ปะทะชายแดนยืดเยื้อ ชาวไร่อ้อยจมกองหนี้
สถานการณ์การปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ยิ่งยืดเยื้อยิ่งสร้างความสูญเสีย ล่าสุดที่ จ.สระแก้ว ผลพวงจากลูกหลงของกระสุนปืน BM-21 ตกใส่พื้นที่การเกษตร ส่งผลให้ไร่อ้อยเกิดไฟไหม้เสียหายหนักกว่า 4,000 ไร่ ท่ามกลางคำถามสำคัญว่า "ใครจะรับผิดชอบ" ในขณะที่ เกษตรกรต้องเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งราคาตกต่ำที่สุดในรอบเกือบสิบปีและภัยสงคราม
เพลิงสงครามเผา "ความหวัง" วอด 4,000 ไร่ หลังเปิดหีบได้เพียง 3 วัน
พื้นที่ไร่อ้อยใน อ.โคกสูง และรอยต่อ อ.อรัญประเทศ กลายเป็นทะเลเพลิงกินพื้นที่กว้างกว่า 4,000 ไร่ หลังถูกโจมตีด้วยจรวด BM-21 บริเวณบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ทั้งที่เพิ่งเปิดฤดูหีบอ้อยได้เพียง 3 วันเท่านั้น
"ความหวังคืนทุนและแรงที่เกษตรลงไปกับผลผลิตหายไปในพริบตา"
เจ้าของไร่ตัดพ้อว่า เวลานี้ไม่ต้องคิดเรื่องจะขายอ้อยสดหรืออ้อยไฟไหม้เข้าโรงงาน เพราะสถานการณ์ชายแดนยังอันตรายมากจนไม่สามารถเข้าไปตัดอ้อยที่เหลือได้ และหากปล่อยทิ้งไว้เกิน 15 วัน อ้อยจะฝ่อและเสียหายทั้งหมดจนต้องตัดทิ้ง
วอนรัฐเยียวยา "อ้อยไฟไหม้จากเหตุสู้รบ" แก้โจทย์ "ปลูกแล้วไม่ได้ตัด"
นายกสมาคมเกษตรกรชายแดนบูรพาระบุว่า แม้สัดส่วนความเสียหายจะอยู่ที่ประมาณ 1% ของผลผลิตทั้งหมด ซึ่งไม่มีผลต่อการดึงราคาอ้อยในตลาดโลกที่อิงกลไกตลาด แต่ความเดือดร้อนของเกษตรกรในพื้นที่นั้นสาหัสมาก เพราะต้องเจอกับราคารับซื้อที่ต่ำสุดในรอบ 6 ปี (890 บาท/ตัน)
จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการพิเศษเยียวยา "อ้อยไฟไหม้จากเหตุสู้รบ" ควบคู่ไปกับการช่วยลดต้นทุนการผลิต
"ปัญหาสำคัญตอนนี้ คือ เกษตรกรชายแดนปลูกแล้วไม่ได้ตัด"
แก้เกมขาดแคลนแรงงา ดึง "กะเหรี่ยง-เมียนมา-ลาว" เสียบแทนกัมพูชา
สำหรับปัญหาขาดแคลนแรงงานตัดอ้อยจากการที่แรงงานกัมพูชาหายไปจากพื้นที่ขัดแย้ง ล่าสุดมีการแก้ปัญหาเบื้องต้นแล้ว โดยเร็ว ๆ นี้ จะมีกลุ่มแรงงานชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ชาวเมียนมา และ สปป.ลาว ประมาณ 10,000 คน เข้ามาทดแทน
ทำให้มั่นใจได้ว่าฤดูหีบอ้อยที่จะยาวไปจนถึงเดือนเมษายนปีหน้าจะไม่สะดุด โดยในวันที่ 24 ธันวาคมนี้ สมาพันธ์ชาวไร่อ้อยเตรียมหารือร่วมกับคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เพื่อเคาะมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรตามแนวชายแดนต่อไป




























































