Thai PBS สรุปให้อ่าน ! ปรากฏการณ์ Data Center ผุดกลางเมือง ทั้งย่านพระราม 9 และรามคำแหง 28 ท่ามกลางการตั้งคำถามของสังคม เรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของชุมชน และช่องโหว่กฎหมาย ซึ่งทำให้ Data Center เกิดขึ้นอย่างกระจัดกระจาย และไร้การควบคุมจัดการดูแล
ปูพื้นฐาน Data Center คืออะไร ?
Data Center หมายถึง ศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับเซิร์ฟเวอร์และระบบคอมพิวเตอร์จำนวนมากไว้ด้วยกัน รวมกันเป็นศูนย์กลางหนึ่งเดียว
หน้าที่ของ Data Center คือการจัดเก็บ จัดการ และประมวลผลข้อมูลทั้งหมด ซึ่งอยู่เบื้องหลังบริการดิจิทัลที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

ทุกครั้งที่เราเปิดแอปฯ ธนาคารเพื่อโอนเงิน, กดสั่งซื้อของออนไลน์ หรือเปิดดูหนังผ่านสตรีมมิ่ง ทุกการใช้งานและทุกช่วงเวลาของเรา ล้วนเกี่ยวข้องกับ Data Center แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้
ในหลายประเทศ รวมถึงไทยเอง จึงมีความพยายามที่จะสร้าง Data Center ศูนย์กลางข้อมูลขนาดใหญ่หลายๆ แห่ง เพื่อรองรับการใช้งานของประชาชนที่มีจำนวนมหาศาล ไม่ต่างจาก “ข้อมูล” จำนวนมากที่ลอยคว้างอยู่ในอากาศ
ผุดสัญญาณ Data Center ใหม่ ใจกลางพระราม 9
ล่าสุด มีการสร้าง Data Center ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง บริเวณย่านพระราม 9 กินเนื้อที่ประมาณ 19,000 ตารางเมตร และใช้กำลังไฟรวม 20 เมกะวัตต์ โดยแบ่งออกเป็น 2 อาคาร และเตรียมตัวเปิดเฟสแรกในปีนี้
ผลตอบรับของโครงการนี้ไม่สู้ดีนัก เพราะสร้างอยู่ใกล้โรงพยาบาลพระราม 9 ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ แถมยังอยู่ใกล้กับแหล่งชุมชน ทำให้ชาวบ้านรู้สึกกังวลว่าจะเกิดการแย่งใช้ทรัพยากรร่วมกัน
เพราะการดูแลระบบภายใน Data Center ต้องใช้ไฟฟ้าและน้ำปริมาณมหาศาล หากเกิดปัญหาไฟตกหรือแรงดันน้ำประปาลด ก็อาจส่งผลกระทบต่อชุมชน และความปลอดภัยของผู้ป่วยในโรงพยาบาล

ไม่นับรวมปัญหาคลื่นความร้อน จากการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แม้จะมีการระบายความร้อนออกมาตลอดเวลา แต่ชาวบ้านมองว่า ไม่ว่ายังไงก็กระทบกับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่แน่นอน
ทางสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ออกมาชี้แจงว่า โครงการ Data Center ย่านพระราม 9 ได้แจ้งขอก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมาย ในรูปแบบอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินตามกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556 เพื่อใช้เป็นคลังสินค้า ศูนย์เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และสำนักงานเท่านั้น
ดังนั้น อาคารดังกล่าว จึงไม่เข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เกิดอะไรขึ้นที่ “รามคำแหง 28” ?
ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส. กทม. พรรคประชาชน ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ชวนตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของ Data Center ในไทย ที่กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ และในหลายจังหวัด
พร้อมเปิดเผยข้อมูลว่า มี Data Center แห่งหนึ่งในซอยรามคำแหง 28 แอบกักตุนน้ำมันดีเซล 429,000 ลิตร หรือเทียบเท่ากับปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่ 3-4 ปั๊ม รวมอยู่ในอาคารเดียว

น้ำมันจำนวนมหาศาลนั้น ถูกกักตุนเอาไว้ใช้เป็นพลังงานสำรองให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าภายในตัว Data Center ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนโดยรอบได้
ที่ผ่านมา ศุภณัฐได้พยายามนำเรื่องเข้า กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ และเรียกร้องให้กรมโยธาธิการ เร่งกำหนดนิยามของ Data Center และให้กทม.เร่งกำกับดูแลผ่านร่างผังเมืองใหม่ ที่กำลังจะแก้ไข ตั้งแต่ปี 2567 แต่ผ่านมา 2 ปี ก็ยังไร้ความคืบหน้า
ด้าน “ติวเตอร์หมู” นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ได้โพสต์ข้อมูลคล้ายคลึงกัน พร้อมขอให้เปิดเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดเกี่ยวกับชนิดของน้ำมัน และปริมาณที่ได้รับอนุญาต, สถานที่จัดเก็บ รวมถึงมาตรการความปลอดภัยของ Data Center แห่งนี้
“ช่องโหว่กฎหมาย-ช่องว่างนิตินัย” ทำ Data Center กระจายทั่ว ?
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ Data Center สร้างกระจายได้ทั่วกรุง แบบไร้ทิศทางกำกับดูแล เกิดจากการอาศัยช่องโหว่ของ พ.ร.บ. ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง และรายงาน EIA
เพราะ Data Center แห่งนี้ กักตุนน้ำมันไว้ที่ 429,000 ลิตร ไม่เข้าเกณฑ์ตาม พ.ร.บ. ควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งกำหนดเพดานไว้ที่ 500,000 ลิตรขึ้นไป จึงหลุดรอดการสแกนความปลอดภัยในระดับเข้มข้น

นอกจากนี้ Data Center ยังอ้างว่า ไม่จำเป็นต้องทำ EIA โดยอ้างอิงตามประกาศแนบท้ายกฎหมาย EIA ลำดับ 2 และ 3 ซึ่งกำหนดไว้เฉพาะเรื่อง "การพัฒนาปิโตรเลียมและการขนส่งปิโตรเลียม" เท่านั้น
Data Center ซึ่งเป็นอาคารที่ใช้พลังงานมหาศาล จึงสามารถก่อสร้างได้โดยไม่ต้องศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ หรือมลพิษทางเสียงของชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง
"ต่างประเทศ" จัดการปัญหา Data Center อย่างไร ?
การจะสร้าง Data Center ขึ้นมาสักหนึ่งแห่ง ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า และน้ำ ในระดับสูงมาก ในหลายประเทศ จึงต้องออกมาตรการดูแลจัดการ เพื่อให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด
“สิงคโปร์” งดเปิด Data Center ใหม่ชั่วคราว ตั้งแต่ปี 2562-2565 เพื่อทบทวนผลกระทบด้านพลังงาน น้ำ และการใช้ที่ดิน ก่อนกลับมาเปิดรับการลงทุนอีกครั้ง โดยกำหนดให้โครงการใหม่มีค่า Power Usage Effectiveness (PUE)14 ไม่เกิน 1.3 พร้อมผลักดันให้ใช้พลังงานหมุนเวียน หรือเสนอแผนการใช้เทคโนโลยีใหม่ เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน
ส่วนรัฐสลังงอร์ ในมาเลเซีย กำหนดให้ Data Center แห่งใหม่ ใช้สินค้าและบริการภายในประเทศไม่น้อยกว่า 30% ครอบคลุมงานออกแบบวงจรรวม ระบบทำความเย็น งานวิศวกรรม และบริการที่เกี่ยวข้อง เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและแรงงานในประเทศ ได้รับประโยชน์จากการลงทุน
ขณะที่สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐฯ (US EPA) บังคับใช้เกณฑ์จำกัดการเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อการทดสอบไม่เกิน 100 ชั่วโมงต่อปี เพื่อป้องกันการปล่อยมลพิษในชุมชนรอบข้าง และกำหนดให้ต้องผ่านมาตรฐานไอเสียที่เข้มงวดมาก
ตัดภาพมาที่ประเทศไทย ยังขาดมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากการสร้าง Data Center อย่างจริงจัง กลายเป็น “คำถาม” ที่สังคมยังต้องการคำตอบ อย่างน้อยก็เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและเป็นธรรมสำหรับทุกคน
“เอกนิติ” สั่งทบทวนยุทธศาสตร์ ให้คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
ย้อนกลับไป เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว. คลัง ได้สั่งทบทวนนโยบายดึงดูดการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ใหม่อีกครั้ง ให้คำนึงถึงการแย่งชิงทรัพยากรภายในประเทศ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และย้ำชัดว่า การพิจารณานโยบายทั้งหมด จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

การกำกับดูแลนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์หลังจากนี้ จะอยู่ภายใต้คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการ ซึ่งจะทำหน้าที่ในการวางมาตรฐาน และกำกับดูแลผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ไฟฟ้า และการใช้น้ำที่อาจจะเกิดขึ้น รวมถึงการเข้าถึงไฟฟ้าของประชาชน เสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
“ไชยชนก” รับ Data Center อยู่ในพื้นที่ไม่ได้รับอนุญาต
ล่าสุด วันนี้ (1 ก.ย. 69) ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ออกมาพูดถึงการสร้าง Data Center หลายแห่งใน กทม. ว่า ที่ผ่านมาได้รับรายงานเรื่องนี้มาแล้วระยะหนึ่ง และกำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง

นอกจากนี้ “ไชยชนก” ยอมรับว่า Data Center ในกทม. บางแห่ง ถูกตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต และกระจายอยู่หลายแห่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรวบรวมข้อมูล หากได้ความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech



