เพียงคืนเดียว เขตคลองสามวา สายไหม และมีนบุรี ได้รับฝนมากถึง 133 มิลลิเมตร ส่วนปริมาณฝนสะสมทั้งเหตุการณ์ในบางพื้นที่ทะลุเกือบ 300 มิลลิเมตร เกินกว่าที่ระบบระบายน้ำของกรุงเทพมหานครจะรับไหว น้ำในคลองเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน ถนนหลายสายกลายเป็นแม่น้ำขนาดย่อม ๆ ผู้คนนับพันต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิง และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย จนกรุงเทพมหานครต้องประกาศให้ทั้ง 50 เขตเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัยในวันที่ 26 กันยายน ขณะที่จังหวัดรอบข้างอย่างสมุทรปราการและฉะเชิงเทรา รวมถึงอีกหลายจังหวัดในภาคตะวันออก ก็จมอยู่ใต้น้ำไม่ต่างกัน

โดยภาพน้ำท่วมครั้งนี้สวนทางกับข่าวที่คนไทยได้ยินมาตั้งแต่ต้นปีอย่างสิ้นเชิง เพราะเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2026 หน่วยงานรัฐเพิ่งออกคำเตือนว่าไทยกำลังเผชิญ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ (Super El Niño) ที่อาจนำไปสู่ภัยแล้งรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา อุณหภูมิในภาคกลางและภาคเหนืออาจพุ่งแตะ 42-45 องศาเซลเซียส และต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษถึง 24 จังหวัดทั่วประเทศ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับเป็นฝนที่เทลงมาในปริมาณมหาศาลแทน
ในความจริงแล้วปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญไม่ได้หายไปไหน อากาศในปีนี้ถึงต้นปีหน้ามีแนวโน้มจะแห้งแล้ง และปริมาณน้ำฝนโดยรวมก็มีแนวโน้มน้อยกว่าปีก่อน ๆ เพียงแค่ปริมาณน้ำฝนที่ควรจะตกกระจายไปในแต่ละช่วงของปี กลับลงมาตกกองรวมกันภายในเวลาไม่กี่วันแทน ซึ่งมีคำอธิบายอยู่หลัก ๆ 3 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ ปริมาณไอน้ำในอากาศ ตำแหน่งที่ฝนตก และจังหวะเวลา
ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่าเอลนีโญทำงานอย่างไร ในปีที่สถานการณ์เป็นปกติ ลมค้าตะวันออก (Trade Winds) จะพัดน้ำทะเลอุ่นบริเวณผิวมหาสมุทรแปซิฟิกไปกองไว้ทางฝั่งตะวันตกใกล้ประเทศอินโดนีเซียและออสเตรเลีย น้ำอุ่นทำให้อากาศเหนือทะเลลอยตัวขึ้นและกลั่นตัวเป็นเมฆฝน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงได้รับฝนเต็มที่
ทว่าเมื่อเกิดเอลนีโญ ลมค้าจะอ่อนกำลังลง น้ำอุ่นก็จะไหลย้อนกลับไปทางทวีปอเมริกาใต้ แหล่งกำเนิดเมฆฝนก็ขยับตามไปด้วย คล้ายมีคนเลื่อนฝักบัวไปอีกฝั่งของห้องน้ำ ฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกที่เคยเปียกจึงแห้งลง ประเทศไทยจึงมีแนวโน้มได้รับฝนน้อยลงและร้อนกว่าปกตินั่นเอง

แต่คำว่า ‘ฝนน้อย’ ในที่นี้หมายถึงปริมาณฝนรวมทั้งฤดู ไม่ได้หมายความว่าฝนจะไม่ตกหนักเลยสักวัน กรมอุตุนิยมวิทยาเองก็คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ประกาศเข้าสู่ฤดูฝนเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2026 ว่าปีนี้ฝนรวมจะต่ำกว่าค่าเฉลี่ยราว 10% พร้อมออกประกาศเตือนว่าเมืองไทยยังต้องระวังฝนตกหนัก ที่อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันจากลมมรสุม และหย่อมความกดอากาศต่ำ ขณะเดียวกันงานวิจัยของธนาคารกรุงศรีฯ ประเมินว่าฝนทั้งปี 2026 ของไทยจะอยู่ที่ราว 1,298-1,344 มิลลิเมตร ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปีที่ 1,499 มิลลิเมตร ราว 10-13%
โดยปัจจัยแรกที่เป็นปัจจัยหลักทำให้ฝนห่าใหญ่เทลงมาจนน้ำท่วมกรุงเทพฯ ก็คือร่องมรสุม (Monsoon Trough) หรือแนวความกดอากาศต่ำที่ลมสองทิศมาบรรจบกัน ส่งผลให้เกิดฝนชุกในบริเวณนั้น ๆ ซึ่งมักเกิดขึ้นบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออกของไทยในช่วงเดือนกันยายนของทุกปี

ทว่าในปีนี้หย่อมความกดอากาศต่ำ (Low Pressure Area) จากทะเลจีนใต้เคลื่อนเข้ามาตามแนวร่องมรสุมอย่างพอดิบพอดี เป็นปัจจัยที่ 2 และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ก็คอยหอบความชื้นจากทะเลอันดามันและอ่าวไทยเข้ามาเติมไม่ขาดสายเป็นปัจจัยที่ 3 โดยศูนย์กลางของหย่อมความกดอากาศต่ำครั้งนี้เอนเอียงไปทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ฝนจึงตกแช่อยู่บนพื้นที่เดิมนานหลายชั่วโมง
หากเป็นสถานการณ์ปกติฝนก็อาจจะตกต่อเนื่องเหมือนเดิม แต่จะไม่ได้มีปริมาณน้ำฝนเยอะขนาดนี้ เพราะทุก ๆ 1 องศาเซลเซียสที่อากาศอุ่นขึ้น อากาศจะอุ้มไอน้ำได้มากขึ้นราว 7% และในเดือนสิงหาคม 2026 หน่วยงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัสของสหภาพยุโรป (Copernicus Climate Change Service) รายงานว่าไอน้ำในชั้นบรรยากาศโลกพุ่งทำสถิติสูงสุดที่ 27.35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ส่วนหนึ่งมาจากภาวะโลกร้อน ประกอบกับสถานการณ์ซูเปอร์เอลนีโญเอง
โดยข้อมูลล่าสุดจากองค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 ระบุว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณกลางมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรสูงกว่าปกติถึง 1.8 องศาเซลเซียส มีโอกาสมากกว่า 90% ที่เอลนีโญรอบนี้จะรุนแรงมาก และมีโอกาสถึง 75% ที่จะทำสถิติร้อนเกิน 2.5 องศาเซลเซียสในช่วงปลายปี
ปัจจัยทั้งหมดนี้จึงส่งผลให้ผิวน้ำทะเลอุ่นขึ้นจนน้ำระเหยขึ้นสู่อากาศเร็วขึ้น จนเมื่อไอน้ำมาเจอกับหย่อมความกดอากาศต่ำเหนือกรุงเทพฯ ไอน้ำที่สะสมไว้จึงพร้อมกลั่นตัวเป็นฝนในปริมาณที่มากกว่าเดิมมหาศาล

ตำแหน่งที่ฝนตกก็สำคัญไม่แพ้กัน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) อธิบายว่าน้ำท่วมปีนี้ต่างจากมหาอุทกภัยปี 2011 ที่น้ำจำนวนมหาศาลไหลบ่ามาจากภาคเหนือ ครั้งนี้ฝนตกลงบนพื้นที่ราบโดยตรง ตกต่อเนื่อง และกระจายหลายจุด บางพื้นที่ในภาคตะวันออกได้รับฝนสะสมถึง 300-500 มิลลิเมตรภายใน 4 วัน ครอบคลุม 8 จังหวัด ส่วนคลองสายหลัก ๆ ในกรุงเทพฯ ก็แทบจะเต็มตลิ่งตั้งแต่ก่อนฝนระลอกใหญ่จะมาถึงแล้ว แม้เครื่องสูบน้ำจะเดินเต็มกำลังที่ราว 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที น้ำก็ยังระบายไม่ทันอยู่ดี
อย่างไรก็ตามฝนที่ตกลงบนเมืองแบบนี้ก็แทบไม่ได้ช่วยเติมน้ำให้เขื่อนต่าง ๆ ในต่างจังหวัดเลย โดยรายงานวิจัยอีกฉบับจากธนาคารกรุงศรีฯ ชี้ว่าฝนตกหนักเฉพาะจุดหรือที่สื่อเรียกกันว่า Rain Bomb มักตกนอกพื้นที่รับน้ำของเขื่อน น้ำที่ท่วมถนนในกรุงเทพฯ จึงต้องสูบออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทย แทนที่จะไหลไปเก็บไว้ใช้ในหน้าแล้ง แม้ข้อมูลของ สทนช. ณ วันที่ 20 กันยายน 2026 จะระบุว่าอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีน้ำรวม 72% ของความจุ แต่วิจัยของธนาคารกรุงศรีฯ ประเมินว่าปริมาณน้ำกักเก็บปีนี้มีแนวโน้มทรงตัวหรือลดลง เพราะฝนรวมทั้งปีน้อยกว่าปกติจากปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ
นอกจากนี้ตัวงานวิจัยยังประเมินว่าภัยแล้งจะเริ่มตามมาช่วงปลายปี 2026 และจะหนักที่สุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2027 โดยเฉพาะปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งอาจมีน้ำฝนน้อยกว่าปกติ 30-40% ส่วนอุณหภูมิจะพุ่งไปแตะจุดสูงสุดที่ราว 40-43 องศาเซลเซียส และน้ำใช้การในภาคตะวันออกอาจลดต่ำเป็นประวัติการณ์ ทั้งผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยังเตือนว่า น้ำที่กักเก็บได้ภายในเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายนนี้ อาจต้องใช้ไปจนถึงเดือนมิถุนายน 2027

เหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปลายเดือนกันยายนกับคำเตือนเรื่องภัยแล้งเมื่อต้นปีจึงไม่ได้ขัดแย้งกัน แต่เป็นเหตุการณ์คนละช่วงเวลาอันเป็นผลกระทบของซูเปอร์เอลนีโญเหมือน ๆ กัน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่าจำเป็นต้องวางแผนโครงสร้างพื้นฐานให้กรุงเทพมหานครสามารถรับฝน 300 มิลลิเมตรได้ ด้วยการเพิ่มอุโมงค์ระบายน้ำ และส่งน้ำจากพื้นที่เสี่ยงลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรง
ส่วนในอีกเพียงไม่กี่เดือนข้างหน้า เมื่อแสงแดดเดือนเมษายนเริ่มแผดเผาผืนดิน ไร่นาหลายแห่งอาจต้องเผชิญกับภัยแล้งครั้งใหญ่ หากรัฐบาลยังคงไม่สามารถหามาตรการสำรองน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงไร่นาเหล่านี้ได้ ภาคเกษตรกรรมของไทยจะได้รับผลกระทบอย่างหนักเป็นทวีคูณ ซ้ำซ้อนจากวิกฤตราคาน้ำมันที่กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
คอนเทนต์อื่น ๆ ที่น่าสนใจ
📌อ่าน : พีก ธ.ค. นี้! ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และจะอยู่จนถึง ก.พ. ปีหน้า
📌อ่าน : ผลตรวจสุขภาพโลกล่าสุด! เราข้ามขีดจำกัดของโลก ไปแล้ว 7 ใน 9 ข้อ
📌อ่าน : อธิบาย “ปรากฏการณ์เอลนีโญ” ทำให้โลกเกิดภัยแล้งและน้ำท่วมได้อย่างไร?
📌อ่าน : มีโอกาสเกิดน้ำท่วมสูงมาก! ทำไม? ช่วงนี้จะเกิดฝนตกหนักและตกแช่
📌อ่าน : “พยากรณ์อากาศ” รู้ได้อย่างไร? ฝนจะตก แดดจะออก พายุจะเข้า
📌อ่าน : ชวนรู้จัก “พยากรณ์อากาศ” คืออะไร ? ทำไมรู้ว่าวันนี้ฝนตก
📌อ่าน : ทำไม? การคาดการณ์ปรากฏการณ์เอลนีโญและผลกระทบแบบเป๊ะ ๆ จึงเป็นเรื่องยาก
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : Aljazeera, noaa, krungsri, nationthailand, nationthailand
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech





