ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ฤทธิ์เอลนีโญ 2026! ปีนี้ยังไม่มีพายุเฮอร์ริเคนเกิดขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติก แต่แปซิฟิกกลับเพิ่มขึ้น

16 ก.ย. 698 นาที16 ก.ย. 69

อธิบายด้วยวิทยาศาสตร์! ปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงเป็นพิเศษในปีนี้ ส่งผลให้ ณ ตอนนี้ยังไม่มีพายุเฮอริเคนเกิดขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกเลยแม้แต่ลูกเดียว แต่การเกิดพายุในมหาสมุทรแปซิฟิกกลับเพิ่มขึ้น ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น มาหาคำตอบในเรื่องนี้กัน

ขนาดตัวอักษร

ปี 2026 จนถึง ณ วันที่ 11 กันยายน มหาสมุทรแอตแลนติกเงียบสงบผิดปกติ แม้ฤดูพายุเฮอร์ริเคนจะเริ่มต้นไปแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายน แต่จนถึงกลางเดือนกันยายน มหาสมุทรแอตแลนติกยังไม่เกิดพายุเฮอร์ริเคนแม้แต่ลูกเดียว และไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่า จะมีพายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้นในอีก 7 วันข้างหน้าด้วย ส่งผลให้เป็นปีที่อาจเกิดพายุเฮอร์ริเคนซึ่งก่อตัวในมหาสมุทรแอตแลนติกช้าที่สุด

โดยสถิติเดิมคือวันที่ 11 กันยายน ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2002 และ 2013 และนักวิทยาศาสตร์เกือบจะแน่ใจได้เลยว่ากำลังจะทำลายสถิตินั้นด้วยจำนวนที่มากทีเดียว และถึงแม้ว่าพายุเฮอร์ริเคนเต็มรูปแบบยังไม่เกิดขึ้น แต่ในปี 2026 ก็มีพายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้นแล้ว 5 ลูก ได้แก่ Arthur, Bertha, Cristobal, Dolly และ Edouard โดยพายุเหล่านี้ ล้วนนำพาฝนตกหนักและลมแรงมาสู่บริเวณชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก แต่ส่วนใหญ่มีอายุสั้นและอ่อนกำลังลงก่อนที่จะพัฒนาเป็นพายุเฮอร์ริเคน

ไม่มีพายุ รายงานพยากรณ์อากาศเขตร้อนสำหรับมหาสมุทรแอตแลนติกเจ็ดวัน เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 ภาพจาก NOAA / NWS

เมื่อเทียบปี 2026 กับปี 2005 แล้ว ต่างกันอย่างน่าเหลือเชื่อ

ปี 2005 เป็นปีที่มีความแตกต่างอย่างมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ ภายในต้นเดือนกรกฎาคม มหาสมุทรแอตแลนติกได้ก่อให้เกิดพายุที่มีชื่อเรียกแล้วถึงสี่ลูกด้วยกัน ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดของการเริ่มต้นฤดูพายุเฮอร์ริเคน ทั้งนี้ ฤดูพายุเฮอร์ริเคนปี 2005 เป็นฤดูกาลที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลที่เชื่อถือได้ โดยมีพายุที่ได้รับการตั้งชื่อทั้งหมด 28 ลูก แบ่งเป็นพายุเฮอร์ริเคน 15 ลูก และพายุเฮอร์ริเคนขนาดใหญ่ 7 ลูก รวมถึงพายุเฮอร์ริเคนแคทรีนา (Hurricane Katrina) ที่โด่งดัง ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปเกือบ 1,400 คน และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจประมาณ 125 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

ภาพที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงปรากฏขึ้นอีกด้านหนึ่งของทวีปอเมริกา การพยากรณ์อากาศเขตร้อนเจ็ดวันสำหรับมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 ภาพจาก NOAA / NWS

แล้วสถานการณ์ในช่วงที่เหลือของปี 2026 อาจเป็นไปในทิศทางใด?

ในปีนี้ฤดูพายุเฮอร์ริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติกค่อนข้างเงียบ ซึ่งเรื่องนี้ได้รับการคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าหลายเดือนแล้วโดยนักอุตุนิยมวิทยา ย้อนกลับไปในเดือนเมษายน นักวิทยาศาสตร์ด้านพายุจากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโคโลราโด (CSU) ได้คาดการณ์ว่า ฤดูพายุเฮอร์ริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติกปี 2026 จะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย เช่นเดียวกับ NOAA ที่ได้คาดการณ์ไว้ในเดือนพฤษภาคม

ก่อนที่ในเดือนสิงหาคม NOAA ได้ปรับปรุงการคาดการณ์ โดยระบุว่าในปี 2026 อาจมีพายุเฮอร์ริเคนเพียง 2-6 ลูก และอาจมีไม่ถึงสองลูกที่จะเป็นพายุเฮอร์ริเคนขนาดใหญ่ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ มีความเป็นไปได้สูงที่ในปี 2026 จะไม่มีพายุเฮอร์ริเคนขนาดใหญ่เกิดขึ้นในมหาสมุทรแอตแลนติกเลย

บริเวณแนวปะทะแอตแลนติกเงียบสงบ : อ่าวเม็กซิโก เท็กซัส และหลุยเซียน่า มองเห็นได้จากสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ภาพจาก ISS / NASA

เอลนีโญที่รุนแรงเป็นประวัติการณ์ ทำให้ปี 2026 เป็นปีที่ไม่ธรรมดา

ปกติวันที่ 10 กันยายน มักจะเป็นช่วงพีคของฤดูพายุเฮอร์ริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติก โดยเฉลี่ยแล้ว พายุลูกแรกที่มีชื่อเรียก จะก่อตัวขึ้นในช่วงกลางถึงปลายเดือนมิถุนายน พายุเฮอร์ริเคนลูกแรกมักจะก่อตัวขึ้นในช่วงต้นถึงกลางเดือนสิงหาคม และพายุเฮอร์ริเคนขนาดใหญ่ลูกแรกจะก่อตัวขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกันยายน อย่างไรก็ตาม ปีนี้ไม่ใช่ปีธรรมดา เนื่องจากโลกกำลังเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางสภาพอากาศที่ทราบกันดีว่า สามารถลดความรุนแรงของพายุเฮอร์ริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติกได้

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ ปรากฏการณ์เอลนีโญทำให้อุณหภูมิของมหาสมุทรแปซิฟิกสูงขึ้น และส่งผลให้ลมตะวันตกในมหาสมุทรแอตแลนติกเพิ่มขึ้น ก่อให้เกิดแรงเฉือนของลมที่ทำลายพายุเฮอร์ริเคนก่อนที่จะก่อตัวขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้บรรยากาศมีความเสถียรมากขึ้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงซึ่งจำเป็นต่อการก่อตัวของพายุเฮอร์ริเคนลดลงนั่นเอง

Matt Rosencrans หัวหน้านักพยากรณ์ฤดูพายุเฮอร์ริเคนของ NOAA กล่าวเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่า เมื่อปรากฏการณ์เอลนีโญเกิดขึ้น มักจะกลายเป็นปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อกิจกรรมพายุเฮอร์ริเคนโดยรวม และเอลนีโญในครั้งนี้ก็ทวีความรุนแรงขึ้นทุกเดือน เมื่อเทียบกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่พัฒนาเต็มที่แล้ว กลไกอื่น ๆ มีบทบาทน้อยกว่า ในการกำหนดจำนวนและความรุนแรงของพายุหมุนเขตร้อนในแอ่งมหาสมุทรแอตแลนติก

โดยปรากฏการณ์เอลนีโญ มักจะลดความรุนแรงของพายุเฮอร์ริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติก แต่ก็อาจส่งเสริมการพัฒนาของพายุในมหาสมุทรแปซิฟิกได้ ทั้งนี้ NOAA ได้คาดการณ์ว่า มีโอกาส 70 เปอร์เซ็นต์ ที่ปีนี้จะมีพายุมากกว่าปกติในบริเวณตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก และมีโอกาสเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ที่จะมีพายุน้อยกว่าปกติ

ทำไม? เอลนีโญ 2026 ทำให้มหาสมุทรแปซิฟิกเกิดพายุมากขึ้น

ปรากฏการณ์เอลนีโญ 2026 ทำให้อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ส่งผลให้พลังงานและความชื้นในชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสำคัญในการขับเคลื่อนพายุรุนแรงในบางพื้นที่

สาเหตุที่เอลนีโญทำให้เกิดพายุมากขึ้น

     - อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น: ผิวน้ำทะเลที่ร้อนจัดทำหน้าที่เป็นเชื้อเพลิงชั้นดี มวลอากาศร้อนลอยตัวขึ้นสูงอย่างรวดเร็วและกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ที่เอื้อต่อการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อน

     - การเปลี่ยนแปลงของลมค้า: ลมค้าเขตร้อนที่อ่อนกำลังลงหรือเปลี่ยนทิศทาง ทำให้การไหลเวียนของชั้นบรรยากาศทั่วโลกแปรปรวน ส่งผลให้รูปแบบการเกิดพายุและฝนตกเปลี่ยนไปจากเดิม

ภาพจาก AFP

เอลนีโญ 2026 ส่งผลกระทบอย่างไรกับประเทศไทย

     - อุณหภูมิและดัชนีความร้อนสูงอันตราย: ความรู้สึกร้อนจริงหรือดัชนีความร้อน (Heat Index) ในหลายพื้นที่รวมถึงกรุงเทพมหานครอาจพุ่งสูง 40-50 องศาเซลเซียส เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคลมแดดหรือฮีตสโตรก (Heatstroke)

     - วิกฤตภัยแล้งและขาดแคลนน้ำ: ปริมาณฝนโดยรวมลดลง ส่งผลให้น้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนหลักลดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ

     - ความเสียหายต่อภาคเกษตรกรรม: ผลผลิตพืชผลสำคัญ เช่น ข้าวและพืชไร่ ลดลง สร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาลและกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร

     - ไฟป่าและมลพิษทางอากาศ: สภาพอากาศที่แห้งแล้งเอื้อให้เกิดไฟป่าได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ปัญหาฝุ่นควันและ PM 2.5 รุนแรงตามไปด้วย

การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ และภัยแล้งเบื้องต้น

     1. สำรองและใช้น้ำอย่างประหยัด: ติดตั้งภาชนะเก็บน้ำฝน ตรวจสอบระบบประปาไม่ให้รั่วไหล และใช้น้ำซ้ำในกิจกรรมที่ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำสะอาด

     2. ปรับเปลี่ยนการเพาะปลูก: เกษตรกรควรเปลี่ยนไปปลูกพืชใช้น้ำน้อย หรือใช้วิธีบริหารจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้งในนาข้าว

     3. ดูแลสุขภาพป้องกันฮีตสโตรก: หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน ดื่มน้ำสะอาดบ่อย ๆ และสังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย

     4. ติดตามประกาศเตือนภัย: ตรวจสอบข้อมูลสภาพอากาศและประกาศจากหน่วยงานรัฐ เช่น กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทันท่วงที


📌อ่าน : ทำไม? การคาดการณ์ปรากฏการณ์เอลนีโญและผลกระทบแบบเป๊ะ ๆ จึงเป็นเรื่องยาก

📌อ่าน : WMO เตือน! “เอลนีโญ” รุนแรงเป็นประวัติการณ์ ใกล้เข้ามาแล้ว

📌อ่าน : ยังแก้ไขได้! 5 เรื่องต้องรู้ เมื่อโลกอุณหภูมิสูงกว่า 1.5 องศาเซลเซียส

📌อ่าน : อะไร? คือ “ก็อดซิลลา เอลนีโญ” เมื่อสภาพอากาศกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด

📌อ่าน : “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” ส่งผลให้ “แพลงก์ตอนพืช” ในแปซิฟิกลดลง

📌อ่าน : ซูเปอร์เอลนีโญกำลังจะมา ไทยเตรียมรับมือฤดูแล้งยาวนานแล้วหรือยัง?

📌อ่าน : พายุขนาดใหญ่เกิดขึ้นจากโลกร้อน อาจเปลี่ยนแปลงฤดูฝนในเขตร้อนอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

📌อ่าน : ทำไมโลกเผชิญภัยความหนาวเย็นสุดขั้วหนักขึ้น สวนทางกับอุณหภูมิโลกที่เพิ่มขึ้น

📌อ่าน : โลกร้อน! อาจเกิด “แผ่นดินไหว” บ่อยขึ้น เหตุระดับน้ำทะเลเปลี่ยนแปลง-ธารน้ำแข็งละลาย

📌อ่าน : ไทยจะจอดหรือรอด? ในวันโลกเดือด ต้องใช้เทคโนโลยีไหนรับมือ


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS


ที่มาข้อมูล: iflscience, iflscience, iflscience, ipst


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

"เซบา บาสตี้" นิสิตสาขาวิชาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์ ม.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส คนทำงานด้านการเขียน : Specialist Contents / Journalist / Writer / Creative Copywriter / Proofreader Lover

บทความที่เกี่ยวข้อง

พายุขนาดใหญ่เกิดขึ้นจากโลกร้อน อาจเปลี่ยนแปลงฤดูฝนในเขตร้อนอีกไม่กี่ปีข้างหน้าสิ่งแวดล้อม

พายุขนาดใหญ่เกิดขึ้นจากโลกร้อน อาจเปลี่ยนแปลงฤดูฝนในเขตร้อนอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

การศึกษาตีพิมพ์ในวารสาร Nature Geoscience โดยนักวิจัยจากจีนและสหรัฐอเมริกา เผยว่า พายุขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากโลกร้อนอย่างเป็นระบบ อาจเปลี่ยนแปลงฤดูฝนในเขตร้อนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าได้

20 ส.ค. 69|20 ส.ค. 69
อ่านต่อ →
“โลกร้อนขึ้น” เกิดพายุหมุนจำนวนมาก-รุนแรงขึ้น ไม่ปรับตัวอยู่ยากขึ้นวิทยาศาสตร์

“โลกร้อนขึ้น” เกิดพายุหมุนจำนวนมาก-รุนแรงขึ้น ไม่ปรับตัวอยู่ยากขึ้น

“พายุคัลแมกี” ทวีความรุนแรงเป็นพายุไต้ฝุ่นซึ่งเป็นพายุไต้ฝุ่นเขตร้อนลูกที่ 20 ที่พัดถล่มฟิลิปปินส์ในปีนี้

05 พ.ย. 68|05 พ.ย. 68
อ่านต่อ →
รู้จักแหล่งกำเนิดไต้ฝุ่นเขตร้อน ที่มีผลกระทบต่อไทยวิทยาศาสตร์

รู้จักแหล่งกำเนิดไต้ฝุ่นเขตร้อน ที่มีผลกระทบต่อไทย

ช่วงนี้เกิดพายุติดต่อกันหลายลูก แม้ไม่ได้เข้าประเทศไทยโดยตรงแต่ก็ส่งผลกระทบทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ด้วยเหตุนี้ เราจึงขอพาไปรู้จักกับแหล่งกำเนิดไต้ฝุ่นเขตร้อน ที่มีผลกระทบต่อไทย

06 ต.ค. 68|06 ต.ค. 68
อ่านต่อ →
หมอตัวจิ๋วในร่างกาย ส่องการพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋ว สู่การรักษาโรคร้ายในอนาคตเทคโนโลยี

หมอตัวจิ๋วในร่างกาย ส่องการพัฒนาหุ่นยนต์จิ๋ว สู่การรักษาโรคร้ายในอนาคต

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศวิทยาศาสตร์

กรองอากาศด้วยแสง! แผ่นกรองซักได้ ดักอนุภาค 0.3 ไมครอน ช่วยลดขยะจากไส้กรองอากาศ

12 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!วิทยาศาสตร์

เปิด “วิทยาศาสตร์แห่งอำนาจ : ศาสตร์นอกห้องเรียน” ครั้งที่ 2!

11 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
Meta แบนโฆษณา TikTok บน Facebook และ Instagram ใน 7 ประเทศ รวมไทย มีผลทันที!Social Media

Meta แบนโฆษณา TikTok บน Facebook และ Instagram ใน 7 ประเทศ รวมไทย มีผลทันที!

10 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
ผลตรวจสุขภาพโลกล่าสุด! เราข้ามขีดจำกัดของโลก ไปแล้ว 7 ใน 9 ข้อสิ่งแวดล้อม

ผลตรวจสุขภาพโลกล่าสุด! เราข้ามขีดจำกัดของโลก ไปแล้ว 7 ใน 9 ข้อ

09 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
จับตาคลื่นความร้อนทำยุโรปร้อนจัด! สร้างสถิติใหม่ต่อเนื่อง?สิ่งแวดล้อม

จับตาคลื่นความร้อนทำยุโรปร้อนจัด! สร้างสถิติใหม่ต่อเนื่อง?

05 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
อธิบาย “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” ทำให้โลกเกิดภัยแล้งและน้ำท่วมได้อย่างไร?สิ่งแวดล้อม

อธิบาย “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” ทำให้โลกเกิดภัยแล้งและน้ำท่วมได้อย่างไร?

05 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
เปิดเหตุผล  “โตเกียว” รอดน้ำท่วม แม้ฝนตกนานถึง 34 วันสิ่งแวดล้อม

เปิดเหตุผล “โตเกียว” รอดน้ำท่วม แม้ฝนตกนานถึง 34 วัน

02 ต.ค. 69
อ่านต่อ →