ภูมิปัญญาไทยในการทำอาหารมีแนวคิดที่น่าสนใจคือ "การกินแบบไม่เหลือทิ้ง" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความรอบคอบและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างเต็มที่ การปรุงอาหารไทยโบราณไม่เพียงแต่คำนึงถึงรสชาติเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการใช้วัตถุดิบให้คุ้มค่าที่สุด
แกงโฮะเป็นอาหารเหนือที่เกิดขึ้นจากภูมิปัญญาในการใช้อาหารเหลือจากการถวายพระ คำว่า "โฮะ" ในภาษาเหนือหมายถึงการนำทุกอย่างมารวมกัน ซึ่งสะท้อนแนวคิดการไม่ทิ้งอาหารของคนไทยโบราณ
การทำแกงโฮะจึงเป็นการผสมผสานแกงต่าง ๆ ที่เหลือจากการถวายพระ เช่น แกงเขียวหวาน แกงฮังเล ห่อนึ่ง และอาหารอื่น ๆ มารวมกันเป็นอาหารจานใหม่ที่มีรสชาติหลากหลายและอร่อย
แนวคิดการกินไม่เหลือทิ้งยังปรากฏในการใช้เครื่องในไก่ในการทำแกง ซึ่งการกินเครื่องในไก่ถือเป็นการกินแบบ Nose to Tail หรือการกินทั้งตัว เพราะไก่ "อุตส่าห์โตมา" เราจึงควรใช้ประโยชน์จากมันให้ครบทุกส่วน รวมถึงการใช้กระดูกไก่ที่มีไขกระดูกเพื่อเพิ่มความหวานธรรมชาติให้กับแกง
ข้าวตูเป็นขนมไทยที่เกิดจากการนำข้าวที่กินไม่หมดมาตากแดดให้แห้ง จากนั้นนำมาคั่วให้หอม ป่นให้ละเอียด แล้วผสมกับมะพร้าวและน้ำตาลมะพร้าว สุดท้ายปั้นใส่พิมพ์และอบด้วยควันเทียนให้หอม
กระบวนการทำข้าวตูนี้แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยในการแปรรูปข้าวเหลือให้กลายเป็นขนมที่มีคุณค่าและรสชาติดี
คนไทยหนึ่งคนผลิตขยะจากอาหารประมาณ 86 - 87 กิโลกรัมต่อปี เมื่อคูณด้วยประชากร 65 ล้านคน ประเทศไทยจึงมีขยะจากอาหารเป็นจำนวนมหาศาล สถิติน่าตกใจนี้สะท้อนให้เห็นว่าเราได้ละทิ้งภูมิปัญญาดั้งเดิมในการใช้อาหารอย่างประหยัดและคุ้มค่า
จากภูมิปัญญาไทยที่กล่าวมา เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ดังนี้:
ควรทำอาหารในปริมาณที่เหมาะสมกับจำนวนคนที่จะรับประทาน หลีกเลี่ยงการทำมากเกินไป
เรียนรู้การใช้ทุกส่วนของวัตถุดิบ เช่น การใช้เปลือกผักผลไม้ทำปุ๋ย หรือการใช้เครื่องในสัตว์ปีกให้เกิดประโยชน์
นำแนวคิดแกงโฮะมาประยุกต์โดยการนำอาหารที่เหลือจากมื้อก่อนมาปรุงใหม่ให้กลายเป็นอาหารจานใหม่
เรียนรู้วิธีการเก็บรักษาอาหารให้คงความสดใหม่นานขึ้น เพื่อลดการเสียเปล่า
การกินแบบไม่เหลือทิ้งเป็นภูมิปัญญาไทยที่มีคุณค่าและควรได้รับการสืบทอด ไม่เพียงแต่จะช่วยลดปัญหาขยะอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงความเคารพต่อทรัพยากรธรรมชาติและการใช้ชีวิตแบบยั่งยืน
การนำแนวคิดนี้มาใช้ในยุคปัจจุบันจะช่วยให้เราเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืนต่อไป เพราะ "เลือกกินของไทยให้หลากหลายเพื่ออาหารไทยได้มั่นคง" เป็นหน้าที่ของเราทุกคน
ติดตามได้ในรายการกินอยู่คือ วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2568 เวลา 16.30 - 17.00 น. ทางไทยพีบีเอส หรือรับชมทีวีออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
กินอยู่คือ
หลนเครื่องจิ้มอย่างไทย
ขนมจีนและยำอย่างทวาย
สารพัดของแนมแก้เผ็ด
อาหารพื้นบ้านจากมะเดื่อ
ตอนพิเศษ สวัสดีปีใหม่ 2568
กินเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ
จานผักแสนอร่อยสำหรับเด็ก
ขนมหวานญี่ปุ่นต้อนรับปีใหม่
กินปลาสองน้ำ
แปลงร่างอาหารไหว้ตรุษจีน
ขนมจีนไม่ใส่กะทิ
อาหารถิ่นคนหนองกุดทิง
กินผักรสขมสารพัดประโยชน์
อาหารจานอร่อยของคนสูงวัย
กินเพิ่มภูมิคุ้มกันจากฝุ่นจิ๋ว
กินปลาอย่างลพบุรี
Bone Broth น้ำซุปกระดูกยอดฮิต
กินแกงอย่างคนตรัง
อาหารดับร้อน ต้อนรับสงกรานต์
อาหารถิ่นจานอร่อย
กินตามอายุครรภ์
อาหารถิ่นทวาย
เมี่ยงผลไม้รสเปรี้ยวพื้นบ้าน
อาหารสร้างอาชีพ
อาหารบำรุงเตรียมตั้งครรภ์
กินปรับสมดุลฮอร์โมน
น้ำพริกแบบชาติพันธุ์
กินตามนาฬิกาชีวิต
อาหารอินเดียเพิ่มภูมิคุ้มกัน
น้ำพริกไม่ง้อครก
อาหารไทยชื่อแปลก
อาหารไม่เหลือทิ้ง
ไอศกรีมจากข้าวไทย
อาหารจากป่าชายเลน
กินไก่และไข่อย่างยั่งยืน
สารพัดยำรสแซ่บ
สูตรเด็ดหมักเนื้อ
กินให้หมดจาน
กินอยู่คือ
หลนเครื่องจิ้มอย่างไทย
ขนมจีนและยำอย่างทวาย
สารพัดของแนมแก้เผ็ด
อาหารพื้นบ้านจากมะเดื่อ
ตอนพิเศษ สวัสดีปีใหม่ 2568
กินเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ
จานผักแสนอร่อยสำหรับเด็ก
ขนมหวานญี่ปุ่นต้อนรับปีใหม่
กินปลาสองน้ำ
แปลงร่างอาหารไหว้ตรุษจีน
ขนมจีนไม่ใส่กะทิ
อาหารถิ่นคนหนองกุดทิง
กินผักรสขมสารพัดประโยชน์
อาหารจานอร่อยของคนสูงวัย
กินเพิ่มภูมิคุ้มกันจากฝุ่นจิ๋ว
กินปลาอย่างลพบุรี
Bone Broth น้ำซุปกระดูกยอดฮิต
กินแกงอย่างคนตรัง
อาหารดับร้อน ต้อนรับสงกรานต์
อาหารถิ่นจานอร่อย
กินตามอายุครรภ์
อาหารถิ่นทวาย
เมี่ยงผลไม้รสเปรี้ยวพื้นบ้าน
อาหารสร้างอาชีพ
อาหารบำรุงเตรียมตั้งครรภ์
กินปรับสมดุลฮอร์โมน
น้ำพริกแบบชาติพันธุ์
กินตามนาฬิกาชีวิต
อาหารอินเดียเพิ่มภูมิคุ้มกัน
น้ำพริกไม่ง้อครก
อาหารไทยชื่อแปลก
อาหารไม่เหลือทิ้ง
ไอศกรีมจากข้าวไทย
อาหารจากป่าชายเลน
กินไก่และไข่อย่างยั่งยืน
สารพัดยำรสแซ่บ
สูตรเด็ดหมักเนื้อ
กินให้หมดจาน