม. พรรคประชาชน ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ชวนตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของ Data Center ในไทย ที่กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ และในหลายจังหวัด

พร้อมเปิดเผยข้อมูลว่า มี Data Center แห่งหนึ่งในซอยรามคำแหง 28 แอบกักตุนน้ำมันดีเซล 429,000 ลิตร หรือเทียบเท่ากับปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ 3-4 ปั๊ม รวมอยู่ในอาคารเดียว

บางส่วนของโพสต์จาก "ศุภณัฐ มีนชัยนันท์" สส. กทม. จากพรรคประชาชน

น้ำมันจำนวนมหาศาลนั้น ถูกกักตุนเอาไว้ใช้เป็นพลังงานสำรองให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าภายในตัว Data Center ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนโดยรอบได้

ที่ผ่านมา ศุภณัฐได้พยายามนำเรื่องเข้า กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ และเรียกร้องให้กรมโยธาธิการ เร่งกำหนดนิยามของ Data Center และให้กทม.เร่งกำกับดูแลผ่านร่างผังเมืองใหม่ ที่กำลังจะแก้ไข ตั้งแต่ปี 2567 แต่ผ่านมา 2 ปี ก็ยังไร้ความคืบหน้า

ด้าน “ติวเตอร์หมู” นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ได้โพสต์ข้อมูลคล้ายคลึงกัน พร้อมขอให้เปิดเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดเกี่ยวกับชนิดของน้ำมัน และปริมาณที่ได้รับอนุญาต, สถานที่จัดเก็บ รวมถึงมาตรการความปลอดภัยของ Data Center แห่งนี้

“ช่องโหว่กฎหมาย-ช่องว่างนิตินัย” ทำ Data Center กระจายทั่ว ?

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ Data Center สร้างกระจายได้ทั่วกรุง แบบไร้ทิศทางกำกับดูแล เกิดจากการอาศัยช่องโหว่ของ พ.ร.บ. ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง และรายงาน EIA

เพราะ Data Center แห่งนี้ กักตุนน้ำมันไว้ที่ 429,000 ลิตร ไม่เข้าเกณฑ์ตาม พ.ร.บ. ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งกำหนดเพดานไว้ที่ 500,000 ลิตรขึ้นไป จึงหลุดรอดการสแกนความปลอดภัยในระดับเข้มข้น

Data Center ผุดกลางเมือง จากพระราม 9 ถึงรามคำแหง 28 กับช่องโหว่กฎหมาย ใครกำกับดูแล ?

นอกจากนี้ Data Center ยังอ้างว่า ไม่จำเป็นต้องทำ EIA โดยอ้างอิงตามประกาศแนบท้ายกฎหมาย EIA ลำดับ 2 และ 3 ซึ่งกำหนดไว้เฉพาะเรื่อง "การพัฒนาปิโตรเลียมและการขนส่งปิโตรเลียม" เท่านั้น

Data Center ซึ่งเป็นอาคารที่ใช้พลังงานมหาศาล จึงสามารถก่อสร้างได้โดยไม่ต้องศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ หรือมลพิษทางเสียงของชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง

"ต่างประเทศ" จัดการปัญหา Data Center อย่างไร ?

การจะสร้าง Data Center ขึ้นมาสักหนึ่งแห่ง ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า และน้ำ ในระดับสูงมาก ในหลายประเทศ จึงต้องออกมาตรการดูแลจัดการ เพื่อให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด

“สิงคโปร์” งดเปิด Data Center ใหม่ชั่วคราว ตั้งแต่ปี 2562-2565 เพื่อทบทวนผลกระทบด้านพลังงาน น้ำ และการใช้ที่ดิน ก่อนกลับมาเปิดรับการลงทุนอีกครั้ง โดยกำหนดให้โครงการใหม่มีค่า Power Usage Effectiveness (PUE)14 ไม่เกิน 1.3 พร้อมผลักดันให้ใช้พลังงานหมุนเวียน หรือเสนอแผนการใช้เทคโนโลยีใหม่ เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน

ส่วนรัฐสลังงอร์ ในมาเลเซีย กำหนดให้ Data Center แห่งใหม่ ใช้สินค้าและบริการภายในประเทศไม่น้อยกว่า 30% ครอบคลุมงานออกแบบวงจรรวม ระบบทำความเย็น งานวิศวกรรม และบริการที่เกี่ยวข้อง เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและแรงงานในประเทศ ได้รับประโยชน์จากการลงทุน

ขณะที่สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐฯ (US EPA) บังคับใช้เกณฑ์จำกัดการเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อการทดสอบไม่เกิน 100 ชั่วโมงต่อปี เพื่อป้องกันการปล่อยมลพิษในชุมชนรอบข้าง และกำหนดให้ต้องผ่านมาตรฐานไอเสียที่เข้มงวดมาก

ตัดภาพมาที่ประเทศไทย ยังขาดมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากการสร้าง Data Center อย่างจริงจัง กลายเป็น “คำถาม” ที่สังคมยังต้องการคำตอบ อย่างน้อยก็เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและเป็นธรรมสำหรับทุกคน

“เอกนิติ” สั่งทบทวนยุทธศาสตร์ ให้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม

ย้อนกลับไป เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว. คลัง ได้สั่งทบทวนนโยบายดึงดูดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ใหม่อีกครั้ง ให้คำนึงถึงการแย่งชิงทรัพยากรภายในประเทศ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และย้ำชัดว่า การพิจารณานโยบายทั้งหมด จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

Data Center ผุดกลางเมือง จากพระราม 9 ถึงรามคำแหง 28 กับช่องโหว่กฎหมาย ใครกำกับดูแล ?

การกำกับดูแลนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์หลังจากนี้ จะอยู่ภายใต้คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการ ซึ่งจะทำหน้าที่ในการวางมาตรฐาน และกำกับดูแลผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ไฟฟ้า และการใช้น้ำที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงการเข้าถึงไฟฟ้าของประชาชน เสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

“ไชยชนก” รับ Data Center อยู่ในพื้นที่ไม่ได้รับอนุญาต

ล่าสุด วันนี้ (1 ก.ย. 69) ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ออกมาพูดถึงการสร้าง Data Center หลายแห่งใน กทม. ว่า ที่ผ่านมาได้รับรายงานเรื่องนี้มาแล้วระยะหนึ่ง และกำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง

Data Center ผุดกลางเมือง จากพระราม 9 ถึงรามคำแหง 28 กับช่องโหว่กฎหมาย ใครกำกับดูแล ?

นอกจากนี้ “ไชยชนก” ยอมรับว่า Data Center ในกทม. บางแห่ง ถูกตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต และกระจายอยู่หลายแห่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรวบรวมข้อมูล หากได้ความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

"ชัชชาติ" เบรกใบอนุญาต เร่งอุดช่องโหว่กฎหมาย

เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงกรณีการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขนาดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ

โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปี 2564-2565 มีผู้ประกอบการยื่นขออนุญาตก่อสร้าง Data Center แบบ Standalone ในกรุงเทพฯ 6 แห่ง กทม. อนุญาตไปแล้ว 3 แห่ง ส่วนอีก 3 แห่งสั่งชะลอการพิจารณา เพื่อทบทวนมาตรฐานและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

"ชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ" ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

เนื่องจากก่อนหน้านี้ ยังไม่มีการกำหนดนิยาม Data Center ที่ชัดเจน ทำให้ผู้ประกอบการบางแห่งยื่นขออนุญาตในลักษณะอาคารคลังสินค้า ไม่เข้าข่ายกิจการที่ต้องจัดทำรายงาน EIA หรือขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน

ส่วนประเด็นการจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง สำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง กรมธุรกิจพลังงานระบุว่า กฎหมายปัจจุบันอนุญาตให้จัดเก็บเพื่อใช้ในกิจการของตนเองได้ไม่เกิน 500,000 ลิตร แต่กระทรวงพลังงานได้สั่งระงับการออกใบอนุญาตคลังน้ำมันสำหรับ Data Center แห่งใหม่ไว้ก่อน เพื่อรอการกำหนดหลักเกณฑ์ควบคุมในระดับประเทศ

ในส่วนของ Data Center ย่านพระราม 9 ที่มีรายงานว่าจัดเก็บน้ำมันกว่า 400,000 ลิตร ตรวจสอบพบว่าได้รับอนุญาตให้จัดเก็บ 200,000 ลิตร หากตรวจพบการจัดเก็บเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

ศูนย์ข้อมูล & คลาวด์
เขียนโดย

หญิงสาวหัวล้านและหัวรั้น ผู้อุทิศชีวิตให้หนังสือ, ภาพยนตร์-ซีรีส์ และชานมไข่มุกหวาน 100% มีแมว 4 ตัว กับศิลปินที่ชอบเป็นแรงบันดาลใจในการหาเงิน ชอบกินส้มตำกุ้งสดและหมูกระทะที่สุดในโลก

บทความที่เกี่ยวข้อง

ค้นพบอะมีบาสายพันธุ์ใหม่! เติบโตได้ในน้ำพุร้อนกว่า 63 องศาฯ ทำลายสถิติอะมีบาทนร้อนที่สุดวิทยาศาสตร์

ค้นพบอะมีบาสายพันธุ์ใหม่! เติบโตได้ในน้ำพุร้อนกว่า 63 องศาฯ ทำลายสถิติอะมีบาทนร้อนที่สุด

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบอะมีบาชนิดใหม่ที่สามารถเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนได้ที่อุณหภูมิสูงถึง 63 องศาเซลเซียส นับเป็นสถิติอุณหภูมิสูงสุดที่พบว่ายูแคริโอตยังสามารถเพิ่มจำนวนได้

17 ต.ค. 69|21 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ทำไม? ไฟป่าอินโดฯ ทำฝุ่นพิษอาเซียนปีนี้รุนแรงมากสิ่งแวดล้อม

ทำไม? ไฟป่าอินโดฯ ทำฝุ่นพิษอาเซียนปีนี้รุนแรงมาก

เพราะอะไร? ไฟป่าในประเทศอินโดนีเซีย จึงทำให้สถานการณ์ฝุ่นพิษในอาเซียนปีนี้ถึงรุนแรงมาก เราพาไปหาคำตอบในเรื่องนี้กัน

16 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
กรุงเทพฯ เคยจมน้ำมาก่อน เจาะลึกประวัติฯ แผ่นดินไทย นักวิทย์รู้เรื่องในอดีตได้อย่างไร?วิทยาศาสตร์

กรุงเทพฯ เคยจมน้ำมาก่อน เจาะลึกประวัติฯ แผ่นดินไทย นักวิทย์รู้เรื่องในอดีตได้อย่างไร?

หากเราลองพลิกดูแผนที่หรือศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยุคสมัยทวารวดี หลายคนอาจจะคาดไม่ถึงว่าเมืองโบราณที่ปัจจุบันตั้งอยู่ในแถบจังหวัดนครปฐม ลพบุรีแห่งนี้เคยเป็นเมืองท่าที่อยู่ติดทะเล

16 ต.ค. 69|2 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
เตือนภัย! “Perfect Storm” เมื่อวิกฤตเอลนีโญ โคจรมาเจอกับสงครามที่ยืดเยื้อสิ่งแวดล้อม

เตือนภัย! “Perfect Storm” เมื่อวิกฤตเอลนีโญ โคจรมาเจอกับสงครามที่ยืดเยื้อ

เมื่อวิกฤตเอลนีโญ โคจรมาเจอกับสงคราม กลายเป็นผลกระทบที่เรียกว่า “Perfect Storm” โดยคำเตือนนี้คืออะไร มีความน่าสนใจอย่างไร เรานำมาให้ทราบ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้

15 ต.ค. 69|2 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →