จับสัญญาณเหตุป่วนใต้กว่า 70 จุด ในพื้นที่ 3 จังหวัด
สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปะทุรุนแรงต่อเนื่องกว่า 70 จุด ทั้งลอบวางเพลิง วางระเบิด และทำลายทรัพย์สินราชการ โดย จ.นราธิวาส เกิดเหตุหนักสุดถึง 40 จุด จนต้องสั่งประกาศเคอร์ฟิว
ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เตรียมเรียกประชุม สมช. ด่วนเพื่อประเมินสถานการณ์ ยืนยันไม่ท้อถอยและจะเดินหน้าปราบปรามกลุ่มผู้กระทำผิดกฎหมายต่อไปอย่างเต็มที่
ไฟใต้ปะทุหนักกว่า 70 จุด นราธิวาสวิกฤตสุดสั่งเคอร์ฟิว
เหตุรุนแรงเกิดขึ้นต่อเนื่องในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กว่า 70 จุด ในช่วงคืนวันเสาร์ (22 ส.ค. 69) และต่อเนื่องถึงเมื่อคืน (23 ส.ค. 69) โดยเฉพาะที่ จ.นราธิวาส เกิดเหตุมากที่สุดถึง 40 จุด จนฝ่ายความมั่นคงต้องประกาศเคอร์ฟิวห้ามประชาชนออกจากเคหะสถาน
ในพื้นที่ อบต.บองอ อ.ระแงะ ผู้ก่อเหตุมากกว่า 10 คน พร้อมอาวุธปืน บุกขู่บังคับคุมตัว รปภ. ก่อนปล้นรถกระบะหลบหนีและจุดไฟเผาทำลายในเวลาต่อมา
ส่วนที่ ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ มีการวางระเบิดใกล้ศูนย์เด็กเล็กบ้านบูเก๊ะปือเราะห์ ส่งผลให้เด็กกว่า 30 คน วิ่งหนีด้วยความตกใจ และยังมีการลอบวางระเบิดตามถนนอีกหลายแห่ง
ปัตตานี-ยะลา โดนป่วนหนัก เผาเทศบาลพ่อมิ่งและร้านสะดวกซื้อ
จ.ปัตตานี เกิดเหตุรวม 13 จุด ล่าสุด เมื่อเวลา 21.10 น. วันที่ 23 สิงหาคม 2569 คนร้ายบุกเผาสำนักงานเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง อ.ปะนาเระ มีเสียงระเบิดดัง 2 ครั้ง วางเพลิงรถขยะและรถดับเพลิงเสียหาย
นอกจากนี้ที่ อ.ยะหริ่ง คนร้ายไม่ต่ำกว่า 5 คน พร้อมอาวุธ บุกไล่ลูกค้าและพนักงานออกจากร้านสะดวกซื้อ ก่อนนำระเบิดแสวงเครื่องและน้ำมันวางไว้แล้วจุดระเบิดจนเพลิงไหม้อย่างรุนแรง
ส่วน จ.ยะลา เกิดเหตุ 21 จุด จุดหนักสุดอยู่ที่สถานีพัฒนาที่ดิน อ.ธารโต ผู้ก่อเหตุบุกเผาสำนักงานและรถราชการ 2 คัน แต่เจ้าหน้าที่ช่วยกันดับไว้ได้ทัน ทำให้รถเสียหายเพียงเล็กน้อย
"นายกฯ อนุทิน" เรียกประชุม สมช. ด่วน เชื่อเป็นการตอบโต้ของกลุ่มผู้ก่อการร้าย
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมเรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์ความรุนแรง หลังพบว่ายังคงมีช่องโหว่ให้ก่อเหตุแม้มีการตั้งด่านตรวจค้นก็ตาม
นายอนุทินระบุว่า เหตุความรุนแรงเกิดจากการที่รัฐเข้าปราบปราม ยึดทรัพย์ จับยาและของเถื่อนอย่างเข้มข้น จึงถูกโต้กลับแต่ไม่ได้มุ่งเอาชีวิต
ย้ำว่ารัฐบาลจะไม่ท้อถอยหรือเปลี่ยนแนวทาง และจะเดินหน้าปราบปรามการกระทำที่ผิดกฎหมายต่อไปอย่างเต็มที่
ฝ่ายค้านเร่งรัดรัฐบาลทบทวนยุทธศาสตร์ – แม่ทัพภาค 4 ชี้แจงการข่าวเตือนล่วงหน้า 1 เดือน
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาประณามเหตุรุนแรงและเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนยุทธศาสตร์โดยเร็ว ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมาตอบกระทู้สดชี้แจงนโยบายแก้ไฟใต้ด้วยตนเอง
ด้าน พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่เทศบาลเมืองตะลุบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ซึ่งถูกคนร้ายประมาณ 10 คน คุมตัว รปภ. และวางระเบิดอาคารชั้น 2 จนเกิดไฟไหม้
แม่ทัพภาคที่ 4 ยอมรับว่า การข่าวมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน ว่าจะเกิดหลายจุด แต่ไม่สามารถระบุวันเวลาได้ โดยเชื่อว่าผู้ก่อเหตุต้องการลดทอนความน่าเชื่อถือของรัฐ
ขณะที่ โฆษกกองทัพเรือระบุถึงข้อจำกัดการข่าว เนื่องจากผู้ก่อเหตุแฝงตัวกับประชาชน พร้อมยืนยันหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินในพื้นที่ 5 อำเภอ พร้อมสนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่
โต้ข่าวชาวบ้านถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ ยันไม่มีการใช้กระสุนทางอากาศ
จากกรณีที่ นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตและมีชาวบ้าน อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ระบุว่าน้องชายถูกยิงบาดเจ็บขณะขี่รถจักรยานยนต์ โดยอ้างว่าถูกยิงมาจากเฮลิคอปเตอร์นั้น
แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ชี้แจงยืนยันว่า มีการใช้เฮลิคอปเตอร์และโดรนบินลาดตระเวนจริง แต่ "ไม่มีการใช้อาวุธหรือยิงกระสุนลงมาจากเฮลิคอปเตอร์อย่างแน่นอน"
พร้อมระบุว่า หากยิงด้วยปืนอัตโนมัติจากเฮลิคอปเตอร์จริง เป้าหมายจะไม่สามารถรอดชีวิตได้ และเหตุการณ์ที่อ้างไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง แต่จะตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน
นอกจากนี้ เพจ thaiarmedforce.com ได้ให้ความเห็นว่า รอยกระสุนที่พบเป็นรอยโดด ๆ ไม่ใช่กลุ่มกระสุน ซึ่งปกติปืนกลบนเฮลิคอปเตอร์มักยิงเป็นกลุ่มกระสุนอานุภาพสูงที่ส่งผลให้เสียชีวิตทันที จึงเป็นไปได้ยากที่จะเป็นการยิงมาจากเฮลิคอปเตอร์




























































