นักวิจัยพัฒนาแผ่นแปะอัจฉริยะที่สามารถตรวจจับระดับยาแก้ปวดในร่างกาย และปล่อยยาต้านฤทธิ์โดยอัตโนมัติเมื่อพบความเสี่ยง หวังเป็นตัวช่วยฉุกเฉินให้ผู้ที่อาจรับยาเกินขนาด
ภาวะใช้ยาเกินขนาดจากยาแก้ปวดบางชนิด อาจทำให้ระบบหายใจทำงานช้าลงจนเป็นอันตรายถึงชีวิต และยิ่งเสี่ยงมากขึ้นเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงที่ไม่มีใครอยู่ใกล้เพื่อสังเกตอาการหรือให้ความช่วยเหลือ นักวิจัยจากสหรัฐฯ พัฒนาแผ่นแปะขนาดเล็กที่สามารถตรวจจับระดับยาในร่างกาย และตอบสนองด้วยการปล่อยยาต้านฤทธิ์โดยอัตโนมัติเมื่อระดับยาเพิ่มสูงขึ้น เพื่อป้องกันการเกิดภาวะโอเวอร์โดสเมื่อต้องอยู่คนเดียว
แผ่นแปะวัดการตอบสนองต่อยา
งานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทค (Virginia Tech) ร่วมกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน (University of Wisconsin-Madison) มหาวิทยาลัยซิดนีย์ (The University of Sydney) และมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ริเวอร์ไซด์ (University of California, Riverside) โดยได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Advanced Science
ทีมวิจัยออกแบบแผ่นแปะที่มีขนาดเล็กกว่าเหรียญ ให้สามารถทำหน้าที่ทั้งตรวจจับสารเป้าหมายและตอบสนองกลับโดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใช้กดปุ่มหรือสั่งงานด้วยตัวเอง เมื่อระบบตรวจพบระดับสารที่สูงขึ้น กลไกภายในจะเปิดทางให้ยาต้านฤทธิ์ถูกปล่อยออกมา
ตรวจจับยาแก้ปวด ก่อนปล่อยยาต้าน
นักวิจัยใช้เฟนทานิล (Fentanyl) ซึ่งเป็นยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ที่มีฤทธิ์แรง เป็นสารเป้าหมายสำหรับใช้ในการทดลอง เมื่อระดับเฟนทานิลเพิ่มสูงขึ้น กลไกของแผ่นแปะจะตอบสนองและปล่อย นาล็อกโซน (Naloxone) ซึ่งเป็นยาที่ใช้ย้อนฤทธิ์ของโอปิออยด์ในกรณีโอเวอร์โดส
การออกแบบดังกล่าวทำให้แผ่นแปะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเก็บยาไว้เท่านั้น แต่สามารถปล่อยยาเมื่อถึงเงื่อนไขที่กำหนด เปรียบได้กับระบบฉุกเฉินขนาดเล็กที่ติดอยู่กับร่างกายและพร้อมทำงานเมื่อพบสัญญาณความเสี่ยง

ไม่ได้ปล่อยยาทั้งหมดในครั้งเดียว
หนึ่งในข้อจำกัดของการรับมือโอเวอร์โดส คือ ฤทธิ์ของสารที่ทำให้เกิดอันตรายอาจยาวนานกว่ายาต้าน ทำให้บางกรณีอาการสามารถกลับมาได้หลังฤทธิ์ของยาต้านลดลง
นักวิจัยจึงออกแบบให้แผ่นแปะสามารถเก็บยาต้านไว้บางส่วนและตอบสนองได้มากกว่าหนึ่งครั้ง หากระบบยังตรวจพบสารเป้าหมายในระดับสูง การทดลองพบว่าแผ่นแปะสามารถเริ่มตอบสนองได้ภายในเวลาไม่กี่นาที และยังสามารถทำงานต่อเนื่องได้นานถึง 24 ชั่วโมง แสดงให้เห็นแนวทางของระบบนำส่งยาที่ไม่ได้อาศัยการให้ยาครั้งเดียวแล้วจบ แต่สามารถปรับการตอบสนองตามสถานการณ์ได้
ตัวช่วยฉุกเฉินสำหรับคนที่อยู่ลำพัง
หากเทคโนโลยีนี้สามารถพัฒนาจนใช้งานได้จริงในอนาคต ผู้ที่มีความเสี่ยงอาจมีระบบช่วยเหลือเบื้องต้นติดตัวอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่อยู่บ้านคนเดียว เดินทางคนเดียว หรือไม่มีผู้ดูแลอยู่ใกล้
อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์ของเทคโนโลยีไม่ได้จะทำให้การใช้ยาที่มีความเสี่ยงเป็นเรื่องปลอดภัย แต่เป็นแนวทางสำหรับช่วยลดอันตราย (Harm Reduction) และเพิ่มโอกาสในการได้รับการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
ยังอยู่ในขั้นทดลอง ไม่พร้อมใช้กับคน
แม้ผลการทดลองจะน่าสนใจ แต่แผ่นแปะดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนของการวิจัยและยังไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สามารถนำไปใช้งานกับคนทั่วไปได้ทันที นักวิจัยยังต้องศึกษาความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และความแม่นยำของระบบเพิ่มเติม โดยเฉพาะการทำงานในร่างกายมนุษย์ ซึ่งมีความแตกต่างจากการทดลองในสัตว์
นอกจากนี้ ยังต้องประเมินว่าแผ่นแปะสามารถตรวจจับสารเป้าหมายได้อย่างแม่นยำเพียงใด และสามารถปล่อยยาต้านในปริมาณที่เหมาะสมในสถานการณ์จริงหรือไม่
ทีมวิจัยมองว่าแนวคิดนี้อาจต่อยอดไปสู่ระบบนำส่งยารูปแบบอื่นที่สามารถตอบสนองต่อสารในร่างกายได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะการรับมือภาวะโอเวอร์โดสเท่านั้น
แผ่นแปะลักษณะนี้ สะท้อนทิศทางใหม่ของเทคโนโลยีสุขภาพ จากเดิมที่อุปกรณ์สวมใส่มักทำหน้าที่ตรวจวัดและรายงานข้อมูล กลายเป็นระบบที่สามารถตรวจจับความผิดปกติและตอบสนองกลับได้ด้วยตัวเอง แม้งานวิจัยยังต้องผ่านการทดสอบอีกหลายขั้น แต่หากพิสูจน์ความปลอดภัยและประสิทธิภาพในมนุษย์ได้สำเร็จ เทคโนโลยีนี้จะช่วยเติมเต็มช่องว่างให้กับอุปกรณ์สุขภาพที่ไม่ได้เพียง “เฝ้าดู” ร่างกาย แต่ยังช่วยตอบสนองต่อความเสี่ยงได้ทันเวลา
เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร
ที่มาข้อมูล: vt, scitechdaily, eurekalert, wsls
ที่มาภาพ: vt
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech



