เบตง อำเภอใต้สุดแดนสยาม เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยของอร่อยและอาหารพื้นถิ่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหมี่เบตง ผักน้ำ เคาหยก ปลานิลสายน้ำไหล หรือส้มโชกุนเบตง แต่หนึ่งในจานเด็ดที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของที่นี่ก็คือ ไก่เบตง เนื้อสัตว์ปีกที่มีรสชาติหวานเป็นธรรมชาติ หนังกรอบ และเป็นสายพันธุ์ที่หายาก มีคนเลี้ยงพันธุ์แท้อยู่น้อยมากในปัจจุบัน
ไก่เบตง คืออะไร เอกลักษณ์ของไก่พันธุ์แท้ที่คนไม่ค่อยรู้จัก
ไก่เบตงเป็นไก่สายพันธุ์เฉพาะถิ่นของอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ที่ปัจจุบันมีคนเลี้ยงพันธุ์แท้เหลืออยู่น้อยมาก เพราะการเพาะพันธุ์ทำได้ยากกว่าไก่ผสมทั่วไป อัตราการฟักออกของไข่ไก่เบตงพันธุ์แท้จะต่ำ หากมีการดูแลและการจัดการดีก็ยังได้เพียงประมาณ 60-70 % เท่านั้น ทำให้ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่เลือกเลี้ยงไก่ผสมที่ดูแลง่ายกว่าและได้ลูกไก่มากกว่า
ลักษณะไก่เบตงพันธุ์แท้ ต้องมี "5 เหลือง" อย่างไร
จุดที่ใช้ยืนยันว่าเป็นไก่เบตงพันธุ์แท้คือลักษณะที่เรียกว่า "5 เหลือง" ได้แก่ ปากเหลืองม แข้งเหลืองม หนังเหลืองม เนื้อออกเหลือง และขนสีเหลือง นอกจากนี้ไก่เบตงพันธุ์แท้ยังไม่มีขนปีกแข็งและไม่มีขนหางยาวเหมือนไก่ทั่วไป ทำให้บินไม่ได้มาตั้งแต่เกิด ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์นี้เท่านั้น
ตัวผู้ของไก่เบตงจะมีหงอนใหญ่เป็นรูปจักร ตัวใหญ่ สัดส่วนดี สะโพกใหญ่กลมสวย ส่วนตัวเมียจะมีหงอนเล็กกว่าและตัวเล็กกว่าตัวผู้ ลักษณะสัดส่วนที่ดีเหล่านี้เกิดจากการคัดพ่อแม่พันธุ์ที่มีรูปร่างใหญ่และน้ำหนักดีมาผสมพันธุ์อย่างต่อเนื่อง
ที่มาของไก่เบตง จากจีนสู่เมืองใต้สุดของไทย
ไก่เบตงมีต้นกำเนิดมาจากชาวจีนที่อพยพย้ายถิ่นฐานมา และนำสายพันธุ์ไก่จากเมืองจีนติดตัวมาเลี้ยงที่เบตง จากนั้นก็ขยายพันธุ์ออกลูกออกหลาน ชาวบ้านในพื้นที่เลี้ยงกันแพร่หลายและนำไปใช้ในร้านอาหาร จนไก่เบตงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ และกลายเป็นเมนูที่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวมาเลเซียที่ข้ามพรมแดนมาต้องมาชิม เนื่องด้วยเนื้อที่ดีกว่าและหนังที่กรอบกว่าไก่ทั่วไป
เคล็ดลับการเลี้ยงไก่เบตงแบบปลอดสารเคมี ให้สุขภาพดีเป็นธรรมชาติ
ผู้เลี้ยงไก่เบตงพันธุ์แท้รายใหญ่ที่สุดในพื้นที่เบตงเลี้ยงไก่ทั้งหมดรวมทุกช่วงอายุประมาณ 3,000 ตัว โดยยึดหลักไม่ใช้สารเคมีหรือยาเร่งโตเลยแม้แต่น้อย ปล่อยไก่ลานให้กินหญ้าและพืชผักใบเขียวตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้หนังมีสีเหลืองมากขึ้นและรสชาติดีขึ้นด้วย พื้นที่ในการปล่อยเลี้ยงที่เหมาะสมคือ 1 ตารางเมตรต่อไก่ 5 ตัว
หัวใจสำคัญของการเลี้ยงไก่เบตงแบบไม่พึ่งสารเคมี คือการใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ผสมในอาหารและน้ำดื่ม สูตรที่ใช้ประกอบด้วยน้ำมะพร้าว, นมเปรี้ยว และข้าวหมาก ซึ่งเป็นโพรไบโอติกช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน และซีอิ๊วดำใส่เพื่อพรางแสง เนื่องจากจุลินทรีย์บางชนิดไม่ชอบแสง หมักในขวดทึบแสงเหลือช่องอากาศไว้ 10-15 % เปิดฝาไล่แก๊สทุกวัน และหมักไว้อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนนำไปผสมน้ำและอาหารให้ไก่กิน ช่วยเรื่องระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย ทำให้ไก่เบตงมีสุขภาพแข็งแรงและมีปัญหาโรคน้อยลง
อีกเทคนิคที่สำคัญคือการเปิดไฟให้แสงสว่างในคอกไก่เบตงตอนกลางคืนในช่วง 1-2 เดือนแรก เพราะช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่ต้องระวังปัญหาผิวหนัง หากมีแสงไฟไก่จะมองเห็นยุงและกินยุงเป็นอาหารได้ แต่หากไม่มีแสงยุงจะกัดไก่แทน พอไก่อายุเกิน 2 เดือนไปแล้วก็ไม่จำเป็นต้องให้แสงไฟอีก เพราะไก่ต้านทานยุงได้ดีขึ้น
ขั้นตอนการฟักไข่และอนุบาลลูกไก่เบตง กว่าจะโตเป็นไก่เบตงสมบูรณ์
การเก็บไข่ไก่เบตงจะเก็บรวบรวมไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนนำเข้าตู้ฟักทุกสัปดาห์ เพื่อไม่ให้งานล้นมือเกินไป ตู้ฟักไข่ใช้อุณหภูมิประมาณ 37.9 องศาเซลเซียส ควบคุมความชื้นที่ 60-65 % และมีการกลับไข่ 45 องศาทุก 1 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ลูกไก่ติดเปลือกไข่ด้านใดด้านหนึ่งจนตายในไข่ ไข่จะฟักตัวประมาณ 21-22 วันก่อนที่ลูกไก่เบตงจะออกมาพร้อมกันและถูกนำไปอนุบาลต่อ
ช่วงอนุบาลลูกไก่เบตงแรกเกิดจะใช้กล่องกระดาษทำเป็นกรงอนุบาล มีหลอดไฟหลอดไส้ 40 วัตต์ให้ความอบอุ่นและแสงสว่างเฉพาะตอนกลางคืน ให้อาหารสำเร็จรูปสำหรับลูกไก่แรกเกิดวันละ 2 มื้อ เลี้ยงในกรงอนุบาลประมาณ 3-4 สัปดาห์ ก่อนจะย้ายไปยังคอกช่วงวัยต่าง ๆ ไล่ระดับไปจนถึงช่วงอายุ 3 เดือนที่แข้งเริ่มใหญ่และเหลืองชัดเจนตามลักษณะพันธุ์แท้ และพร้อมย้ายไปเลี้ยงแบบปล่อยลานเต็มรูปแบบ โดยไก่เบตงจะเริ่มจับขายได้เมื่ออายุประมาณ 4.5-5 เดือน
รสชาติของไก่เบตง ทำไมเนื้อหวาน น้ำซุปหวานโดยไม่ต้องปรุง
จุดเด่นที่สุดของไก่เบตงคือรสชาติที่หวานเป็นธรรมชาติ เนื้อไก่เบตงมีรสหวาน, หนังกรอบ, สีเหลืองสวย และเมื่อนำไปต้มน้ำซุปก็จะหวานโดยไม่ต้องใส่เครื่องปรุงหรือน้ำตาลใด ๆ เลย เคล็ดลับการต้มไก่เบตงให้ได้รสชาติดีที่สุดคือเริ่มต้มตั้งแต่น้ำยังไม่เดือด ใส่ขิง, ต้นหอม, เหล้าจีน และเกลือ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนเพื่อรักษาความฉ่ำและเจลาตินในตัวไก่ไว้ ใช้เวลาต้มประมาณ 1 ชั่วโมง
เมนูเด็ดจากไก่เบตง ที่ต้องลองเมื่อมาเยือนเมืองเบตง
นอกจากไก่เบตงต้มแบบดั้งเดิม ยังมีเมนูไก่เบตงตุ๋นยาจีน ที่ใส่เก๋ากี้ พุทราจีน และเครื่องยาจีน ต้มน้ำยาจีนก่อนประมาณ 15-20 นาที จึงใส่ไก่ตุ๋นต่ออีก 30-40 นาที ได้เนื้อไก่เบตงที่นุ่มเด้ง น้ำซุปหอมกลิ่นยาจีนและหวานธรรมชาติ
อีกเมนูที่ขึ้นชื่อ คือไก่เบตงสับ โดยหลังจากต้มไก่เบตงประมาณ 1 ชั่วโมงแล้ว จะนำไปน็อกในน้ำเย็นทันทีเพื่อหยุดความร้อนในตัวไก่ เทคนิคนี้ทำให้หนังไก่เบตงกรอบเป็นพิเศษ เสิร์ฟพร้อมน้ำซีอิ๊วสูตรเฉพาะร้านที่มีความหอมและรสเค็มติดปลายหวาน นอกจากนี้ยังมีข้าวมันไก่เบตง ที่ใช้ไก่เบตงพันธุ์แท้มาทำเป็นเมนูสำหรับนักท่องเที่ยว ได้รับความนิยมมากในกลุ่มลูกค้าชาวมาเลเซียที่ข้ามพรมแดนมาเยือน
ไก่เบตงกับชื่อเสียงระดับโลก จากเมนูสู่เวที APEC
ด้วยความทุ่มเทในการอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์มากว่า 20 ปี ไก่เบตงพันธุ์แท้จากฟาร์มแห่งนี้ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพหลายรางวัล และยังเคยถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในเมนูไก่เบตงกอและที่เสิร์ฟในงานประชุมเอเปค ปี 2565 อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสื่อหนังสือพิมพ์จีนจากมาเลเซียมาทำสกู๊ปเกี่ยวกับไก่เบตงโดยเฉพาะ เพราะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่มาเยือนเบตงนิยมกินไก่เบตงเป็นพิเศษ สะท้อนให้เห็นว่าไก่เบตงไม่ได้เป็นเพียงวัตถุดิบธรรมดา แต่เป็นอัตลักษณ์ของเมืองเบตงที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่ต่อไป
ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส
แท็กที่เกี่ยวข้อง
เบตง อำเภอใต้สุดแดนสยาม เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยของอร่อยและอาหารพื้นถิ่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหมี่เบตง ผักน้ำ เคาหยก ปลานิลสายน้ำไหล หรือส้มโชกุนเบตง แต่หนึ่งในจานเด็ดที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของที่นี่ก็คือ ไก่เบตง เนื้อสัตว์ปีกที่มีรสชาติหวานเป็นธรรมชาติ หนังกรอบ และเป็นสายพันธุ์ที่หายาก มีคนเลี้ยงพันธุ์แท้อยู่น้อยมากในปัจจุบัน
ไก่เบตง คืออะไร เอกลักษณ์ของไก่พันธุ์แท้ที่คนไม่ค่อยรู้จัก
ไก่เบตงเป็นไก่สายพันธุ์เฉพาะถิ่นของอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ที่ปัจจุบันมีคนเลี้ยงพันธุ์แท้เหลืออยู่น้อยมาก เพราะการเพาะพันธุ์ทำได้ยากกว่าไก่ผสมทั่วไป อัตราการฟักออกของไข่ไก่เบตงพันธุ์แท้จะต่ำ หากมีการดูแลและการจัดการดีก็ยังได้เพียงประมาณ 60-70 % เท่านั้น ทำให้ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่เลือกเลี้ยงไก่ผสมที่ดูแลง่ายกว่าและได้ลูกไก่มากกว่า
ลักษณะไก่เบตงพันธุ์แท้ ต้องมี "5 เหลือง" อย่างไร
จุดที่ใช้ยืนยันว่าเป็นไก่เบตงพันธุ์แท้คือลักษณะที่เรียกว่า "5 เหลือง" ได้แก่ ปากเหลืองม แข้งเหลืองม หนังเหลืองม เนื้อออกเหลือง และขนสีเหลือง นอกจากนี้ไก่เบตงพันธุ์แท้ยังไม่มีขนปีกแข็งและไม่มีขนหางยาวเหมือนไก่ทั่วไป ทำให้บินไม่ได้มาตั้งแต่เกิด ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์นี้เท่านั้น
ตัวผู้ของไก่เบตงจะมีหงอนใหญ่เป็นรูปจักร ตัวใหญ่ สัดส่วนดี สะโพกใหญ่กลมสวย ส่วนตัวเมียจะมีหงอนเล็กกว่าและตัวเล็กกว่าตัวผู้ ลักษณะสัดส่วนที่ดีเหล่านี้เกิดจากการคัดพ่อแม่พันธุ์ที่มีรูปร่างใหญ่และน้ำหนักดีมาผสมพันธุ์อย่างต่อเนื่อง
ที่มาของไก่เบตง จากจีนสู่เมืองใต้สุดของไทย
ไก่เบตงมีต้นกำเนิดมาจากชาวจีนที่อพยพย้ายถิ่นฐานมา และนำสายพันธุ์ไก่จากเมืองจีนติดตัวมาเลี้ยงที่เบตง จากนั้นก็ขยายพันธุ์ออกลูกออกหลาน ชาวบ้านในพื้นที่เลี้ยงกันแพร่หลายและนำไปใช้ในร้านอาหาร จนไก่เบตงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ และกลายเป็นเมนูที่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวมาเลเซียที่ข้ามพรมแดนมาต้องมาชิม เนื่องด้วยเนื้อที่ดีกว่าและหนังที่กรอบกว่าไก่ทั่วไป
เคล็ดลับการเลี้ยงไก่เบตงแบบปลอดสารเคมี ให้สุขภาพดีเป็นธรรมชาติ
ผู้เลี้ยงไก่เบตงพันธุ์แท้รายใหญ่ที่สุดในพื้นที่เบตงเลี้ยงไก่ทั้งหมดรวมทุกช่วงอายุประมาณ 3,000 ตัว โดยยึดหลักไม่ใช้สารเคมีหรือยาเร่งโตเลยแม้แต่น้อย ปล่อยไก่ลานให้กินหญ้าและพืชผักใบเขียวตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้หนังมีสีเหลืองมากขึ้นและรสชาติดีขึ้นด้วย พื้นที่ในการปล่อยเลี้ยงที่เหมาะสมคือ 1 ตารางเมตรต่อไก่ 5 ตัว
หัวใจสำคัญของการเลี้ยงไก่เบตงแบบไม่พึ่งสารเคมี คือการใช้น้ำหมักจุลินทรีย์ผสมในอาหารและน้ำดื่ม สูตรที่ใช้ประกอบด้วยน้ำมะพร้าว, นมเปรี้ยว และข้าวหมาก ซึ่งเป็นโพรไบโอติกช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน และซีอิ๊วดำใส่เพื่อพรางแสง เนื่องจากจุลินทรีย์บางชนิดไม่ชอบแสง หมักในขวดทึบแสงเหลือช่องอากาศไว้ 10-15 % เปิดฝาไล่แก๊สทุกวัน และหมักไว้อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนนำไปผสมน้ำและอาหารให้ไก่กิน ช่วยเรื่องระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย ทำให้ไก่เบตงมีสุขภาพแข็งแรงและมีปัญหาโรคน้อยลง
อีกเทคนิคที่สำคัญคือการเปิดไฟให้แสงสว่างในคอกไก่เบตงตอนกลางคืนในช่วง 1-2 เดือนแรก เพราะช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่ต้องระวังปัญหาผิวหนัง หากมีแสงไฟไก่จะมองเห็นยุงและกินยุงเป็นอาหารได้ แต่หากไม่มีแสงยุงจะกัดไก่แทน พอไก่อายุเกิน 2 เดือนไปแล้วก็ไม่จำเป็นต้องให้แสงไฟอีก เพราะไก่ต้านทานยุงได้ดีขึ้น
ขั้นตอนการฟักไข่และอนุบาลลูกไก่เบตง กว่าจะโตเป็นไก่เบตงสมบูรณ์
การเก็บไข่ไก่เบตงจะเก็บรวบรวมไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนนำเข้าตู้ฟักทุกสัปดาห์ เพื่อไม่ให้งานล้นมือเกินไป ตู้ฟักไข่ใช้อุณหภูมิประมาณ 37.9 องศาเซลเซียส ควบคุมความชื้นที่ 60-65 % และมีการกลับไข่ 45 องศาทุก 1 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ลูกไก่ติดเปลือกไข่ด้านใดด้านหนึ่งจนตายในไข่ ไข่จะฟักตัวประมาณ 21-22 วันก่อนที่ลูกไก่เบตงจะออกมาพร้อมกันและถูกนำไปอนุบาลต่อ
ช่วงอนุบาลลูกไก่เบตงแรกเกิดจะใช้กล่องกระดาษทำเป็นกรงอนุบาล มีหลอดไฟหลอดไส้ 40 วัตต์ให้ความอบอุ่นและแสงสว่างเฉพาะตอนกลางคืน ให้อาหารสำเร็จรูปสำหรับลูกไก่แรกเกิดวันละ 2 มื้อ เลี้ยงในกรงอนุบาลประมาณ 3-4 สัปดาห์ ก่อนจะย้ายไปยังคอกช่วงวัยต่าง ๆ ไล่ระดับไปจนถึงช่วงอายุ 3 เดือนที่แข้งเริ่มใหญ่และเหลืองชัดเจนตามลักษณะพันธุ์แท้ และพร้อมย้ายไปเลี้ยงแบบปล่อยลานเต็มรูปแบบ โดยไก่เบตงจะเริ่มจับขายได้เมื่ออายุประมาณ 4.5-5 เดือน
รสชาติของไก่เบตง ทำไมเนื้อหวาน น้ำซุปหวานโดยไม่ต้องปรุง
จุดเด่นที่สุดของไก่เบตงคือรสชาติที่หวานเป็นธรรมชาติ เนื้อไก่เบตงมีรสหวาน, หนังกรอบ, สีเหลืองสวย และเมื่อนำไปต้มน้ำซุปก็จะหวานโดยไม่ต้องใส่เครื่องปรุงหรือน้ำตาลใด ๆ เลย เคล็ดลับการต้มไก่เบตงให้ได้รสชาติดีที่สุดคือเริ่มต้มตั้งแต่น้ำยังไม่เดือด ใส่ขิง, ต้นหอม, เหล้าจีน และเกลือ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนเพื่อรักษาความฉ่ำและเจลาตินในตัวไก่ไว้ ใช้เวลาต้มประมาณ 1 ชั่วโมง
เมนูเด็ดจากไก่เบตง ที่ต้องลองเมื่อมาเยือนเมืองเบตง
นอกจากไก่เบตงต้มแบบดั้งเดิม ยังมีเมนูไก่เบตงตุ๋นยาจีน ที่ใส่เก๋ากี้ พุทราจีน และเครื่องยาจีน ต้มน้ำยาจีนก่อนประมาณ 15-20 นาที จึงใส่ไก่ตุ๋นต่ออีก 30-40 นาที ได้เนื้อไก่เบตงที่นุ่มเด้ง น้ำซุปหอมกลิ่นยาจีนและหวานธรรมชาติ
อีกเมนูที่ขึ้นชื่อ คือไก่เบตงสับ โดยหลังจากต้มไก่เบตงประมาณ 1 ชั่วโมงแล้ว จะนำไปน็อกในน้ำเย็นทันทีเพื่อหยุดความร้อนในตัวไก่ เทคนิคนี้ทำให้หนังไก่เบตงกรอบเป็นพิเศษ เสิร์ฟพร้อมน้ำซีอิ๊วสูตรเฉพาะร้านที่มีความหอมและรสเค็มติดปลายหวาน นอกจากนี้ยังมีข้าวมันไก่เบตง ที่ใช้ไก่เบตงพันธุ์แท้มาทำเป็นเมนูสำหรับนักท่องเที่ยว ได้รับความนิยมมากในกลุ่มลูกค้าชาวมาเลเซียที่ข้ามพรมแดนมาเยือน
ไก่เบตงกับชื่อเสียงระดับโลก จากเมนูสู่เวที APEC
ด้วยความทุ่มเทในการอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์มากว่า 20 ปี ไก่เบตงพันธุ์แท้จากฟาร์มแห่งนี้ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพหลายรางวัล และยังเคยถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในเมนูไก่เบตงกอและที่เสิร์ฟในงานประชุมเอเปค ปี 2565 อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสื่อหนังสือพิมพ์จีนจากมาเลเซียมาทำสกู๊ปเกี่ยวกับไก่เบตงโดยเฉพาะ เพราะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่มาเยือนเบตงนิยมกินไก่เบตงเป็นพิเศษ สะท้อนให้เห็นว่าไก่เบตงไม่ได้เป็นเพียงวัตถุดิบธรรมดา แต่เป็นอัตลักษณ์ของเมืองเบตงที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่ต่อไป
ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส



























































