ตำบลบ่อวิน จังหวัดชลบุรี กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อทุนจีนและแรงงานต่างชาติจำนวนมากเข้ามาตั้งธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ไปจนถึงโรงงานและธนาคาร โดยเบื้องหลังความเติบโตนี้มีคำถามใหญ่เรื่อง "นอมินี" ที่หน่วยงานรัฐยังไม่สามารถจัดการได้อย่างจริงจัง
นอมินี ในธุรกิจร้านค้าและบริการครบวงจรของคนจีน
นอกจากที่ดินแล้ว รูปแบบนอมินียังปรากฏในธุรกิจรายย่อยแทบทุกประเภท ทั้งร้านอาหาร สถานบันเทิงเคทีวี ร้านนวด ร้านสะดวกซื้อ อู่ซ่อมรถ ร้านคาร์แคร์ ไปจนถึงธนาคารของจีน จากการสำรวจร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งพบว่าสินค้าภายในร้านเป็นสินค้าจีนแทบทั้งหมด และเมื่อชำระเงินด้วยการโอนก็พบว่าชื่อผู้รับเงินเป็นชื่อคนจีน สะท้อนว่าแม้ชื่อร้านหรือผู้ถือใบอนุญาตจะเป็นคนไทย แต่ผู้ควบคุมตัวจริงทางธุรกิจคือคนจีน
ชาวบ้านในพื้นที่ยังระบุด้วยว่าร้านวัสดุก่อสร้างที่ผุดขึ้นจำนวนมากในบ่อวินก็มีลักษณะเดียวกัน คือแม้ชื่อร้านอาจเป็นคนไทย แต่ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าใครเป็นเจ้าของตัวจริงเบื้องหลัง วัสดุก่อสร้างที่นำเข้ามาขาย ทั้งเหล็ก อลูมิเนียม เครื่องสุขภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และวอลเปเปอร์ ล้วนนำเข้าจากจีนเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์
นอมินี กับการกว้านซื้อและปล่อยเช่าที่ดินในบ่อวิน
หนึ่งในรูปแบบนอมินีที่พบเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือการกว้านซื้อและปล่อยเช่าที่ดิน โดยมีคนไทยออกหน้าเป็นเจ้าของที่ดินให้คนจีนเช่าเพื่อสร้างตึกและอาคารสำหรับทำธุรกิจ ราคาที่ดินในตำบลบ่อวินพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หากเป็นการเช่าจะอยู่ที่หลักแสนบาทต่อไร่ต่อปี ส่วนหากเป็นการขายราคาสูงถึงหลักล้านบาท ซึ่งสูงกว่าการทำเกษตรกรรมแบบเดิม และขับเคลื่อนได้โดยมีนอมินีคนไทย
นอมินี ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังปัญหาแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย
นอกจากปัญหาที่ดินและธุรกิจแล้ว บ่อวินยังเผชิญปัญหาแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง โดยเฉพาะแรงงานจีนที่ถือวีซ่านักท่องเที่ยวหรือวีซ่านักเรียนโดยอ้างว่ามาฝึกงาน แต่ในความเป็นจริงกลับทำงานเป็นพนักงานไลน์การผลิตทั่วไปในโรงงาน ไม่ใช่งานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะแต่อย่างใด ซึ่งผู้ให้สัมภาษณ์ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุผลที่โรงงานเลือกใช้แรงงานข้ามชาติมากกว่าแรงงานไทยเป็นเพราะสามารถกดค่าแรงได้ต่ำกว่า โดยเฉพาะแรงงานที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานยิ่งถูกกดค่าแรงหนักขึ้นไปอีก
ในส่วนของแรงงานเมียนมาที่มีจำนวนมากถึง 2,000-3,000 คนในพื้นที่ ก็มีรูปแบบธุรกิจนอมินีคล้ายคลึงกัน โดยมีคนไทยเปิดชื่อร้านให้ ทั้งร้านตัดผม ร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อที่ขายสินค้าเมียนมาเกือบทั้งหมด ยังมีการเก็บส่วยจากร้านค้าเหล่านี้ในพื้นที่ โดยหากร้านใดยอม "เข้าระบบ" ก็จะไม่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐเข้าตรวจสอบจับกุม
ผลกระทบต่อชุมชนที่มาพร้อมกับปัญหานอมินี
การขยายตัวของธุรกิจนอมินีในบ่อวินไม่ได้สร้างเพียงปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่ยังส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในพื้นที่โดยตรง ทั้งปัญหาการจราจรจากพฤติกรรมการขับขี่และจอดรถที่ไม่เป็นระเบียบ ปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อม รวมถึงความหวาดระแวงชาวบ้านที่อาศัยอยู่คนเดียว เมื่อมีกลุ่มแรงงานต่างชาติเดินผ่านหน้าบ้านยามค่ำคืน
นอกจากนี้ยังมีปัญหาการจุดประทัดในหมู่บ้านที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับคนในพื้นที่ ขณะที่ร้านค้าของคนไทยดั้งเดิมกลับต้องปิดตัวลงหรือขายของได้น้อยลงอย่างมาก เนื่องจากลูกค้าหันไปซื้อสินค้าจากร้านของคนจีนและคนเมียนมาด้วยกันเองแทน
นอมินี กับช่องโหว่ของกฎหมายส่งเสริมการลงทุน BOI และ EEC
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ปัญหานอมินีในบ่อวินขยายตัวอย่างรวดเร็วคือพื้นที่นี้อยู่ในเขตส่งเสริมพิเศษทั้งเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC และสิทธิพิเศษจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ BOI ซึ่งเปิดช่องให้นักลงทุนต่างชาติได้รับการยกเว้นภาษี สามารถนำเข้าสินค้าและแรงงานได้ง่ายขึ้น
สหัสวัต คุ้มคง สส.พรรคประชาชน เผยว่าบีโอไอมักพิจารณาให้สิทธิประโยชน์โดยดูแค่ตัวเลขการลงทุน โดยไม่ได้ลงรายละเอียดว่ามีการจ้างงานคนไทยจริงหรือไม่ หรือแรงงานที่นำเข้ามานั้นเป็นแรงงานทักษะเฉพาะที่หาไม่ได้ในประเทศไทยจริงหรือไม่ อีกทั้งสิทธิ์ในการซื้อและเช่าที่ดินของบีโอไอยังเป็นช่องโหว่สำคัญ เนื่องจากนักลงทุนเพียงแค่จดทะเบียนบริษัทระบุทุนจดทะเบียนโดยไม่จำเป็นต้องชำระบัญชีจริงก็สามารถซื้อที่ดินได้แล้ว ขณะที่ BOI เองบอกเป็นเพียงหน่วยงานสนับสนุนการลงทุน ไม่ได้มีหน้าที่กำกับดูแลตรวจสอบ ทำให้กระบวนการตรวจสอบของภาครัฐไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
คุณสามารถติดตามชมรายการ Big Story เรื่องใหญ่ Thai PBS ทุกวันอาทิตย์ เวลา 22.30 - 23.00 น. ทางไทยพีบีเอส หรือดูย้อนหลัง ได้ที่ www.thaipbs.or.th/BigStoryThaiPBS
แท็กที่เกี่ยวข้อง
ตำบลบ่อวิน จังหวัดชลบุรี กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อทุนจีนและแรงงานต่างชาติจำนวนมากเข้ามาตั้งธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ไปจนถึงโรงงานและธนาคาร โดยเบื้องหลังความเติบโตนี้มีคำถามใหญ่เรื่อง "นอมินี" ที่หน่วยงานรัฐยังไม่สามารถจัดการได้อย่างจริงจัง
นอมินี ในธุรกิจร้านค้าและบริการครบวงจรของคนจีน
นอกจากที่ดินแล้ว รูปแบบนอมินียังปรากฏในธุรกิจรายย่อยแทบทุกประเภท ทั้งร้านอาหาร สถานบันเทิงเคทีวี ร้านนวด ร้านสะดวกซื้อ อู่ซ่อมรถ ร้านคาร์แคร์ ไปจนถึงธนาคารของจีน จากการสำรวจร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งพบว่าสินค้าภายในร้านเป็นสินค้าจีนแทบทั้งหมด และเมื่อชำระเงินด้วยการโอนก็พบว่าชื่อผู้รับเงินเป็นชื่อคนจีน สะท้อนว่าแม้ชื่อร้านหรือผู้ถือใบอนุญาตจะเป็นคนไทย แต่ผู้ควบคุมตัวจริงทางธุรกิจคือคนจีน
ชาวบ้านในพื้นที่ยังระบุด้วยว่าร้านวัสดุก่อสร้างที่ผุดขึ้นจำนวนมากในบ่อวินก็มีลักษณะเดียวกัน คือแม้ชื่อร้านอาจเป็นคนไทย แต่ไม่มีใครทราบแน่ชัดว่าใครเป็นเจ้าของตัวจริงเบื้องหลัง วัสดุก่อสร้างที่นำเข้ามาขาย ทั้งเหล็ก อลูมิเนียม เครื่องสุขภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และวอลเปเปอร์ ล้วนนำเข้าจากจีนเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์
นอมินี กับการกว้านซื้อและปล่อยเช่าที่ดินในบ่อวิน
หนึ่งในรูปแบบนอมินีที่พบเห็นได้ชัดเจนที่สุดคือการกว้านซื้อและปล่อยเช่าที่ดิน โดยมีคนไทยออกหน้าเป็นเจ้าของที่ดินให้คนจีนเช่าเพื่อสร้างตึกและอาคารสำหรับทำธุรกิจ ราคาที่ดินในตำบลบ่อวินพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หากเป็นการเช่าจะอยู่ที่หลักแสนบาทต่อไร่ต่อปี ส่วนหากเป็นการขายราคาสูงถึงหลักล้านบาท ซึ่งสูงกว่าการทำเกษตรกรรมแบบเดิม และขับเคลื่อนได้โดยมีนอมินีคนไทย
นอมินี ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังปัญหาแรงงานต่างชาติผิดกฎหมาย
นอกจากปัญหาที่ดินและธุรกิจแล้ว บ่อวินยังเผชิญปัญหาแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง โดยเฉพาะแรงงานจีนที่ถือวีซ่านักท่องเที่ยวหรือวีซ่านักเรียนโดยอ้างว่ามาฝึกงาน แต่ในความเป็นจริงกลับทำงานเป็นพนักงานไลน์การผลิตทั่วไปในโรงงาน ไม่ใช่งานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะแต่อย่างใด ซึ่งผู้ให้สัมภาษณ์ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุผลที่โรงงานเลือกใช้แรงงานข้ามชาติมากกว่าแรงงานไทยเป็นเพราะสามารถกดค่าแรงได้ต่ำกว่า โดยเฉพาะแรงงานที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานยิ่งถูกกดค่าแรงหนักขึ้นไปอีก
ในส่วนของแรงงานเมียนมาที่มีจำนวนมากถึง 2,000-3,000 คนในพื้นที่ ก็มีรูปแบบธุรกิจนอมินีคล้ายคลึงกัน โดยมีคนไทยเปิดชื่อร้านให้ ทั้งร้านตัดผม ร้านอาหาร และร้านสะดวกซื้อที่ขายสินค้าเมียนมาเกือบทั้งหมด ยังมีการเก็บส่วยจากร้านค้าเหล่านี้ในพื้นที่ โดยหากร้านใดยอม "เข้าระบบ" ก็จะไม่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐเข้าตรวจสอบจับกุม
ผลกระทบต่อชุมชนที่มาพร้อมกับปัญหานอมินี
การขยายตัวของธุรกิจนอมินีในบ่อวินไม่ได้สร้างเพียงปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่ยังส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในพื้นที่โดยตรง ทั้งปัญหาการจราจรจากพฤติกรรมการขับขี่และจอดรถที่ไม่เป็นระเบียบ ปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อม รวมถึงความหวาดระแวงชาวบ้านที่อาศัยอยู่คนเดียว เมื่อมีกลุ่มแรงงานต่างชาติเดินผ่านหน้าบ้านยามค่ำคืน
นอกจากนี้ยังมีปัญหาการจุดประทัดในหมู่บ้านที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับคนในพื้นที่ ขณะที่ร้านค้าของคนไทยดั้งเดิมกลับต้องปิดตัวลงหรือขายของได้น้อยลงอย่างมาก เนื่องจากลูกค้าหันไปซื้อสินค้าจากร้านของคนจีนและคนเมียนมาด้วยกันเองแทน
นอมินี กับช่องโหว่ของกฎหมายส่งเสริมการลงทุน BOI และ EEC
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ปัญหานอมินีในบ่อวินขยายตัวอย่างรวดเร็วคือพื้นที่นี้อยู่ในเขตส่งเสริมพิเศษทั้งเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC และสิทธิพิเศษจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ BOI ซึ่งเปิดช่องให้นักลงทุนต่างชาติได้รับการยกเว้นภาษี สามารถนำเข้าสินค้าและแรงงานได้ง่ายขึ้น
สหัสวัต คุ้มคง สส.พรรคประชาชน เผยว่าบีโอไอมักพิจารณาให้สิทธิประโยชน์โดยดูแค่ตัวเลขการลงทุน โดยไม่ได้ลงรายละเอียดว่ามีการจ้างงานคนไทยจริงหรือไม่ หรือแรงงานที่นำเข้ามานั้นเป็นแรงงานทักษะเฉพาะที่หาไม่ได้ในประเทศไทยจริงหรือไม่ อีกทั้งสิทธิ์ในการซื้อและเช่าที่ดินของบีโอไอยังเป็นช่องโหว่สำคัญ เนื่องจากนักลงทุนเพียงแค่จดทะเบียนบริษัทระบุทุนจดทะเบียนโดยไม่จำเป็นต้องชำระบัญชีจริงก็สามารถซื้อที่ดินได้แล้ว ขณะที่ BOI เองบอกเป็นเพียงหน่วยงานสนับสนุนการลงทุน ไม่ได้มีหน้าที่กำกับดูแลตรวจสอบ ทำให้กระบวนการตรวจสอบของภาครัฐไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
คุณสามารถติดตามชมรายการ Big Story เรื่องใหญ่ Thai PBS ทุกวันอาทิตย์ เวลา 22.30 - 23.00 น. ทางไทยพีบีเอส หรือดูย้อนหลัง ได้ที่ www.thaipbs.or.th/BigStoryThaiPBS



























































