รู้ทันกันได้ : "ไม่อาบน้ำก่อนนอน" เสี่ยงกระทบต่อการนอนเกินคาด
ในประเทศไทยที่มีอากาศร้อนอบอ้าว มีมลภาวะ ฝุ่นละออง และเหงื่อไคลสะสมตลอดวัน หลายคนอาจรู้สึกว่าการอาบน้ำเป็นสิ่งจำเป็น แต่บางครั้งเมื่อเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งวัน จึงเกิดความขี้เกียจอาบน้ำ แต่ความจริงแล้วการอาบน้ำก่อนนอนเป็นมากกว่าแค่ความสะอาด แต่เป็นการฟื้นฟูร่างกายที่ดีที่สุด นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ได้เผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับผลกระทบของการไม่อาบน้ำต่อสุขภาพที่หลายคนอาจไม่รู้
ทำไมไม่อาบน้ำก่อนนอนถึงเป็นอันตรายต่อร่างกาย
ร่างกายของมนุษย์เปรียบเสมือนรังของโรค เมื่อผ่านไปทั้งวัน ร่างกายจะสะสมเชื้อโรคต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อรา หากเราไม่อาบน้ำล้างรังของโรคในทุกคืน รังนี้ก็จะเต็มไปด้วยสารก่อโรคและเชื้อก่อโรค จากการศึกษาพบว่า การอาบน้ำสามารถช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียได้มากถึง 32% และยังช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย นอนหลับได้ดีขึ้นอีกด้วย
กลุ่มเสี่ยงที่ไม่อาบน้ำก่อนนอนจะได้รับผลกระทบมากที่สุด
คนที่ไม่อาบน้ำก่อนนอน จะมีโอกาสได้รับเชื้อหรือเก็บสะสมเชื้อตั้งแต่ไวรัส แบคทีเรีย ไปจนถึงเชื้อรา โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ได้แก่:
- ผู้ป่วยเบาหวาน - มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูง
- ผู้ป่วยโรคไต - ระบบภูมิคุ้มกันทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ - ร่างกายไม่สามารถต่อต้านเชื้อโรคได้ดี
- ผู้ที่มีแผลเรื้อรัง - เชื้อโรคสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย
หากกลุ่มคนเหล่านี้ไม่อาบน้ำก่อนนอน จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อและเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
ความเชื่อผิดๆ เรื่องไม่อาบน้ำเมื่อไม่ได้ออกจากบ้าน
หลายคนอาจคิดว่าถ้าอยู่แต่ในบ้าน ไม่ได้ออกไปไหน ไม่ได้ปฏิสัมพันธ์กับคนข้างนอก ก็ไม่จำเป็นต้องอาบน้ำ เพราะไม่ได้ไปรับเชื้อโรคหรือแบคทีเรียจากภายนอก
ความจริง: แม้จะอยู่แต่ในบ้าน ร่างกายของเราก็ยังคงเป็นแหล่งเพาะเชื้อ เพราะมนุษย์มีการสร้างไขมันออกมาจากต่อม Sebaceous Gland หรือต่อมสร้างไขมันตลอดเวลา ไขมันนี้จะดึงเอาเชื้อโรคเข้ามาสะสมได้
นอกจากนี้ แม้จะอยู่ในบ้าน เราก็ยังมีการรับประทานอาหาร นั่งตากแอร์ ซึ่งเชื้อโรคสามารถเข้ามาติดตัวเราได้ตลอดเวลา ดังนั้นไม่ว่าจะอยู่ชาติไหน หนาวแค่ไหน หรืออยู่แต่บ้าน การไม่อาบน้ำก่อนนอนย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพ
ไม่อาบน้ำกับปัญหาการนอนหลับ: ความจริงที่ต้องรู้
มีความเห็นที่แตกต่างกันสองขั้วเกี่ยวกับการอาบน้ำก่อนนอน:
ขั้วที่ 1: บอกว่าอาบน้ำแล้วร่างกายตื่นตัว นอนไม่หลับ
ขั้วที่ 2: บอกว่าต้องอาบน้ำก่อนนอน ถ้าไม่อาบจะนอนไม่หลับ
ความจริงคือ ทั้งสองขั้วพูดถูก แต่อยู่ที่อุณหภูมิของน้ำและเวลาที่อาบ
กลไกการนอนหลับกับอุณหภูมิร่างกาย
อุณหภูมิของร่างกายในส่วนแกนกลางจะต้องต่ำพอจึงจะหลับได้ เหมือนกับตอนที่เราเปิดแอร์นอน เราจะหลับสบาย เพราะอุณหภูมิร่างกายลดลง
- ถ้าอาบน้ำร้อนเกินไป (เช่น แช่ออนเซ็นที่ร้อนจนเดือด) จะทำให้อุณหภูมิแกนกลางสูงขึ้น ส่งผลให้นอนไม่หลับ
- ถ้าอาบน้ำอุ่นที่อุณหภูมิพอเหมาะ จะช่วยปรับอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายให้เย็นลง (Cooler) ทำให้หลับได้สบายและดีขึ้น
ดังนั้น ผู้ที่ไม่อาบน้ำเพราะคิดว่าจะนอนไม่หลับ อาจเป็นเพราะเคยอาบน้ำที่อุณหภูมิไม่เหมาะสม ไม่ใช่เพราะการอาบน้ำเองทำให้นอนไม่หลับ
อันตรายของการไม่อาบน้ำต่อฮอร์โมนและการแก่ก่อนวัย
ควรสังเกตว่าตัวเองไวกับน้ำแบบไหน ถ้าไวกับน้ำร้อนจัดแล้วตื่น หรือน้ำเย็นจัดแล้วตื่น ก็อาจต้องเลี่ยง เพราะการตื่นตอนกลางคืนจะทำให้:
- เมลาโทนิน (Melatonin) - ฮอร์โมนการนอนหลับลดลง
- Growth Hormone - ฮอร์โมนการเจริญเติบโตหรือฮอร์โมนหนุ่มสาวลดลง
หากฮอร์โมนเหล่านี้หลั่งลง จะส่งผลให้แก่เร็ว ดังนั้นการอาบน้ำผิดวิธีหรือไม่อาบน้ำก่อนนอนอาจทำให้ชีวิตแก่เร็วได้
ทางเลือกสำหรับคนที่ไม่อาบน้ำเมื่อไม่สบาย
ถ้าป่วยไม่สบายหรือมีไข้ ไม่ควรอาบน้ำ เพราะการศึกษาพบว่าอาจทำให้อาการแย่ลง แต่สามารถเช็ดตัวแทนได้ เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรคบนผิวหนัง
คำแนะนำสำหรับผู้ที่ยังไม่อาบน้ำก่อนนอนเป็นประจำ
- เลือกอุณหภูมิน้ำที่เหมาะสม
หากร่างกายแข็งแรงดี ควรเลือกน้ำอุ่นที่อุณหภูมิไม่ร้อนเกินไป การศึกษาพบว่าน้ำอุ่นจะทำให้หลับได้ดีกว่า เพราะช่วยปรับอุณหภูมิแกนกลางของร่างกายให้เย็นลง
- อย่าอาบน้ำเมื่อมีไข้
ถ้าป่วยไม่สบายหรือมีไข้ ไม่ควรอาบน้ำ แต่ควรเช็ดตัวแทน
3. อย่างน้อยก็เช็ดตัว
ถ้าวันไหนที่ร่างกายสกปรกจริงๆ แต่ไม่สามารถอาบน้ำได้ อย่างน้อยควรเช็ดเนื้อเช็ดตัว เพราะร่างกายเราคือรังของโรค การลดการสะสมของเชื้อโรคจะช่วยให้หลับสบายมากขึ้น
สรุป: ทำไมไม่ควรไม่อาบน้ำก่อนนอน
การไม่อาบน้ำก่อนนอนไม่ใช่แค่เรื่องของความสะอาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลกระทบต่อ:
- ระบบภูมิคุ้มกัน - เพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค
- คุณภาพการนอนหลับ - นอนไม่หลับหรือนอนไม่สนิท
- ฮอร์โมนร่างกาย - ทำให้แก่เร็วกว่าวัย
- สุขภาพโดยรวม - โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง
ดังนั้น ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน ลองหาเวลาอาบน้ำก่อนนอน เพราะมันไม่ใช่แค่การชะล้างร่างกาย แต่เป็นการ "รีเซ็ต" ร่างกายเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันใหม่




























































